โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

ฝากเงินกับธนาคาร Vs ออมเงินในรูปแบบประกันชีวิต

Lumpsum

เผยแพร่ 18 พ.ค. 2564 เวลา 16.26 น.

เมื่อเรามีเงินเราฝากกับธนาคารก็น่าจะอุ่นใจได้ว่า เรามีเงินสดสำรองในกรณีฉุกเฉิน ส่วนประกันชีวิตที่เราจ่ายๆ ไป รายเดือน รายไตรมาส หรือรายปี เอ…มันได้อะไร สู้เราเอาเงินไปฝากธนาคารดีกว่ามั๊ย

ทั้งหมดนี้มีคำตอบ ให้เพื่อนๆ ได้ไปตัดสินใจระหว่างการฝากเงินกับการออมเงินในรูปแบบประกันชีวิตมีดีอย่างไรบ้าง และเราจะได้อะไรที่มากกว่าการฝากเงินไว้กับธนาคาร ทั้งหมดนี้หลักๆ

สรุปมาจากคลิปให้ความรู้ของ “กองทุนประกันชีวิต”  ซึ่งอธิบายไว้ได้ดีมาก และเชื่อว่าจะเป็นประโยชน์กับเพื่อนๆ ทุกคนค่ะ

 

การฝากเงินกับธนาคาร แตกต่างกับการเก็บออมเงินในรูปแบบประกันชีวิตอย่างไร?

การฝากเงินกับธนาคาร เมื่อเราฝากเงินไปแล้วเราจะได้ “ดอกเบี้ย” เป็นการตอบแทน ซึ่งผลตอบแทนที่ได้เปรียบเหมือนกับ “การขึ้นบันได” ยกตัวอย่างเช่น

เราฝากเงินกับธนาคารทุกปี ปีละ 20,000 บาท ฝากไป 5 ปีมีเงินต้นอยู่ที่ 100,000 บาท พอครบ 5 ปีเราจะได้เงินจำนวน 100,000 แสนบาท พร้อมดอกเบี้ย พูดง่ายๆ ก็คือว่า ฝากไว้เท่าไหร่ก็ถอนได้เท่านั้นพร้อมดอกเบี้ย มันจึงเหมือนกับการขึ้นบันได ที่เราค่อยๆ เก็บสะสมทั้งเงินต้นและดอกเบี้ยเพิ่มขึ้นทุกปี นับว่าเป็นการวางแผนการเก็บเงินที่ดีสำหรับทุกคนในรูปแบบที่ปลอดภัย

สถาบันที่ดูแลเงินฝากของเรา คือ สถาบันคุ้มครองเงินฝาก ตามพระราชบัญญัติ สถาบันคุ้มครองเงินฝาก พ.ศ.2551 ส่วนสถาบันที่กำกับดูแลเรื่องการธนาคารคือ ธนาคารแห่งประเทศไทย

การออมเงินในรูปแบบการทำประกันชีวิต ผลตอบแทนที่ได้ “เหมือนเป็นการขึ้นลิฟต์” ทีนี้ขึ้นลิฟต์อย่างไร มาดูตัวอย่างกัน

เราทำประกันชีวิตระยะเวลา 10 ปี ชำระค่าเบี้ยประกันปีละ 20,000 บาท ทุนประกัน 1,000,000 บาท ชำระค่าเบี้ยไปแล้ว 5 ปีรวมเบี้ยประกัน 1 แสนบาท

แล้วอยู่ดีๆ เกิดเสียชีวิตขึ้นมา บริษัทก็จะจ่ายเงินให้ 1,000,000 บาทเลยนะ (ทั้งที่เงินที่เราออมไว้แค่ 100,000 บาท) แบบนี้เราเรียกว่า “การใช้เงินโดยอาศัยมรณกรรม”

แต่ถ้าทำประกันชีวิตไปแล้ว และเราอยู่จนครบระยะเวลา 10 ปี บริษัทที่เราทำประกันไว้ก็จะจ่ายเงินคืนให้ผู้รับประโยชน์ตามทุนประกัน 1,000,000 บาท พร้อมผลประโยชน์อย่างอื่นตามที่ได้ตกลงกันไว้แบบนี้เรียกว่า “การใช้เงินโดยอาศัยการทรงชีพ”

สถาบันที่ดูแลเงินออมประกันชีวิตของเรา คือ กองทุนประกันชีวิต ส่วนสถาบันที่กำกับดูแลเรื่องการประกันชีวิตคือ สำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย

การทำประกันชีวิตจึงเป็นทั้ง “การบริหารความเสี่ยง” เป็นทั้ง “ทางเลือกการออมเงิน” ที่ดีอีกแบบหนึ่ง เพราะช่วยบรรเทาความเสียหายได้

ถ้าเมื่อไหร่ที่เกิดความสูญเสียขึ้นมา แม้ว่าไม่ครบระยะเวลาตามสัญญาบริษัทประกันก็จะจ่ายเงินให้ตามกรมธรรม์ นอกจากนั้น เรายังสามารถนำเบี้ยประกันไปลดหย่อนภาษีได้อีกด้วย

 

หากคุณกำลังมองหาแบบประกันที่เหมาะกับตัวคุณ หรือเหมาะกับงบที่คุณมี สามารถเช็คและเปรียบเทียบประกันทั้งหมดที่นี่ คลิก

ดูบทความต้นฉบับ

Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...