โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

COVID-19 ทำตลาดเครื่องดื่มติดลบ "มิรินด้า" เปิดเกมใหม่เอาใจ Gen Z ขอขึ้นเบอร์ 2 ตลาดน้ำสี

Positioningmag

อัพเดต 02 ก.ค. 2563 เวลา 13.51 น. • เผยแพร่ 02 ก.ค. 2563 เวลา 12.04 น.

COVID-19 กระทบ“ตลาดเครื่องดื่มรวม” ในไทยที่มีมูลค่าถึง1.55 เเสนล้านบาท ทำครึ่งปีเเรก2563 ถึงขั้นติดลบ7% หลังร้านอาหารต้องหยุดให้บริการชั่วคราว มองหลังคลายล็อกดาวน์ ห้างร้านกลับมาเปิดปกติ กระตุ้นไตรมาส3-4 ฟื้นตัวเร็ว เเต่คาดทั้งปียัง“ติดลบ”

ภาพรวมตลาดเครื่องดื่มรวมในช่วงครึ่งปีแรก ติดลบ7% หนักที่สุดในช่วงไตรมาส2 (ตั้งเเต่เดือนมี.ค.) เนื่องจากช่องทางการจัดจำหน่ายที่สำคัญอย่าง ร้านอาหาร ภัตราคาร ธุรกิจฟาสต์ฟู้ด มีสัดส่วนเป็น18-20% ของช่องทางจำหน่ายทั้งหมดต้องหยุดให้บริการในช่วงล็อกดาวน์ขณะเดียวกันผู้คนก็ออกจากบ้านน้อยลงเเละหลีกเลี่ยงการสังสรรค์

ในปัจจุบัน“ตลาดเครื่องดื่มรวม” (Liquid Refreshing Beverage : LRB) ของประเทศไทย ในปี2562 มีมูลค่าประมาณ1.55 เเสนล้านบาท เเบ่งสัดส่วนตลาดเป็น

  • กลุ่มน้ำอัดลม36%
  • กลุ่มน้ำดื่มบรรจุขวด25%
  • กลุ่มกาเเฟพร้อมดื่ม8%
  • กลุ่มชาพร้อมดื่ม8%
  • กลุ่มเครื่องดื่มชูกำลัง14%
  • กลุ่มมิกเซอร์5 %
  • กลุ่มสปอร์ตดริงก์  3%
  • กลุ่มอื่นๆ ราว1 %

สมชัย เกตุชัยโกศล ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายการตลาด บริษัท ซันโทรี่ เป๊ปซี่โค เบเวอเรจ(ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า ปีนี้เป็นปีที่ท้าทายของตลาดเครื่องดื่ม เมื่อเทียบกับในสถานการณ์ปกติที่ปีที่ผ่านมา มีอัตราการเติบโต9% โดยคาดว่าเครื่องดื่มทุกประเภทจะติดลบเหมือนกันหมดในปีนี้

โดยสถานการณ์COVID-19 ทำให้การเติบโตในช่วงครึ่งปีเเรก2563 ของตลาดเครื่องดื่มโดยรวมติดลบ7%  ตลาดน้ำอัดลม ติดลบ2.5% ตลาดน้ำดื่มบรรจุขวด ติดลบ12% ตลาดกาแฟพร้อมดื่ม ติดลบ7% ตลาดชาพร้อมดื่ม ติดลบ13% ตลาดเครื่องดื่มชูกำลัง ติดลบ6% เเละสปอร์ตดริงก์ ติดลบ13%

เมื่อเจาะลึกไปยังกลุ่ม“น้ำอัดลม” พบว่ามีมูลค่าตลาดในปี2019 อยู่ที่5.6 หมื่นล้านบาท (ปี2018 อยู่ที่ราว50.9 หมื่นล้านบาท) มีการเเข่งขันกันอย่างดุเดือด โดยเฉพาะ 3 เจ้าใหญ่อย่างโค้ก เป๊ปซี่ เเละเอส

ขณะที่ส่วนแบ่งของตลาดน้ำอัดลมไทยแยกตามประเภท ได้แก่ น้ำอัดลมสีดำ71% น้ำอัดลมสี23% และน้ำอัดลมไม่มีสี6% 

มิรินด้า ทุ่ม 200 ล้าน สู้ศึก "ตลาดน้ำสี"  

เป็นที่น่าสนใจว่า“ตลาดน้ำอัดลมสี เติบโตขึ้น10% ในช่วงที่ผ่านมา หลังเป๊ปซี่ปรับโฉม“มิรินด้า” ตีตลาดคนรุ่นใหม่ ด้วยการออก“มิรินด้ากลิ่นกรีนครีม” ออกมาในช่วงต้นปีนี้ มียอดขายเติบโตกว่า15%

