โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ชีวิตสั้นแต่ความเป็นเพื่อนยืนยาว Hospital Playlist ซีรีส์เพื่อนหมอที่คนมีเพื่อนต้องดู

a day magazine

อัพเดต 31 พ.ค. 2563 เวลา 09.16 น. • เผยแพร่ 30 พ.ค. 2563 เวลา 10.00 น. • น้ำปาย ไชยฤทธิ์

ก่อนดูซีรีส์เรื่อง Hospital Playlist หากเปิดเรื่องย่ออ่านเราจะได้คำอธิบายประมาณนี้

Hospital Playlist คือซีรีส์เล่าเรื่องราวของแพทย์ ​พยาบาล และผู้ป่วยในโรงพยาบาล – นักเรียนแพทย์ 5 คนเข้าเรียนในโรงเรียนแพทย์พร้อมกันในปี 1999 ปัจจุบันพวกเขายังเป็นเพื่อนกันและทำงานในโรงพยาบาลเดียวกัน

แต่ทันทีที่ episode แรกจบลงเราก็รู้ทันทีว่านี่ไม่ใช่ซีรีส์ที่นำหน้าด้วยเรื่องหมอและความเจ็บไข้ได้ป่วยเพียงอย่างเดียวแต่ว่าด้วยความสัมพันธ์ของเพื่อนซึ่ง (บังเอิญ) เป็นหมอก็เท่านั้น

กลางดึกคืนหนึ่งของปี 1999 นักเรียนแพทย์ปี 1 ห้าคนแอบหนีงานรับน้องแสนเอะอะมาบังเอิญเจอกันในห้องเก็บของ และใครจะไปรู้ว่านั่นคือจุดเริ่มต้นของมิตรภาพที่มั่นคงและแข็งแรงใน 20 ปีข้างหน้า

จากคืนรับน้อง ผู้กำกับกดปุ่ม fast forward มายังปี 2019 หลังจากแยกย้ายกันไปใช้ชีวิตและทำงานในต่างที่ อาจารย์หมอทั้ง 5 กลับมารวมตัวอีกครั้งที่โรงพยาบาลมหาวิทยาลัย Yulje

ที่นี่เอง ความสัมพันธ์ของพวกเขาก็ดำเนินต่อให้เราได้เห็น ได้หัวเราะ ร้องไห้ อบอุ่นหัวใจ และเอาใจช่วยตลอด 1 ซีซั่นที่ผ่านมา

นอกจากความสัมพันธ์ระหว่างเพื่อน 5 คน Hospital Playlist ยังเล่าชีวิตการงานของหมอไปจนถึงชีวิตของเพื่อนร่วมตำแหน่งอื่นๆ อย่างละเอียดลออ ตั้งแต่เคสผ่าตัดด่วนที่อันตรายถึงชีวิต ความหนักหนาสาหัสของการเป็นแพทย์ประจำบ้าน อาจารย์แพทย์ที่ดีแต่พูด การทำงานร่วมกันของทีมแพทย์หลายแผนก แพทย์ที่โดนเพื่อนด้วยกันเอาเปรียบ ไปจนถึงเรื่องรักๆ ของนักศึกษาในโรงพยาบาล รวมๆ แล้วตัวละครทั้งหมดนั้นเยอะจนแม้กระทั่งคนเขียนบทยังต้องตั้งชื่อแพทย์แต่ละแผนกตามชื่อนักกีฬาในทีมเบสบอลต่างๆ เพื่อให้จำชื่อได้

ลืมซีรีส์ดราม่าการแพทย์เครียดเข้มที่เคยดูไปก่อน เพราะเรื่องราวในซีรีส์เล่าแบบง่ายๆ เป็น slice of life ที่ไร้เส้นเรื่องหลักอันหวือหวาซับซ้อน และมีหัวใจอยู่ที่ความสัมพันธ์ของหมอ 5 คนที่พูดถึงความหมายของคำว่าเพื่อนอย่างลึกซึ้งและอบอุ่นหัวใจ

 

เพื่อนร่วมงาน / เพื่อนร่วมวง

Hospital Playlist ประกอบด้วยสองคำคือโรงพยาบาลและคำว่าเพลย์ลิสต์ซึ่งสื่อถึงดนตรี สององค์ประกอบที่เรียบง่ายแต่แสนสำคัญ

