LPN แนวโน้มกำไรอ่อนแอ-แต่ไม่มีปัญหาสภาพคล่อง
ทันหุ้น-สู้โควิด-บริษัทหลักทรัพย์ไทยพาณิชย์ จำกัดหรือ SCBS ระบุถึงแนวโน้มธุรกิจLPN ว่า การขายสต๊อกได้น้อย ยอดขายรอรับรู้รายได้ต่ำจากการโอนกรรมสิทธิ์ และอัตรากำไรขั้นต้นที่แคบลง ส่งผลทำให้กำไรของ LPN ปรับตัวลดลง 38% YoY ใน 1Q63 เป็นไปตามที่เราคาดการณ์ไว้ แต่สูงกว่าตลาดคาดเล็กน้อย กำไร 2Q63 มีแนวโน้มแย่ลง
โดยมีสาเหตุมาจากมาตรการล็อคดาวน์ และบริษัทอาจจะลดราคาลงอย่างมากเพื่อกระตุ้นรายได้ LPN ปรับเป้ารายได้ลดลง 30% สู่ 7 พันลบ. สอดคล้องกับประมาณการของเรา แต่ประมาณการของตลาดยังมี downside อยู่บ้าง แม้เรามองว่า LPN ไม่น่าจะมีปัญหาสภาพคล่อง แต่ LPN มีแนวโน้มที่จะเป็นหนึ่งในผู้ประกอบการพัฒนาโครงการที่อยู่อาศัยที่ฟื้นตัวช้าที่สุด เนื่องจากโมเดลธุรกิจเน้นหนักไปที่คอนโด แนะนำ “Neutral”
ผลการดำเนินงาน 1Q63 อ่อนแอ กำไรสุทธิ 1Q63 ของ LPN สูงกว่าตลาดคาด แต่เป็นไปตามที่เราคาด โดยปรับตัวลดลง 38% YoY และ 65% QoQ จากการโอนกรรมสิทธิ์คอนโดลดลง ซึ่งสอดคล้องกับยอดขายสินค้าคงคลังที่อ่อนแอใน 1Q63 กำไร 1Q63 คิดเป็นสัดส่วน 24% ของประมาณการกำไรปี 2563 ของตลาด และ 29% ของประมาณการกำไรปี 2563 ของฝ่ายวิจัย
รายได้จากการขายอสังหาริมทรัพย์ลดลง 40% YoY และ 60% QoQ สู่ 1.5 พันลบ. โดยมีสาเหตุมาจากการสร้างคอนโดใหม่เสร็จเพีpง 1 โครงการ คือ ลุมพินี เพลส พระราม3-ริเวอร์ไรน์ (อัตราการขายต่ำเพียง 28%) คอนโดยังคงสร้างรายได้ส่วนใหญ่โดยคิดเป็นสัดส่วนสูงถึง 73%ของรายได้รวม เทียบกับ 69% ใน 1Q62 และ 88% ใน 4Q62
อัตรากำไรขั้นต้นหดตัวลง 350bps YoY สู่ 30.2% เพราะไม่มีรายได้จากโครงการ ลุมพินี สวีท เพชรบุรี-มักกะสัน ที่ให้อัตรากำไรสูง แต่ปรับตัวเพิ่มขึ้นเล็กน้อย 40bps QoQ จากการเปลี่ยนแปลงในส่วนผสมผลิตภัณฑ์
อัตราส่วนค่าใช้จ่าย SG&A ต่อรายได้ลดลงสู่ 26.1% จาก 28.4% ใน 1Q62 หลักๆ เป็นเพราะไม่มีค่าคอมมิชชั่น 100 ลบ. สำหรับโครงการ ลุมพินี สวีท เพชรบุรี-มักกะสัน เหมือนใน 1Q62
แนวโน้มแย่ลงใน 2Q63 ผลกระทบอย่างหนักจากมาตรการล็อคดาวน์ และยอดขายรอรับรู้รายได้ระดับต่ำ โดยมีสาเหตุมาจากการโอนกรรมสิทธิ์ใน 2Q63 ทำให้เราคาดว่ากำไรจะปรับตัวลดลง YoY และ QoQ ใน 2Q63 อัตรากำไรขั้นต้นจะปรับตัวลดลงอีก เนื่องจาก LPN จะลดราคาเพื่อกระตุ้นรายได้ บริษัทคาดว่าอัตรากำไรขั้นต้นเฉลี่ยจะลดลง 5% YoY สู่ 25% ในปีนี้ สะท้อนถึงการลดราคาสำหรับบางยูนิตลง 10-15% ยอดขายรอรับรู้รายได้ของ LPN อยู่ที่ 3.8 พันลบ. โดย 2.9 พันลบ. จะรับรู้เป็นรายได้ในปีนี้ หรือคิดเป็นสัดส่วน 69% ของประมาณการรายได้ปี 2563 ของเรา และส่วนที่เหลืออีก 847 ลบ. จะรับรู้เป็นรายได้ในปีหน้า
ปรับเป้ารายได้ลดลง LPN ปรับเป้ารายได้ลดลง 30% สู่ 7 พันลบ. เป็นไปตามที่คาดการณ์ แต่มีความเสี่ยง downside สำหรับประมาณการของตลาด โดยมีสาเหตุมาจากอุปสงค์ที่ซบเซา โดยเฉพาะคอนโด บริษัทจะเปิดตัวคอนโดใหม่ลดลงจาก 6 โครงการ เหลือ 2 โครงการ โดยมูลค่าโครงการจะปรับลดลง 32% สู่ 3.4 พันลบ. แต่ยังคงเป้าเปิดตัวบ้านแนวราบไว้ที่ 4 โครงการ มูลค่า 5.9 พันลบ. บริษัทกำลังเจรจาขายอาคารทั้งหลังของ ลุมพินี ทาวเวอร์ วิภาวดี-จตุจักร (B) มูลค่า 1พันลบ. และน่าจะได้ข้อสรุปภายในเดือนมิ.ย. 2563 การขายอาคารดังกล่าวได้สำเร็จ จะเพิ่ม upside ให้กับประมาณการของเรา
ไม่มีปัญหาสภาพคล่อง LPN เป็นหนึ่งในผู้ประกอบการพัฒนาโครงการที่อยู่อาศัยที่มีอัตราส่วนหนี้สินที่มีภาระดอกเบี้ยสุทธิต่อทุนต่ำที่สุดเพียง 0.6เท่า ณ สิ้น 1Q63 บริษัทมีหุ้นกู้ที่ครบกำหนดไถ่ถอนในปีนี้จำนวน 1 พันลบ. บริษัทมีวงเงินกู้จำนวน 2.0 พันลบ. และมีเงินสดในมือ 962 ลบ. ดังนั้นเราจึงไม่คิดว่าบริษัทจะมีปัญหาสภาพคล่องในระยะสั้นนี้
อยากลงทุนสำเร็จ เป็นเพื่อนกับเรา พร้อมรับข่าวสารได้ทุกช่องทางที่
APP ทันหุ้น ANDROID คลิ๊ก https://qrgo.page.link/US6SA
APP ทันหุ้น IOS คลิ๊ก https://qrgo.page.link/QJKT7
LINE@ คลิ๊ก https://lin.ee/uFms4n5
FACEBOOK คลิ๊ก https://www.facebook.com/Thunhoonofficial/
YOUTUBE คลิ๊ก https://www.youtube.com/channel/UCYizTVGMealUUalT6VdUdNA
TELEGRAM คลิ๊ก https://t.me/thunhoon_news
Twitter คลิ๊ก https://twitter.com/thunhoon1