โบรกฯอัพเป้า KTC เป็น 90-91 บาท กำไรปี 65 แจ่ม-รุกธุรกิจใหม่หลายประเภท
โบรกฯอัพเป้า KTC เป็น 90-91 บาท กำไรปี 65 แจ่ม-รุกธุรกิจใหม่หลายประเภท
โบรกฯ แห่ปรับคำแนะนำ KTC ขึ้นเป็น “ซื้อ” เพิ่มราคาเป้าหมายปี 65 เป็น 90-91 บาท หลังเตรียมขยายธุรกิจใหม่อีกหลายประเภท
บริษัทหลักทรัพย์ (บล.) เคทีบีเอสที แนะนำซื้อหุ้น บริษัท บัตรกรุงไทย จำกัด (มหาชน) หรือ KTC ราคาเป้าหมายเพิ่มเป็น 90 บาท จากเป้าเดิม 70 บาท โดยประเมินว่าปี 65 จะเป็นปีที่ดีจาก
1) โอกาสในการปล่อยสินเชื่อเพิ่มขึ้นผ่าน Digital platform หลังเข้าซื้อหุ้นเพิ่มทุนในบริษัท Infinitus “ผู้ให้บริการแอพ “เป๋าตัง” และได้รับใบอนุญาต e-Money
2) การขยายสู่ธุรกิจสินเชื่อเช่าซื้อรถอย่างครบวงจรผ่านบริษัท KTB Leasing คาดว่าจะเริ่มดำเนินงานได้ในปลายปี 64
3) ต้นทุนทางการเงินที่ปรับตัวลงภายหลังที่ credit rating upgrade เป็น AA- จากเดิม A+ ในเดือน เม.ย. 64
และ 4) การใช้จ่ายผ่านบัตรที่ดีขึ้น คาดปี 64 ที่ +7% YoY (เทียบ ปี 63 ที่ -7% YoY)
คงประมาณการกำไรสุทธิปี 64 ที่ 6.38 พันล้านบาท (+20% YoY) แต่ปรับกำไรสุทธิปี 65 ขึ้น 9% อยู่ที่ 7.43 พันล้านบาท (+16% YoY) จากการปรับเพิ่ม loan growth, ปรับลด cost of fund และ credit cost
ราคาหุ้น outperform SET +8%/+78% ใน 1 และ 6 เดือน อย่างไรก็ตามเราแนะนำ “ซื้อ” จากโอกาสที่กำไรจะกลับมาเติบโตสูงอีกครั้ง ตั้งแต่ปี 65 จากธุรกิจใหม่ Digital platform และสินเชื่อ secured loan ที่มีความเสี่ยงต่ำ ในขณะที่กำไร Q1/64 คาดจะยังคงขยายตัวดีที่ 1.56 พันล้านบาท (-5% YoY, +18% QoQ) โดยลดลง YoY จากรายได้ค่าธรรมเนียมที่ลดลงลดลง แต่เพิ่มขึ้น QoQ จากต้นทุนทางการเงินและค่าใช้จ่ายสำรองที่ปรับตัวลดลง
ปรับราคาเป้าหมายเพิ่มขึ้นเป็น 90 บาท โดยเป็นผลจากการปรับไปใช้ราคาเป้าหมายปี 65 และปรับกำไรสุทธิปี 65 เพิ่มขึ้น เพื่อสะท้อนแนวโน้มผลการดำเนินงานที่จะขยายตัวขึ้นสูงในปี 65 จากการใช้จ่ายผ่านบัตรที่จะดีขึ้น, โอกาสในการปล่อยสินเชื่อผ่านระบบ Digital, การกระจายความเสี่ยงจากสินเชื่อไม่มีหลักประกันเป็นสินเชื่อที่มีหลักประกัน และจะมีบทบาทหลักที่จะเป็นผู้ให้บริการสินเชื่อรายย่อยของ KTB
ทั้งนี้ ประเมินว่าผลการดำเนินงานในระยะยาวจะดีขึ้นที่ 63-65 EPS CAGR +18%
*** บล.เคจีไอ แนะนำซื้อเมื่อราคาอ่อนตัว ให้เป้า 91 บาท
บล.เคจีไอ ระบุ KTC เตรียมขยายธุรกิจใหม่หลายประเภท หลังจากที่สามารถรักษาการเป็นผู้นำตลาดบัตรเครดิต และสินเชื่อส่วนบุคคลได้ดี KTC ก็เตรียมตัวจะขยายไปสู่ธุรกิจใหม่อีกหลายธุรกิจร่วมกับธนาคารแม่ (KTB) ทั้งนี้ KTC ถือหุ้นอยู่ใน “Infinitas” ซึ่งเป็นกิจการเชิงกลยุทธ์ที่สำคัญที่ทำหน้าที่บริหารจัดการฐานลูกค้าภาครัฐที่ใหญ่ที่สุดผ่านแอพลิเคชั่นบนมือถือ และเมื่อไม่นานนี้ได้เข้าซื้อหุ้น 75% ใน KTB Leasing ซึ่งได้รับใบอนุญาตทำธุรกิจ e-money จาก ธปท.