นี่จึงเป็นอีกปัจจัยหนึ่งที่ทำให้“เป๊ปซี่” หันมารุกตลาดน้ำสีอย่างหนักในช่วงครึ่งปีหลังนี้ ตอบรับเศรษฐกิจที่ค่อยๆฟื้นตัวขึ้น

“ที่ผ่านมาเราทุ่มให้กับตลาดน้ำดำมาโดยตลอด ถึงตอนนี้เเบรนด์เเข็งแกร่งเเล้ว จึงถึงเวลาที่จะมาบุกตลาดน้ำสีอย่างเต็มที่” ผู้บริหารซันโทรี่ เป๊ปซี่โคกล่าว

ล่าสุดได้เปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่ของมิรินด้า ประเดิมครึ่งปีหลัง ด้วยกลิ่นมิกซ์เบอร์รี่และแตงโม ชูจุดเด่นเป็นเครื่องดื่มน้ำอัดลมที่ผสาน2 กลิ่นผลไม้ในขวดเดียว โดยรสชาติใหม่จะมีช่วงระยะห่างกันประมาณ6-8 เดือนจนกว่าจะมีรสชาติที่ใหม่กว่าออกมาจำหน่าย

โดยการปรับภาพลักษณ์ครั้งใหญ่ของ“มิรินด้า” ในปีนี้ วางงบการตลาดไว้ที่200 ล้านบาท เพิ่มขึ้นถึงเท่าตัว จากเมื่อปีที่ผ่านมาใช้ราว 100 ล้านบาท เพื่อชิงขึ้นเป็น“เบอร์2” ในตลาดน้ำสี เเทนที่เอส ซึ่งขณะนี้มีส่วนแบ่งในตลาดห่างกันเเค่2.5%

“ในงบการตลาด200 ล้านบาทนี้ จะใช้ในสื่อดิจิทัลถึง60% เพื่อเข้าถึงคนรุ่นใหม่Gen Z อย่างทั่วถึง”

อย่างไรก็ตามการที่มิรินด้าเปิดตัวในไทยมานานตั้งเเต่ปี2520 หรือกว่า43 ปีที่เเล้ว เเละเริ่มมีการปรับโฉมในปี2560 การที่จะเปลี่ยนเเบบทันทีทันใด…ไม่ใช่เรื่องง่ายนัก

“เราต้องทำเเบบค่อยเป็นค่อยไป เป็นเรื่องของงบประมาณด้วย เพราะถ้าเปลี่ยนครั้งเดียวต้องใช้เงินเยอะ เเต่ถ้าค่อยๆ เปลี่ยนใช้งบน้อยกว่า เเละคนจดจำได้มากกว่า”

เปิดเกมเเย่งลูกค้า Gen Z

การที่จะครองใจกลุ่มคนรุ่นใหม่Gen Z ที่มีอายุตั้งเเต่15-24 ปี เเละชื่นชอบการดื่มน้ำอัดลม“มากกว่าวัยอื่นๆ”มิรินด้าก็ต้องปรับตัวให้“เด็กลง” ไปด้วย โดยจะชูมีลักษณ์ใหม่ของแบรนด์ที่สนุก สดใสมากยิ่งขึ้น

เพื่อให้เข้ากับจุดเด่นของGen Z ที่ชอบความหลากหลาย เปิดรับความแปลกใหม่ท้าทาย ไม่จำเจและสนุกกับการใช้ชีวิต รวมถึงการเเสดงตัวตนในโลกดิจิทัล

จากข้อมูลของGroupM ระบุว่า ในปี2019 วัยรุ่นไทยใช้สมาร์ทโฟนเพื่อเเชทถึง87.7% ตามมาด้วยการอัพโหลดเเละเเชร์รูปภาพ80.7% ดูทีวีเเละวิดีโอ69.3% เสิร์ชหาข้อมูล65.4% เเละเล่นเกม64.8%

“มีการใช้โซเชียลมีเดียเฉลี่ย3 ชั่วโมงต่อวัน เเละใช้เวลาดูวิดีโอราว2 ชั่วโมงต่อวัน”

ดังนั้นแคมเปญการตลาดของมิรินด้าในปีนี้ จึงมาด้วยคอนเซปต์“Mirinda Mix Up Your World มิรินด้าสนุกทุกสี ซ่าไม่มีซ้ำ” ที่เจาะลึกถึงไลฟ์สไตล์และความสนใจของกลุ่มเป้าหมาย ผ่านกิจกรรมหลากหลายรูปแบบ โดยเฉพาะTikTok ที่มิรินด้าจับมือเป็นพันธมิตร

 3 กลยุทธ์"มิรินด้า"

