โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ไส้เลื่อนในผู้หญิง? รู้หรือไม่ ผู้หญิงอย่างเรา ๆ ก็เป็นไส้เลื่อนได้เหมือนกันนะ?

BRIGHTTV.CO.TH

เผยแพร่ 27 มิ.ย. 2564 เวลา 10.28 น. • Bright Today

รู้หรือไม่ว่า จริง ๆ แล้วผู้หญิงก็เป็นไส้เลื่อนได้เหมือนกันนะ แต่ผู้หญิงเป็นไส้เลื่อนได้อย่างไร แล้ว ไส้เลื่อนในผู้หญิง แตกต่างจากไส้เลื่อนในผู้ชายหรือเปล่ามาดูคำตอบกันเลย

ไส้เลื่อนคืออะไร

ไส้เลื่อน คือ อาการที่ลำไส้เคลื่อนตัวออกจากจุดเดิมมายังผนังช่องท้อง จนมองเห็นเป็นลักษณะก้อนกลม บวม สามารถเกิดขึ้นได้ในหลายจุด เช่น หน้าท้อง สะดือ สะโพก ขาหนีบ โดยทั่วไปแล้วไส้เลื่อนไม่ถือว่าเป็นอันตรายที่รุนแรง แต่ถึงอย่างนั้นไส้เลื่อนก็ไม่สามารถหายเองได้ และจำเป็นต้องมีการผ่าตัดเพื่อป้องกันไม่ให้เกิดภาวะแทรกซ้อนที่จะก่อให้เกิดอันตราย

ไส้เลื่อนในผู้หญิง เป็นอย่างไร

ปกติแล้วเวลาพูดถึง ไส้เลื่อน เรามักจะมีภาพจำในหัวว่าเป็นปัญหาสุขภาพที่เป็นกันเฉพาะผู้ชาย แต่ในความเป็นจริงแล้ว ไม่ว่าจะผู้หญิงหรือผู้ชายก็สามารถเป็นไส้เลื่อนได้เหมือนกัน แต่อาจจะพบในผู้หญิงได้น้อยกว่าในผู้ชาย และเนื่องจากไส้เลื่อนมักจะเป็นในผู้ชายมากกว่า จึงทำให้เกิดการส่งต่อความเชื่อผิด ๆ ว่าถ้าไม่ใส่กางเกงในจะทำให้เป็นไส้เลื่อน ซึ่งแท้จริงแล้วเป็นความเชื่อที่ผิด เพราะไม่ว่าจะไส้เลื่อนในผู้หญิงหรือไส้เลื่อนในผู้ชาย ก็เกิดจากสาเหตุคล้ายกันทั้งนั้น

ไส้เลื่อนในผู้หญิง แตกต่างจากไส้เลื่อนในผู้ชายอย่างไร

โดยทั่วไปแล้ว อาการของ ไส้เลื่อน ในผู้หญิงและไส้เลื่อนในผู้ชายจะไม่แตกต่างกันเท่าไหร่นัก จะต่างกันอยู่บ้างก็ตรงที่ ไส้เลื่อนในผู้หญิงนั้นจะเกิดในบริเวณที่มีความลึกลงไปในร่างกาย ทำให้ยากต่อการสังเกต ขณะที่ไส้เลื่อนในผู้ชายจะสามารถมองเห็นเป็นก้อนเนื้อนูน ๆ ได้ชัดเจนกว่า หรือเป็นก้อนนูนที่ใหญ่กว่าไส้เลื่อนในผู้หญิง

ผู้หญิงจะรู้ได้อย่างไรว่าเป็นไส้เลื่อน

วิธีสังเกตง่าย ๆ ว่าเป็นไส้เลื่อนหรือไม่ คือการสังเกตดูว่ามีก้อนนูน ๆ ขึ้นที่บริเวณหน้าท้อง หน้าขา หรือขาหนีบหรือไม่ หรือหากรู้สึกว่ามีอาการปวดเชิงกรานแบบเรื้อรัง ปวดขึ้นมาแบบเฉียบพลันและใช้เวลานานมากแต่ละครั้งกว่าอาการปวดจะหายไป หากมีลักษณะอาการดังกล่าว คุณควรหาโอกาสไปพบกับคุณหมอเพื่อเข้ารับการวินิจฉัย ซึ่งคุณหมออาจใช้วิธีดังต่อไปนี้เพื่อทำการวินิจฉัย ไส้เลื่อน

  • แพทย์จะสอบถามทั่วไป เช่น สังเกตเห็นรอยนูนเมื่อไหร่ ขณะที่มีรอยนูน มีอาการข้างเคียงอื่น ๆ หรือไม่ มีอุบัติเหตุอื่นหรือกิจกรรมใดที่ทำให้เกิดรอยนูนหรือไม่ หรือได้ทำกิจกรรมใดที่ต้องออกแรงอย่างหนักหรือไม่
  • จากนั้นแพทย์อาจทำการอัลตร้าซาวด์เพื่อตรวจดูภายในช่องท้องหรือบริเวณหน้าขา
  • แพทย์อาจใช้วิธีซีทีสแกน (CT scan) เพื่อตรวจดูว่าเป็นไส้เลื่อนหรือไม่
  • แพทย์อาจใช้วิธีเอ็มอาร์ไอสแกน (MRI scan) เพื่อตรวจดูว่าเป็น ไส้เลื่อน หรือไม่

วิธีรักษาไส้เลื่อน

หากก้อนเนื้อนูน ๆ ขยายใหญ่ขึ้น และมีอาการปวดที่รุนแรงจนกระทบกับการใช้ชีวิตประจำวัน แพทย์จะแนะนำให้ผ่าตัดเพื่อรักษา ไส้เลื่อน โดยแพทย์จะทำการผ่าตัดเพื่อซ่อมแซมไส้เลื่อน และเย็บรูผนังหน้าท้องด้วยตาข่ายเล็ก ๆ เพื่อป้องกันไม่ให้ลำไส้เคลื่อนตัวออกมา หรืออาจทำการผ่าตัดโดยการส่องกล้อง การผ่าตัดวิธีนี้จะไม่ก่อให้เกิดแผลขนาดใหญ่ และไม่ก่อให้เกิดความเสียหายต่อเนื้อเยื่อโดยรอบด้วย อย่างไรก็ตาม หากมีอาการไส้เลื่อนควรปรึกษากับคุณหมอ เพื่อหาแนวทางรักษาที่ถูกต้องและเหมาะสมต่อไป

ที่มา : hellokhunmor

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...