โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ไอที ธุรกิจ

กฎหมายใหม่เริ่มแล้ว! คปภ.เพิ่มมาตรการพักใช้ใบอนุญาต-โทษปรับจำคุกตัวแทนนายหน้าประกัน

ประชาชาติธุรกิจ

อัพเดต 16 ธ.ค. 2562 เวลา 12.28 น. • เผยแพร่ 16 ธ.ค. 2562 เวลา 12.28 น.

คปภ.เตือน “ตัวแทนประกันภัย – นายหน้าประกันภัย – ผู้ประเมินวินาศภัย – บริษัทประกันภัย” เร่งปรับตัวรับมือกฏหมายใหม่มีผลบังคับใช้แล้วเมื่อ 21 พ.ย.62

ดร.สุทธิพล ทวีชัยการ เลขาธิการคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (คปภ.) เป็นประธานเปิดงานสัมมนา “โครงการอบรมให้ความรู้เกี่ยวกับการบังคับใช้กฎหมายแม่บทด้านการประกันภัย (กลุ่มที่ 1) และการปฏิบัติตามประกาศที่เกี่ยวข้องกับการชดใช้เงินหรือค่าสินไหมทดแทนของบริษัทประกันภัย” เมื่อวันที่ 16 ธันวาคม 2562 ณ โรงแรม ดิเอมเมอรัลด์ กรุงเทพฯ โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อเสริมสร้างความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับพระราชบัญญัติประกันชีวิต (ฉบับที่ 4) พ.ศ. 2562 และพระราชบัญญัติประกันวินาศภัย (ฉบับที่ 4) พ.ศ. 2562 ที่มีผลใช้บังคับตั้งแต่วันที่ 21 พฤศจิกายน 2562 รวมถึงสร้างความเข้าใจร่วมกับภาคธุรกิจประกันภัยในการปฏิบัติตามประกาศของสำนักงาน คปภ. ที่เกี่ยวข้องกับการชดใช้เงินหรือค่าสินไหมทดแทนของบริษัทประกันภัยและการได้รับบริการด้านการประกันภัยของประชาชน

ในโอกาสนี้ เลขาธิการ คปภ. ได้กล่าวปาฐกถาพิเศษมีใจความตอนหนึ่งว่า กฎหมายที่มีการแก้ไขเพิ่มเติมและมีผลบังคับใช้นั้นมีความเกี่ยวข้องกับผู้ประกอบธุรกิจประกันภัยในหลายภาคส่วนที่จะต้องปฏิบัติตามกฎหมายฉบับนี้ โดยในส่วนของตัวแทนประกันภัยและนายหน้าประกันภัยมีการปรับปรุงเกี่ยวกับการกำหนดคุณสมบัติ กรณีที่ถือเป็นลักษณะต้องห้ามของผู้ที่จะขอรับใบอนุญาตเป็นตัวแทนประกันภัยและนายหน้าประกันภัยทั้งในรูปแบบบุคคลธรรมดาและนิติบุคคล มีความเข้มข้นมากขึ้น โดยกำหนดหลักเกณฑ์เพื่อวางมาตรฐานในการปฏิบัติหน้าที่ของตัวแทนประกันภัยและนายหน้าประกันภัยให้เป็นมาตรฐานเดียวกัน รวมทั้งการปรับปรุงเกี่ยวกับมาตรการลงโทษ ซึ่งแต่เดิมจะมีแค่การเพิกถอนใบอนุญาตเท่านั้นไม่ว่าการกระทำของตัวแทนประกันภัยหรือนายหน้าประกันภัยจะเป็นการฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามกฎหมายเพียงเล็กน้อยก็ตาม แต่กฎหมายใหม่นี้ได้เพิ่มมาตรการในการพักใช้ใบอนุญาต รวมทั้งโทษปรับและจำคุกเพื่อให้มีมาตรการลงโทษที่เหมาะสม และได้สัดส่วนกับการกระทำความผิดที่เกิดขึ้น