แก๊งเพื่อนทั้ง 5 หรือที่เพื่อนร่วมรุ่นตั้งฉายาให้ว่า ‘เจ้าพวกชมรมตลก’ ประกอบไปด้วย Lee Ik-Jun ศัลยแพทย์ทั่วไปผู้เชี่ยวชาญเรื่องการผ่าตัดตับและทางเดินน้ำดีและการเล่นตลก,​ Kim Jun-Wanศัลยแพทย์ทรวงอกปากร้ายใจดี, Ahn Jeong-Wonกุมารศัลยแพทย์ผู้รักเด็กสุดหัวใจและมีความฝันสูงสุดคือการเป็นบาทหลวง, Yang Seok-Hyungแพทย์ด้านสูติศาสตร์และนรีเวชวิทยาผู้นุ่มนิ่มเหมือนพ่อหมี และ Chae Song-Hwa ประสาทศัลยแพทย์และหญิงสาวคนเดียวของกลุ่ม

ที่โรงพยาบาล พวกเขาคืออาจารย์หมอวัย 40 ผู้เก่งกาจ มีไหวพริบ เป็นที่เคารพของหมอ พยาบาล ไปจนถึงคนไข้ เราจึงได้เห็นฉากการรักษาและผ่าตัดเคสหลากหลายตั้งแต่ตับ หัวใจ ไปจนแม่ท้องแก่ที่รกลอกตัวจนอาจเป็นอันตรายถึงชีวิตของแม่และลูก การตัดสินใจบนเส้นความเป็นและความตาย วิธีคุยกับคนไข้อย่างใส่ใจ การเป็นอาจารย์หมอที่ดี (และที่ไม่ดี) สอดแทรกด้วยความรู้ทางการแพทย์ จริยธรรม และการแก้ไขความเข้าใจผิดๆ ให้คนดูแบบเนียนๆ เช่น อย่าได้เชื่อกูเกิลมากกว่าหมอ (!)

แต่เมื่อไหร่ที่ทั้งแก๊งรวมตัวกันที่ห้องใต้ดินของหมอซอกฮยอง เมื่อนั้นพวกเขาไม่ได้สวมบทบาทหมอแต่เป็นเพื่อนร่วมวงสมัยเรียนที่กลับมาเล่นดนตรีอีกครั้งหลังย้ายมาอยู่โรงพยาบาลยุลเจ ในฟากฝั่งของดนตรีเราจึงได้ฟังเพลย์ลิสต์เปี่ยมความหมายที่ล้อไปกับเรื่องราวชีวิตของเพื่อนทั้ง 5

จริงอยู่ที่ไม่มีใครในกลุ่มเป็นนักดนตรีมืออาชีพ การซ้อมดนตรีแต่ละครั้งจึงไม่ได้พิเศษด้วยเสียงร้องทรงพลังหรือท่อนโซโล่สุดพลิ้ว (ต่อให้ Jo Jung-suk ผู้รับบทอีอิกจุนและ Jeon Mi-do ที่รับบทแชซงฮวาจะร้องเพลงเพราะจนได้ร้อง OST.ของเรื่องก็เถอะ) แต่กลับทำให้คนดูอย่างเราใจพองฟูเพราะทุกคนดูมีความสุขที่ได้เล่นดนตรีด้วยกันเหลือเกิน สมความตั้งใจของผู้กำกับ Shin Won-Ho ที่เคยสร้างซีรีส์อบอุ่นหัวใจตระกูล Reply และเรื่อง Prison Playbook ซึ่งบอกว่าเขาตั้งใจใช้ฉากเล่นดนตรีเล่าถึงความสัมพันธ์ที่เหนียวแน่น ทั้งยังเป็นวิธีนำเพลงเก่าๆ ที่ผู้กำกับชื่นชอบกลับมาใช้ได้อย่างมีชั้นเชิง

 

เพื่อนต่างเพศ

“ผู้หญิงคนเดียวและผู้นำทางจิตวิญญาณของกลุ่ม” คือคำอธิบายที่ ‘หมอบง’ เพื่อนหมอร่วมรุ่นนิยามแชซงฮวา หญิงสาวคนเดียวในแก๊งชมรมตลกแห่งโรงพยาบาลยุลเจ

สถานะผู้หญิงสวย เก่ง และนิสัยดีท่ามกลางกลุ่มเพื่อนชายหนุ่มทำให้หลายคนตั้งคำถามกับความสัมพันธ์ระหว่างเพศตรงข้าม บางคนเก็บความสงสัยไว้ในใจ ในขณะที่บางคนก็ใจกล้าพอที่จะถามตรงๆ