  • เข้าใจและครองใจ Gen Z:  วัยรุ่น คือ ผู้บริโภคกลุ่มที่ใหญ่ที่สุดในเครื่องดื่มน้ำอัดลมสี เป็นผลมาจากพฤติกรรมที่ชอบความหลากหลาย เปิดรับและพร้อมทดลองสิ่งใหม่และไม่หยุดนิ่งที่จะสร้างสรรค์ความสนุกจากสิ่งต่างๆ รอบตัว ซึ่งตรงกับแนวความคิดของมิรินด้า ที่จะนำเสนอทั้งผลิตภัณฑ์และกลยุทธ์ทางการตลาดที่ตรงใจกลุ่มGen Z โดยตั้งเป้าหมายสู่การเป็นหนึ่งในแบรนด์หลักในใจวัยรุ่น ผ่านกิจกรรมการตลาดหลากหลายรูปแบบที่เน้นการสร้างBrand For Me ให้เกิดในใจชาวGen Z

  • สร้างพอร์ตฟอลิโอที่แข็งแกร่ง เน้นชูจุดแข็งของ3 รสชาติหลักที่มีสัดส่วนกว่า80% ได้แก่ น้ำส้ม น้ำแดง และน้ำเขียว ล่าสุดได้มีการปรับปรุงรูปแบบบรรจุภัณฑ์ใหม่ให้มีความสดใส ชวนดื่มมากยิ่งขึ้น พร้อมตั้งเป้าการออกผลิตภัณฑ์รสชาติใหม่สู่ตลาดอย่างสม่ำเสมอเป็นประจำทุกปี เพื่อกระตุ้นการบริโภคและดึงดูดผู้บริโภคหน้าใหม่ให้เปิดใจทดลอง เพื่อสร้างสีสันและการเติบโตให้กับตลาดน้ำสี

  • นำหน้าบนดิจิทัลแพลตฟอร์ม: กิจกรรมทางการตลาดของมิรินด้าจะเน้นหนักบนดิจิทัลแพลตฟอร์ม ด้วยงบลงทุน ที่เพิ่มสัดส่วนสูงขึ้นทุกปี ล่าสุดจับมือพันธมิตร เช่น TikTok ในการสร้างสรรค์ความสนุกผ่านฟีเจอร์ใหม่เอาใจสายแดนซ์ โดยออกแบบทั้งฟิลเตอร์ใหม่ เพลงใหม่ติดหู และการใช้อินฟลูเอนเซอร์ที่ได้ทีมครีเอทีฟของTikTok มาทำงานร่วมกัน

เมื่อจะจับตลาดวัยรุ่น ก็ต้องใช้พรีเซนเตอร์วัยรุ่น โดยเมื่อปี 2017 มิรินด้าเปิดตัวไอดอลเกิร์ลกรุ๊ปวง BNK48 เป็นแบรนด์แอมบาสเดอร์ครั้งแรกของ “มิรินด้า มิกซ์-อิท” ส่วนในปีนี้จะมีการใช้พรีเซนเตอร์อีกหรือไม่นั้น ผู้บริหารซันโทรี่ เป๊ปซี่โค ตอบว่า "ปีนี้สถานการณ์เพราะยังไม่เเน่นอน เเต่ถ้าในอนาคตมิรินด้าจะมีพรีเซนเตอร์อีกครั้ง ก็จะยังคงมองหาในวงการเพลง"  ขณะที่การเป็นสปอนเซอร์ให้กับคอนเสิร์ตเเละเทศกาลดนตรีต่างๆ ซึ่งได้รับผลกระทบจากการระบาดของ COVID-19 ทางเป๊ปซี่บอกว่า "ต้องระงับไว้ก่อน" เเละจะกลับมาอีกครั้งเมื่อทำได้ การกลับมารุกหนักใน "ตลาดน้ำสี" ของมิรินด้าครั้งนี้ น่าจะกระตุ้นการเเข่งขันในตลาดเครื่องดื่มได้ไม่น้อย โดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วง "ครึ่งปีหลัง" ที่หลายเเบรนด์เริ่มกลับมาทุ่มงบการตลาดอีกครั้ง ขณะเดียวกันการที่จะครองใจชาว Gen Z ดูเหมือนจะเข้าถึงง่าย เเต่ก็ "ไม่ง่าย" นัก เมื่อการทดลองสิ่งใหม่อยู่เสมอคือจุดเด่นของคนวัยนี้ เเละคู่เเข่งอย่าง "เอส" คงไม่ยอมปล่อยตำเเหน่งเบอร์ 2 ง่ายๆ ต้องรอดูว่าจะมีกลยุทธ์อะไรมางัดข้อกันบ้าง     

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...