เตรียมแจ้งข้อหา หมออ้อย อยู่กับศพครึ่งเดือน ยังแถถ้า ตร.ไม่เข้าไปอีก 3 วันก็ฟื้น
เตรียมแจ้งข้อหา หมออ้อย อยู่กับศพครึ่งเดือน ตามด้วยข้อหาอื่นๆ อีก ถ้าตรวจแล้วพบความผิด เจ้าตัวยังแถถ้าตำรวจไม่เข้าไปในบ้าน อีก 3 วันก็ฟื้นแล้ว
อยู่กับศพครึ่งเดือน จากกรณี พบศพ นายสรวุฒิ เดชทวี อายุ 62 ปี เสียชีวิตเกือบครึ่งเดือน อยู่ในทาวน์เฮาส์สูง 2 ชั้น เลขที่ ข/1 332/32 ต.นครนายก อ.เมือง จ.นครนายก โดยมี อาจารย์อ้อย หรือ นางนวลลออ บังบานศรี อายุ 60 ปี และ น.ส.พุฒนันท์ สดมณี อายุ 49 ปี ผู้ช่วย เป้นเจ้าของบ้าน และอยู่ร่วมกับศพตั้งแต่เสียชีวิต โดยอ้างว่านับถือลัทธิๆ หนึ่ง และเดี๋ยวจะมีคนมาทำให้ฟื้นคืนชีพ ตามที่เสนอข่าวไปแล้วนั้น
ความคืบหน้าล่าสุดวันที่ 17 ธ.ค. พ.ต.อ.กล้าหาญ โชคพิพัฒน์ไพบูลย์ ผกก.สภ.เมืองนครนายก กล่าวว่า วันนี้ได้มีการสอบปากคำ นางนวลลออ และ นางพุฒนันท์ พร้อมเพื่อนบ้านที่อยู่ในกลุ่มเดียวกัน เบื้องต้นได้ข้อมูลจำนวนหนึ่ง และที่สำคัญต้องการสอบปากคำผู้ป่วยที่เข้ามารับการรักษา รวมทั้งเพื่อนบ้านเพื่อนำมาประกอบและพิจารณาดูว่า มีความผิดในเรื่อง พรบ.การประกอบสถานพยาบาลรวมทั้ง พรบ.ประกอบวิชาชีพแพทย์แผนไทย
ซึ่งเมื่อเช้าได้มีการเชิญสาธารณะสุขจังหวัดนครนายก มาพูดคุยเกี่ยวกับพฤติการณ์ในการตรวจรักษาลักษณะนี้จะเข้าข่ายความผิดตาม พรบ.ประกอบวิชาชีพของสาธารณะสุขหรือไม่อย่างไร พร้อมทั้งมีการนัดหมายพยานเพิ่มเติมเพื่อให้ได้ข้อเท็จจริงเป็นที่ยุติก่อนว่าจะเข้าข่าย พรบ.ความผิดหรือไม่
จากการให้ปากคำเบื้องต้นของ นางนวลลออ และนางพุฒนันท์ บอกว่า นายสรวุฒิ ที่พบเป็นศพภายในบ้าน เสียชีวิตจากการลื่นล้มในห้องน้ำ (4 ธ.ค.) แต่ไม่ได้พาไปส่งโรงพยาบาล เนื่องจากมีความเชื่อว่าพระเจ้าจะรักษา หลังจากที่ นายสรวุฒิ ล้มในห้องน้ำได้มีอาการซึมลงไป ไม่พูดจา จากนั้นผ่านไปประมาณ 3-4 วันก็ได้เสียชีวิต (คาดว่าเสียชีวิตวันที่ 7 ธ.ค.)โดยทั้ง 2 คนได้บอกอีกว่าหากเจ้าหน้าที่ตำรวจไม่เข้าไปในบ้านและนำศพออกมา นายสรวุฒิ จะฟื้นขึ้นมาในอีก 2-3 วัน
ส่วนเรื่อง พรบ.ทะเบียนราษฎร์นั้น หากพบศพหรือมีผู้เสียชีวิตภายในบ้านภายใน 24 ชั่วโมงต้องมีการแจ้งเหตุให้กับเจ้าพนักงานทราบ ซึ่งจะมีโทษการเปรียบเทียบปรับ ตอนนี้ยังไม่มีการแจ้งข้อหาอำพรางศพ ต้องดูรายละเอียดอีกครั้ง ในตอนนี้ที่กำลังดูกฎหมายที่เกี่ยวข้องจะเป็นเรื่อง พรบ.สถานพยาบาล และ พรบ.ประกอบวิชาชีพแพทย์แผนไทย เกี่ยวกับเรื่องคลินิกเถื่อนในลักษณะนี้
ขณะที่เดียวกันหนึ่งใน 2 คนนี้ได้ให้ข้อมูลว่า ขณะนี้ได้มีการรักษาลูกชายของ นางพุฒนันท์ ในลักษณะเช่นนี้อยู่ด้วยเช่นกัน ซึ่งได้รักษามาเป็นระยะเวลานานแล้ว แต่ก็ยังไม่ได้ โดยใช้วิธีการนวดและการสวดมนต์ และให้เหตุผลว่ามีความเชื่อในพระเยซู โดยไม่มีการย่อยในนิกายที่แยกออกมา
กดติดตามไลน์ ข่าวสด official account ได้ที่นี่
เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ประสานทางสาธารณสุขว่าทั้ง 2 คนนั้นไม่เคยมีประวัติการรักษาทางจิตเวช รวมไปถึงประวัติการถูกดำเนินคดีอาญาในเรื่องของผลการชันสูตรศพของ นายสรวุฒิ นั้น ได้ส่งไปชันสูตรที่โรงพยาบาลธรรมศาสตร์ ศูนย์รังสิต ซึ่งต้องรอผลการชันสูตรสาเหตุการเสียชีวิตแจ้งกลับมา และในตอนนี้ยังไม่มีการแจ้งข้อกล่าวหากับทั้งสองคน ซึ่งหลังจากนี้ต้องขอระยะเวลาในการสอบสวนพยาน ญาติ และผู้ที่รับการรักษาพยาบาล ซึ่งจะมีการนัดหมายกันต่อไปหลังจากนี้