“นายชอบซงฮวาเหรอไง” หมอหนุ่ม อดีตแฟนของซงฮวาถามจุนวานอย่างหาเรื่อง

“นายไม่มีเพื่อนใช่ไหม”

“มีสิ มีอยู่แล้ว แต่นี่ชายหญิงไม่แปลกหรือไง”

“นายนี่มันคร่ำครึเหลือทน”

คำตอบของจุนวานคล้ายจะเป็นสิ่งที่ผู้กำกับและคนเขียนบทสื่อตลอดซีซั่น 1 ของ Hospital Playlist เพราะแทบทุกครั้งที่ซีรีส์ฉายภาพให้เห็นความสัมพันธ์ของแก๊งตลก โดยเฉพาะฉากของอิกจุนและซงฮวา เขายังหย่อนตัวละครอย่าง Jung Ro-Sa แม่ของจองวอนและ Joo Jong-Soo ประธานโรงพยาบาลยุลเจลงมาอย่างจงใจ

โรซ่าและจุนซูเป็นเพื่อนกันมาตั้งแต่เด็กจวบจนเข้าวัยชรา เมื่อคู่ชีวิตของแต่ละคนทยอยจากไป ความสัมพันธ์ระหว่างพวกเขาก็ยิ่งแน่นแฟ้น จงซูไปหาโรซ่าในวันหยุด โรซ่ามาหาจงซูที่โรงพยาบาลในวันทำงาน พวกเขาขับรถให้กัน ไปเที่ยวด้วยกัน แลกเปลี่ยนความปวดหัวเรื่องลูกๆ และเปลี่ยนชีวิตวัยชราที่ราบเรียบและออกจะน่าเบื่อให้มีสีสันและเสียงหัวเราะ

ในขณะที่ความสัมพันธ์ของอิกจุนและซงฮวานั้นเต็มไปด้วยคำถามว่าพวกเขาจะสามารถคิดซื่อสัตย์ต่อกันได้จริงไหม ทั้งจากอดีตที่สับสน และปัจจุบันที่ความเป็นเพื่อนพร้อมจะถูกทำลายอยู่ตลอดเวลา

แต่ไม่ว่าในอนาคตความสัมพันธ์ของอิกจุน-ซงฮวา หรือจงซู-โรซ่า จะพัฒนาไปสู่จุดที่เกินเพื่อนหรือไม่ ความสัมพันธ์ฉันเพื่อนที่กินเวลายาวนานหลายทศวรรษของคน 2 คู่ รวมถึงกลุ่มเพื่อนที่รายล้อมก็ยังเป็นเหมือนการประกาศอย่างมั่นใจของผู้กำกับชินวอนโฮว่า ชาย-หญิงเป็นเพื่อนกันได้ และใครก็ตามที่คิดว่าความสัมพันธ์ของเพื่อนต่างเพศเป็นเรื่องแปลกนั้นก็ช่าง “คร่ำครึเหลือทน”

 

เพื่อนที่เป็นครอบครัว

20 ปีคือระยะเวลาที่อิกจุน, จุนวาน, จองวอน, ซอกฮยอง และซงฮวาเป็นเพื่อนกัน แต่หากนับนิ้วดูจริงๆ ความสัมพันธ์ของบางคู่ในกลุ่มกลับยาวนานกว่านั้น จองวอนและซอกฮยองเป็นเพื่อนกันมาตั้งแต่ประถม ส่วนอิกจุนกับจุนวานเป็นเพื่อนซี้สมัยมัธยมปลายแถมยังเคยทำวงดนตรีด้วยกันมาก่อน

เมื่อบวกกับเวลา 20 ปีนับแต่สมัยมหาวิทยาลัย ไม่แปลกที่ในวัย 40 ความสัมพันธ์ของพวกเขาจึงเป็นเหมือนครอบครัวกลายๆ เราเห็นพวกเขาดูแลพ่อแม่ของซอกฮยองยามเข้าโรงพยาบาลเหมือนดูแลพ่อแม่ของตัวเอง พวกเขารู้จักพี่น้องของกันและกัน (อย่างจุนวานที่รู้จักน้องสาวของอิกจุนดีสุดๆ) เข้าออกบ้านช่องของกันและกันอย่างเป็นธรรมชาติ ไม่นับว่าจองวอนอาศัยอยู่บ้านของจุนวานเป็นการถาวร และในยามที่จุนวานซ่อมบ้าน ทั้งคู่ก็อพยพไปนอนคอนโดของอิกจุนแบบสบายๆ

