โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

"พระพุทธสิหิงค์ รัชกาลที่ 1" กับการเมืองไทยสมัยคณะราษฎร

ศิลปวัฒนธรรม

อัพเดต 25 พ.ค. 2564 เวลา 01.12 น. • เผยแพร่ 25 พ.ค. 2564 เวลา 01.00 น.
ภาพพระพุทธสิหิงค์ รัชกาลที่ 1 เมื่อครั้งประดิษฐานในพระอุโบสถวัดพระศรีมหาธาตุ (วัดประชาธิปไตย) ในฐานะพระพุทธปฏิมาสำคัญของคณะราษฎร (ภาพจาก “ประวัติวัดพระศรีมหาธาตุ” สำนักนายกรัฐมนตรี, 2495. น.16.)

เมื่อกล่าวถึง “คณะราษฎร” และ “พระพุทธสิหิงค์ รัชกาลที่ 1” ท่านผู้อ่านนึกถึงอะไร คาดว่าคนส่วนใหญ่จะนึกถึงการเปลี่ยนแปลงการปกครองเป็นระบอบประชาธิปไตย ปี 2475 และพระพุทธรูปองค์หนึ่งที่ประดิษฐานอยู่ที่พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติพระนคร (ตามลำดับ) แล้วทั้ง 2 เรื่องเกี่ยวข้องสัมพันธ์กันอย่างไร

วิศรุต บวงสรวง นักศึกษาปริญญาเอก สาขาวิชาประวัติศาสตร์ คณะศิลปศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ อธิบายถึงความสัมพันธ์ดังกล่าวไว้ในบทความชื่อว่า พระพุทธสิหิงค์ รัชกาลที่ 1’ กับการเมืองไทยสมัยคณะราษฎร ทศวรรษ 2470-90 ที่ตีพิมพ์ใน “ศิลปวัฒนธรรม” ฉบับเดือนธันวาคม 2562

ความสัมพันธ์ของพระพุทธรูปองค์หนึ่ง กับ คณะบุคคลกลุ่มหนึ่ง ขอรวบรวมบางส่วนมานำเสนอดังนี้

เริ่มตั้งแต่การจำลองรัฐธรรมนูญประจำจังหวัด ในปี 2477 ของรัฐบาล สำหรับมอบให้เป็นสัญลักษณ์รัฐธรรมนูญประจำจังหวัดต่างๆ ทั่วประเทศ โดยรัฐธรรมนูญจำลองทั้งหมดอัญเชิญมาประดิษฐานบนพระที่นั่งพุทไธสวรรย์ เบื้องหน้าพระพุทธสิหิงค์ รัชกาลที่ 1 เพื่อรอให้ผู้แทนแต่ละจังหวัดมารับไปยังจังหวัดของตนเอง

ซึ่งหลวงวิจิตรวาทการอธิบายว่า “…พระพุทธสิหิงค์เป็นที่เคารพสักการะของพระราชาธิบดีและประชาชนชาวสยามมาตลอดเวลากว่า 600ปี รัฐธรรมนูญฉบับจำลองที่ประดิษฐานอยู่ในจังหวัดต่างๆ ทั่วพระราชอาณาจักรสยามนั้น ก็ได้ทำขึ้นและรักษาไว้ภายใต้อานุภาพของพระพุทธสิหิงค์ และด้วยเหตุนี้จึงกล่าวได้แน่นอนว่า พระพุทธสิหิงค์เป็นพระพุทธรูปคู่บ้านคู่เมืองของประเทศสยาม…”

ภายหลังประกอบพิธีสมโภชรัฐธรรมนูญจำลองประจำจังหวัดแล้ว ในช่วงเวลาดังกล่าวยังมีการจำลองพระพุทธสิหิงค์ รัชกาลที่ 1 ไปประดิษฐานตามต่างจังหวัด โดยความสนับสนุนของรัฐบาลและกรมศิลปากรด้วย เช่น จังหวัดภูเก็ตที่จำลององค์พระพุทธสิหิงค์ประจำจังหวัดขึ้น เมื่อ พ.ศ. 2479 ซึ่งกรมศิลปากรกำหนดให้มีพิธีกรรมการหล่อขึ้นที่พระที่นั่งพุทไธสวรรย์ ในพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติพระนคร มีคณะผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์เททองหล่อ เมื่อหล่อพระพุทธสิหิงค์องค์จำลองเสร็จแล้ว มีการฉลอง ณ พระที่นั่งพุทไธสวรรย์ เบื้องหน้าพระพุทธสิหิงค์องค์จริง จากนั้นอัญเชิญพระพุทธสิหิงค์องค์จำลองไปยังจังหวัดภูเก็ตโดยทางรถไฟ

ต่อมาเมื่อ พ.ศ. 2482-83 จังหวัดยะลาก็ได้ดำเนินการให้มีการสร้างพระพุทธสิหิงค์จำลองประจำจังหวัดยะลาขึ้นด้วยเช่นกัน