คาดว่าธุรกิจใหม่เหล่านี้จะทำให้ KTC สามารถเติบโตได้แบบก้าวกระโดดในปี 2565 เมื่อดีลซื้อ KTB Leasing เสร็จเรียบร้อยในเดือนกันยายน 64 และสามารถเริ่มธุรกิจใหม่ได้ทันทีในช่วง Q4/64 ถึงต้นปี 65 โดยมีโอกาสทางธุรกิจอีกมากจากการแปลงฐานลูกค้าของรัฐบาลมาเป็นรายได้จากธุรกิจอื่น ๆ อย่างเช่น ประกัน และการดูแลสุขภาพในปี 64
TRIS Rating ปรับเพิ่มเรตติ้งของ KTC ขึ้นอีกหนึ่งขั้นเป็น AA- จากเดิม A+ ซึ่งจะทำให้บริษัทสามารถรีไฟแนนซ์หุ้นกู้ได้ด้วยต้นทุนทางการเงินที่ถูกลง และปรับเพิ่ม D/E สูงสุดไปที่ 10x โดยตามรายงาน TRIS Rating ระบุว่าการปรับอันดับเครดิต สะท้อนถึงสถานะของบริษัทในฐานะที่เป็นบริษัทลูกที่มีความสำคัญในเชิงกลยุทธ์ของธนาคารแม่ (KTB)
การรวมตัวกันมากขึ้นระหว่าง KTC กับบริษัทในเครือ KTB จากการที่ KTC มีบทบาทที่แตกต่างในฐานะที่เป็นผู้ประกอบธุรกิจให้บริการสินเชื่อผู้บริโภคหลักของเครือ ทั้งนี้ KTC มีหุ้นกู้ที่ต้องรีไฟแนนซ์ประมาณ 9 พันล้านบาท/1 หมื่นล้านบาท ในปี 64/65 (ที่มีต้นทุนที่ 2-3.5%) ซึ่งต้นทุนในการรีไฟแ นนซ์หุ้นกู้อายุ 3 ปีจะอยู่ที่ประมาณ 1.5% (ด้วยเรตติ้งที่ AA-) และดึงให้ต้นทุนทางการเงินต่ำลง 0.4% ปีนี้ และ 0.3% ปีหน้า
คาดว่ากำไรสุทธิใน Q1/64 จะอยู่ที่ 1.6 พันล้านบาท (+18% QoQ, -5% YoY) บริษัทใหข้อมูลว่ายอดการใช้จ่ายผ่านบัตรเครดิตแสดงสัญญาณการฟื้นตัวต่อเนื่องใน Q1/64 และอาจจะโตได้ถึง 10 -11% ในปีนี้ เราคาดว่ายอดใช้จ่ายผ่านบัตรเครดิตจะติดลบลดลงเหลือ -3% ใน Q1/64 (จาก -6% ใน Q4/63 และ -8% ในปี 63) และจะโตได้ +10% ในปี 64 ในขณะที่คาดว่า credit cost จะลดลงเหลือ 620bps จากสัดส่วน LLR/สินเชื่อที่ 8%
ปรับเพิ่มราคาเป้าหมายปี 65 เป็น 91 บาท
นอกจากธุรกิจใหม่ที่รออยู่ข้างหน้า และ synergy ที่เกิดจากการร่วมมืออย่างใกล้ชิดกับ KTB เราจึง re-rate P/E เหมาะสมใหม่เป็น 29x (จากเดิม 25x) เพื่อสะท้อนถึง PEG ของกำไรปี 2565 ที่ 1.0x เราใช้สมมติฐานอัตราการเติบโตของกำไรบนธุรกิจปัจจุบันที่ 17% ในปี 64 และ 23% ในปี 65
ในขณะที่คาดว่าส่วนแบ่งกำไรจาก KTBL จะหนุนให้กำไรโตเพิ่มอีก 5% และคาดว่ากำไรจากสินเชื่อจำนำทะเบียน “พี่เบิ้ม” จะหนุนให้กำไรโตอีก 1% ทั้งนี้ เราใช้สมมติฐานอัตราการเติบโตของสินเชื่อปี 64/65 ที่ 6%/7%, credit cost ที่ 630bps/590bps, และสัดส่วนต้นทุน/รายได้ ที่ 32%/32%
ลักษณะธุรกิจของ KTC
ธุรกิจสินเชื่อเพื่อผู้บริโภค ประกอบธุรกิจบัตรเครดิต ตลอดจนธุรกิจที่เกี่ยวเนื่องกับธุรกิจบัตรเครดิต ธุรกิจร้านค้ารับบัตร การให้บริการรับชำระเงินแทน และธุรกิจสินเชื่อส่วนบุคคล (Personal Loan)
เรียบเรียง โดย จำเนียร พรทวีทรัพย์ อนุมัติ โดย อนุรักษ์ ลีประเสริฐสุนทร
ดูข่าวต้นฉบับ