อู่ฮั่นโมเดล มาตราการสุดขั้นของจีน จะมีโอกาสเกิดที่ไทยหรือไม่
เมื่อวันที่ 18 กรกฎาคม 2564 นพ.โอภาส การย์กวินพงศ์ อธิบดีกรมควบคุมโรค คาดว่าในอีก 2 สัปดาห์ ตัวเลขผู้ติดเชื้อจะไม่ลดลง ดังนั้น จึงต้องเพิ่มมาตรการที่เข้มขึ้นเพื่อควบคุมการระบาด แต่หากตัวเลขผู้ติดเชื้อยังสูงต่อเนื่อง ใน 2 เดือน ก็มีแนวโน้มจะใช้มาตรการคล้ายเมืองอู่ฮั่นของจีน หรือที่เรียกว่า อู่ฮั่นโมเดล คือล็อกดาวน์เมืองที่มีการแพร่ระบาดหนัก เพื่อควบคุมการแพร่ระบาด กล่าวคือ ประชาชนอยู่บ้าน งดการเดินทาง หรือถึงขั้นต้องส่งข้าว ส่งน้ำตามบ้าน เป็นต้น
อ่านข่าวน่าสนใจเกี่ยวกับการล็อกดาวน์เพิ่ม
- อัปเดต ล็อกดาวน์ ล่าสุด 13 จังหวัด พื้นที่สีแดงเข้ม ทำอะไรได้บ้างว่ากันตามตรง อู่ฮั่นโมเดล เป็นมาตรการสุดขั้วที่มีแค่จีนเท่านั้นที่ทำ ซึ่งถ้ามองในเรื่องการควบคุมการระบาดก็ถือว่าได้ผล โดยจีนมีจำนวนผู้ติดเชื้อไม่ถึง 1 แสนราย และมีจำนวนผู้เสียชีวิตต่ำมากราว 4,800 ราย ลดลงอย่างต่อเนื่องจนแทบเป็นศูนย์ ไร้สัญญาณของการกลับมาระบาดระลอกที่สอง แต่อย่างไรก็ตาม ยังคงมีการตั้งคำถามว่าทางการจีนหลอกลวงเรื่องตัวเลขผู้ติดเชื้อหรือไม่ เพราะไม่เชื่อใจตั้งแต่ตอนปิดข่าวการระบาดในอู่ฮั่นจนบานปลาย
อู่ฮั่นโมเดล จำนวน 9 ข้อ ได้แก่
1. ปิดสนามบิน สถานีรถไฟ และสถานีขนส่ง ในเวลา 10.00 น.2. ห้ามเข้าออกเมืองอย่างเด็ดขาด แม้แต่เหตุด่วนส่วนตัวหรือทางการแพทย์ก็ไม่เว้น3. ชาวเมือง 11 ล้านคนถูกกักตัวอย่างเข้มงวด บังคับสวมหน้ากากและเว้นระยะ4. แต่ละครัวเรือนออกจากบ้านได้คนเดียว เพื่อไปซื้อของจำเป็นทุก ๆ 2 วัน5.โรงเรียน/มหาวิทยาลัย ปิดเทอมไม่มีกำหนด6. ปิดร้านค้าทุกร้าน ยกเว้นร้านขายอาหาร/ยา7. ห้ามยานพาหนะส่วนตัววิ่งบนถนน ยกเว้นได้รับอนุญาตพิเศษ8. มีเจ้าหน้าที่เคาะประตูบ้านตรวจสุขภาพ เจอคนป่วยพาไปกักตัว9. มีเจ้าหน้าที่ตรวจวัดอุณหภูมิ ห้ามคนนอกเข้าเขตที่พักอาศัยมาตรการทั้ง 9 อย่างนี้คือการตีกรอบอิสระในการใช้ชีวิตทั้งหมดของผู้ที่อาศัยอยู่ในพื้นที่เสี่ยง ไม่สามารถไปไหนได้เลย ทั้งยังต้องรอการส่งอาหารจากภาครัฐ ซึ่งก็มีข้อสงสัยตามาว่า ไทยจะรับผิดชอบชีวิตประชาชนไหวไหม หากเลือกใช้ ‘อู่ฮั่นโมเดล’BBC รายงานการสัมภาษณ์ชาวอู่ฮั่น ซึ่งหลายคนบอกว่า มาตรการควบคุมแบบสุดขั้วดังกล่าว ส่งผลกระทบต่อสภาพจิตใจของพวกเขาอย่างมาก โรคระบาดทิ้งรอยแผลเป็นในใจ และอยากจะลืมมันไปให้ได้‘อู่ฮั่นโมเดล’ มีโอกาสเกิดขึ้นที่ไทยแค่ไหน ?อย่างไรก็ตาม แนวโน้มที่ไทยจะใช้ ‘อู่ฮั่นโมเดล’ ดูมีกลิ่นความเป็นไปได้นิดหน่อยตรงที่ ข่าวการสั่งซื้อวัคซีนในไทยมีความสับสนและไม่ชัดเจน นพ.โอภาส ยืนยันว่า ในเดือน มิ.ย. ไทยได้รับวัคซีน 6 ล้านโดส เดือน ก.ค. อีก 10 ล้านโดส ซึ่งได้ (คาดการณ์) ไว้เช่นนั้น
ยังไม่รู้ว่าจะได้ไฟเซอร์หรือไม่ และไม่รู้ว่าจะมาเมื่อไหร่ ?ในเรื่องของวัคซีนไฟเซอร์ นพ.โอภาส ได้ชี้แจงด้วยว่า วันที่ 19 ก.ค.จะเซ็นซื้อ 20 ล้านโดส ไม่ใช่ 40 ล้านโดส อย่างที่เป็น ข่าวลือ โดยจะมาไตรมาส 4 หลังเซ็นจะขอทางบริษัทไฟเซอร์ซื้อเพิ่มอีก 50 ล้าน ซึ่งยังไม่รู้ว่าจะได้หรือไม่ และจะมาเมื่อไหร่ อีกทั้งจะขอซื้อจาก Novavax ด้วยข้อมูลการจัดซื้อวัคซีน เปลี่ยนแปลงตลอดเวลา ?
ขณะที่วัคซีนไฟเซอร์ที่สหรัฐอเมริกา บริจาค 1.5 ล้านโดส จะมาถึงประเมศไทยในวันที่ 29 ก.ค.นี้ ยืนยันจะมีการเจรจาอย่างต่อเนื่อง เป็นเรื่องที่ไม่ยาก แต่ต้องปฎิบัติตามองค์ข้อกำหนดขององค์การอนามัยโลก พร้อมยอมรับว่า ข้อมูลการจัดซื้อวัคซีน มีการเปลี่ยนแปลงตลอดเวลาท้ายที่สุด ตอนนี้คนไทยทำได้เพียงยืนนิ่งอยู่บนความไม่แน่นอน และมีแต่ความหวาดกลัว เพราะหากติดเชื้อในตอนนี้ ก็ยากที่จะหาเตียงรักษา เพราะผู้ป่วยล้นโรงพยาบาลแล้ว ซึ่งถ้าวัดจากการทำงานที่ผ่านมา ก็คงยากที่รัฐฯจะเข้าช่วยเหลือประชาชนได้อย่างทั่วถึง