ทั้งหมดนี้เกิดขึ้นโดยที่ทั้งกลุ่มไม่จำเป็นต้องรู้ทุกเรื่องของกันและกันด้วยซ้ำ

ด้วยความสนิทระดับนี้ ในช่วงแรกเราคาดหวังว่าจะได้เห็นตัวละครทั้ง 5 แลกเปลี่ยนความลับและเรื่องราวชีวิตกันแบบหมดเปลือก จนเมื่อดูไปสักพักนั่นแหละที่เรารู้ว่าพวกเขาผูกพันกันด้วยบางอย่างที่ลึกซึ้งกว่านั้น กล่าวคือพวกเขาไม่จำเป็นต้องรู้ทุกเรื่องในชีวิตของกันและกันในเมื่อพวกเขารู้จักกันดีในระดับอ่านใจ

ฉากหนึ่งที่น่ารักจนติดอยู่ในใจคือตอนที่อิกจุนทำนายว่าจองวอนจะใช้เวลา 1 นาทีเป๊ะในการเดินจากห้องพักของตัวเองมายังห้องพักของซงฮวา ฉากที่ซงฮวารู้ว่าอิกจุนจะเล่นกาน้ำร้อนเลยร้องเตือน (แต่ไม่ทัน) หรือฉากที่จองวอนไม่เข้าใจว่าเพื่อนทุกคนทายถูกได้ยังไงว่าคนไข้ของเขาอาการดีขึ้นหรือแย่ลง 

หรือในมิติที่ลึกซึ้งกว่านั้น เมื่อจองวอนต้องตัดสินใจครั้งใหญ่ทำเอาคนดูลุ้นมาหลายเอพิโสด เพื่อนสนิทอย่างซงฮวากลับรู้คำตอบได้โดยไม่ต้องถาม ในขณะที่เราลุ้นให้เธอถามจนขาดใจจะได้หายคาใจเสียที

 

เพื่อนที่เติมเต็ม

“รวมๆ เลยก็คืออธิบายได้ด้วยคำว่า lacking fives ทุกคนขาดอะไรไปคนละอย่าง”

หมอบง เพื่อนขาเมาท์เจ้าเก่าพูดไว้แบบนี้ตอนอธิบายให้หมอคนอื่นๆ ในโรงพยาบาลรู้จักแก๊งชมรมตลก และยิ่งเรื่องราวดำเนินไปคำกล่าวนี้ก็ยิ่งเป็นจริง

เราเห็นอิกจุนที่เก่งทั้งเรื่องเรียนและเรื่องเล่นมีชีวิตคู่ที่ล้มเหลวไม่เป็นท่า เห็นซอกฮยองที่จิตใจที่งามถูกคนในครอบครัวทำร้ายจิตใจครั้งแล้วครั้งเล่า เห็นจองวอนที่มีทุกอย่างทุกข์ใจที่ต้องเลือกระหว่างอาชีพกุมารแพทย์ที่ได้ช่วยชีวิตเด็กๆ ที่เขารักกับการเป็นบาทหลวง ความฝันอันสูงสุดตั้งแต่วัยเยาว์

แต่ที่หมอบงไม่ได้พูดคือบางนิสัยที่พวกเขามีในปัจจุบันนั้นก่อร่างสร้างตัวมาตั้งแต่ความสัมพันธ์ช่วง 20 ปีก่อน 

ตั้งแต่ต้นเรื่องเราก็เห็นพวกเขาตบตีทะเลาะกันแย่งของกิน โดยเฉพาะระหว่างเพื่อนคนอื่นๆ กับจุนวานและซงฮวาที่กินเร็วและกินเยอะจนไม่ว่าใครก็แย่งไม่ทัน และเป็นอย่างนี้ทุกครั้ง ไม่ว่าสิ่งที่กินจะเป็นบะหมี่คัลกุกซู,​ ต็อกปกกี หรือหมูย่างก็ตาม

“ฉันมีพี่ชายสามคน” คือข้ออ้างสามัญของซงฮวาในขณะที่จุนวานเปลี่ยนคำให้การไปเรื่อยๆ

กระทั่งซีรีส์ฉายให้เห็นทั้ง 5 ขลุกกันซ้อมวงในช่วง 20 ปีก่อน ในขณะที่คนอื่นๆ ง่วนกับเครื่องดนตรีของตัวเอง จุนวานกลับหิวโซจนต้องลุกไปต้มมาม่าแต่ไม่ว่าจะต้มมากี่ครั้งก็โดนเพื่อนคนอื่นๆ แวะมาแย่งกินจนหมด ไม่รู้ว่าเป็นความบังเอิญหรือตั้งใจ แต่เราก็ทึกทักเอาเองว่าที่เพื่อนๆ ต้องปวดหัวกับนิสัยกินเร็วของจุนวานทุกวันนี้ก็มีส่วนมาจากกรรมเวรที่พวกเขาก่อไว้เอง