หรือเมื่อสมาชิกคณะราษฎรและรัฐบาลในขณะนั้น มีความประสงค์จะสร้างวัดประชาธิปไตย (วัดพระศรีมหาธาตุ บางเขน) ขึ้นเพื่อเป็นวัดประจำคณะราษฎร รวมถึงเป็นที่บรรจุอัฐิบรรดาผู้ก่อการและผู้สละชีพในการปราบกบฏบวรเดช ขึ้นที่ทุ่งบางเขน อันเป็นพื้นที่ที่รัฐบาลคณะราษฎรมีชัยชนะเหนือกบฏบวรเดช

ในการประชุมของคณะรัฐมนตรีเกี่ยวกับการจัดสร้างวัดดังกล่าว ได้มีการกล่าวถึงพระประธานจะประดิษฐานที่พระอุโบสถว่าจะเป็นพระพุทธรูปองค์ใด

หลวงประดิษฐ์มนูธรรมถามในที่ประชุมว่า “พระประธานสำหรับวัดนี้จะเอาที่ไหน”

เมื่อหลวงวิจิตรวาทการเสนอว่า “ข้าพเจ้าพร้อมที่จะให้พระพุทธสิหิงค์…” ที่ประชุมก็เห็นชอบ

ดังนั้น เมื่อสร้างวัดประชาธิปไตยเสร็จแล้ว ก็จะได้อัญเชิญพระพุทธสิหิงค์ ไปประดิษฐานเป็นพระประธานในพระอุโบสถ

นอกจากนี้ เมื่อ พลเอก พระยาพหลพลพยุหเสนา หัวหน้าคณะราษฎรจะอุปสมบท ณ วัดประชาธิปไตย ซึ่งนับเป็นครั้งแรกที่มีการทำพิธีอุปสมบทเป็นปฐมฤกษ์ของวัด แม้ในขณะนั้นการก่อสร้างต่างๆ ยังไม่เรียบร้อยดีนัก รัฐบาลก็กราบบังคมทูลขอพระบรมราชานุญาตอัญเชิญพระพุทธสิหิงค์ รัชกาลที่ 1 ไปประดิษฐานเป็นการชั่วคราว 1 วัน สำหรับงานอุปสมบทดังกล่าว

การอัญเชิญพระพุทธสิหิงค์ รัชกาลที่ 1 (5 กรกฎาคม 2484) มาประดิษฐานเพียงวันเดียวครั้งนั้น รัฐบาลแจ้งเรื่องไปยังสำนักพระราชวัง หลวงวิจิตรววาทการเห็นว่า เนื่องจากเป็นการประดิษฐานชั่วคราว จึงจัดพิธีพอสังเขป

โดยเชิญไปทางรถไฟหรือรถยนต์เงียบๆ แล้วพักรักษาไว้ที่กองทัพอากาศดอนเมืองซึ่งอยู่บริเวณใกล้เคียงกับวัด 1 คืนก่อน แล้ววันรุ่งขึ้นจึงค่อยแห่โดยใช้กระบวนเครื่องสูงมายังพระอุโบสถ

แต่เลขาธิการพระราชวังเสนอให้ ถวายพระเกียรติยศเป็นพุทธบูชาต่อพระพุทธสิหิงค์ รัชกาลที่ 1 ตามจารีตแบบราชสำนักอย่างเต็มที่  และเสนอความเห็นว่า

ไม่ควรใช้รถยนต์อัญเชิญพระพุทธสิหิงค์ รัชกาลที่ 1 ตามดำริของรัฐบาล แต่ควรใช้ราชรถน้อย รัชกาลที่ 6 ในการอัญเชิญจึงจะควรแก่เกียรติยศของพระพุทธรูป

ถ้าพระราชทานหรือโปรดเกล้าฯ พระราชทานให้รัฐมนตรีท่านหนึ่ง นำสายสะพายราชอิสริยาภรณ์มหาวชิรมงกุฎ จำเพาะแพรแร่งไม่มีดวงตรา ไปคล้องพระหัตถ์ขวาองค์พระพุทธสิหิงค์ได้ก็จะดี

เมื่อพระพุทธสิงหิงค์ รัชกาลที่ 1 ไปถึงวัดแล้ว ควรที่จะมีการสมโภชด้วยมหรสพและดอกไม้ไฟด้วย ฯลฯ

ที่กล่าวมาข้างต้นนี้ คงพอได้เห็นความสำคัญของพระพุทธสิหิงค์ รัชกาลที่ 1 องค์นี้ และความสัมพันธ์ระหว่างคณะราษฎรและพระพุทธสิหิงค์ รัชกาลที่ 1 ที่ชัดเจนยิ่ง

หากน่าสนใจว่าทำไมต้องเป็น “พระพุทธสิหิงค์ รัชกาลที่ 1” ทำไมคณะราษฎรจึงเลือกพระพุทธสิหิงค์ พระพุทธรูปองค์นี้มีความสำคัญอะไร มีประวัติความเป็นมาอย่างไร ขอเชิญท่านหาคำตอบไปด้วยกันในนิตยสารศิลปวัฒนธรรม เดือนธันวาคม 2562

เผยแพร่ครั้งแรกในระบบออนไลน์ เมื่อ 14 ธันวาคม พ.ศ.2562

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...