 

เพื่อนยืนยาว

ความที่ผู้กำกับแวะเล่าเรื่องนั้นทีเรื่องนี้ทีในโรงพยาบาลทำเอาหลายคนพูดว่า Hospital Playlist แทบไม่มีเส้นเรื่องหลัก ตัวละครแต่ละตัวดำเนินชีวิตไปด้วยความเป็นธรรมชาติอย่างที่สุด แต่อาจเป็นสิ่งนี้เองที่ทำให้ซีรีส์เรื่องนี้ทัชใจเรามากที่สุด

เมื่อไม่มีเส้นเรื่องหวือหวา ซับซ้อน เราจึงมีเวลาได้เห็นหมอแต่ละคนตั้งใจรักษาคนไข้อย่างเต็มที่ แม้กระทั่งในเวลาส่วนตัว หากมีเคสฉุกเฉินพวกเขาก็พร้อมเทการซ้อมดนตรีหรือการกินข้าวร่วมกันในรอบสัปดาห์เพื่อบึ่งกลับไปยังโรงพยาบาลและรักษาชีวิตให้ทันท่วงที เรื่องนี้เกิดขึ้นจนเป็นปกติโดยไม่มีใครโกรธใคร มีแต่ความเข้าใจและเอาใจช่วยคนไข้ของเพื่อนหายดี

แต่ใช่ว่าประสบการณ์และความตั้งใจจะช่วยคนไข้ได้ทุกครั้งไป อย่างที่เรารู้กันดีว่าต่อให้หมอพยายามมากแค่ไหน แต่โรคและโลกก็สามารถพรากชีวิตคนไปได้แบบไม่เลือกเพศ อายุ อาชีพ หรือสัญชาติเสมอ

ใน Hospital Playlist เองก็เช่นกัน มีหลายครั้งที่คนไข้ที่เสียชีวิตเป็นคนที่ยังมีอนาคตอีกไกล บางครั้งผู้ที่ป่วยหนักกลับยังอยู่ในช่วงวัยรุ่น หรือบางครั้ง เด็กที่เพิ่งลืมตาดูโลกได้ไม่นานก็กลับต้องเดินทางจากไปไกล

ชีวิตนี้ช่างสั้นและไม่แน่นอน ผู้กำกับบอกเราอย่างนั้น

แต่ในช่วงเวลาเดียวกับที่หลายชีวิตเกิดขึ้นและดับลง อิกจุน, จุนวาน, จองวอน, ​ซอกฮยอง และซงฮวาต่างเติบโตไปมีชีวิตในเส้นทางของตัวเอง อยู่ใกล้กันบ้าง ไกลกันบ้าง กลับมารวมตัวกันบ้าง แต่ในเวลาที่ต้องการ เพื่อนยังจะมีเพื่อนคอยประคองและปลอบโยนเสมอ

มันอาจจะเกี่ยวหรือไม่เกี่ยวกับการที่พวกเขาทำอาชีพที่ต้องเห็นชีวิตอันแสนสั้นอยู่บ่อยๆ ก็ได้

แต่เราขอทึกทักเอาเองว่าสิ่งที่ทำให้แก๊งชมรมตลกอยู่ด้วยกันมาตลอดอาจเพราะพวกเขารู้ว่ายิ่งชีวิตนั้นแสนสั้น ยิ่งควรทำมิตรภาพให้ยืนยาว

Highlights

  • Hospital Playlist คือซีรีส์แนวดรามาการแพทย์ที่เล่าเรื่องของเพื่อนหมอ 5 คนซึ่งเป็นเพื่อนสนิทกันมา 20 ปี
  • แม้เรื่องราวในซีรีส์จะไม่หวือหวาซับซ้อน แต่สิ่งที่ทำให้หลายคนหลงรักคือความเป็นธรรมชาติและความสัมพันธ์ระหว่างตัวละครหลักทั้ง 5 ที่พูดถึงคำว่าเพื่อนได้อย่างลึกซึ้งและกระทบใจ
ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...