นอกจากนี้ บุคคลอีกกลุ่มหนึ่งที่มีความเกี่ยวข้องและต้องปฏิบัติตามกฎหมายใหม่ คือ ผู้ประเมินวินาศภัย ได้มีการปรับเปลี่ยนรูปแบบการประกอบกิจการของผู้ประเมินวินาศภัยเป็นอย่างมาก ซึ่งแต่เดิมมีเพียงผู้ประเมินวินาศภัยที่เป็นบุคคลธรรมดา แต่กฎหมายใหม่มีการกำหนดให้มีเพียงใบอนุญาตผู้ประเมินวินาศภัยประเภทนิติบุคคลเท่านั้น เนื่องจากในการประกอบธุรกิจประเมินวินาศภัยในปัจจุบัน ส่วนใหญ่ผู้ประเมินวินาศภัยบุคคลธรรมดาจะรวมตัวกันดำเนินการภายใต้รูปแบบนิติบุคคล โดยในการกำกับดูแลผู้ประเมินวินาศภัยตามกฎหมายใหม่นี้ได้วางกรอบให้ผู้ประเมินวินาศภัยนิติบุคคลต้องมีระบบธรรมาภิบาลและบริหารจัดการที่เหมาะสมกับรูปแบบการทำงานของตนเอง โดยผู้ประเมินวินาศภัยนิติบุคคลจะมีหน้าที่รับผิดชอบกำกับดูแลการปฏิบัติหน้าที่ของผู้ทำหน้าที่ตรวจสอบและประเมินวินาศภัยในสังกัดของตน ซึ่งการตรวจสอบและประเมินวินาศภัยจะสามารถดำเนินการได้หลากหลายประเภทมากขึ้นหากอยู่ในรูปแบบนิติบุคคลที่มีบุคคลากรที่มีความรู้ความเชี่ยวชาญในหลากหลายสาขาวิชาชีพ และการที่มีใบอนุญาตเพียงประเภทเดียวจะไม่เป็นการสร้างภาระให้แก่ผู้ประกอบธุรกิจ

กฎหมายฉบับใหม่นี้ยังมีประเด็นที่เกี่ยวข้องกับตัวแทนประกันภัย นายหน้าประกันภัย ผู้ประเมินวินาศภัย และบริษัทประกันภัย อีก 2 ประเด็นหลัก ๆ คือ ประเด็นแรก การดำเนินการใดๆ ที่กระทำโดยใช้วิธีการทางอิเล็กทรอนิกส์ สำนักงาน คปภ. สามารถกำหนดวิธีการในการดำเนินการไว้เป็นการเฉพาะได้ โดยในอนาคตอาจมีการกำหนดหลักเกณฑ์มาตรฐานสำหรับการใช้นวัตกรรมทางด้าน Insurtech หรือ RegTech ใหม่ ๆ ที่อาจเกิดขึ้นในธุรกิจประกันภัย และประเด็นที่สอง มีการกำหนดให้การฉ้อฉลประกันภัยเป็นความผิดตามกฎหมายว่าด้วยประกันภัย ซึ่งเดิมความผิดเกี่ยวกับการฉ้อฉลประกันภัยไม่มีปรากฏอยู่ในพระราชบัญญัติประกันชีวิตและพระราชบัญญัติประกันวินาศภัย ส่งผลให้หากเกิดกรณีที่เข้าข่ายเป็นการฉ้อฉลประกันภัยที่กระทบกับประชาชนทั่วไป สำนักงาน คปภ. สามารถเข้าไปดำเนินการใดๆ กับผู้ที่กระทำความผิดได้ นอกจากนี้ยังสามารถดำเนินการจัดการกับการฉ้อฉลประกันภัยที่เกิดจากทั้งบุคคลที่อยู่ในธุรกิจประกันภัย และนอกธุรกิจประกันภัยโดยขณะนี้ สำนักงาน คปภ. อยู่ระหว่างการหารือร่วมกับสมาคมประกันวินาศภัยเพื่อทำความเข้าใจเกี่ยวกับหลักเกณฑ์และกระบวนการในการดำเนินการเมื่อพบเหตุฉ้อฉลประกันภัย

เลขาธิการ คปภ. กล่าวด้วยว่า การจัดการอบรมในครั้งนี้ นอกจากจะให้ความรู้เกี่ยวกับกฎหมายฉบับใหม่แล้ว สำนักงาน คปภ. ยังได้ให้ความสำคัญในการกำกับดูแลให้บริษัทประกันภัยปฏิบัติตามหลักเกณฑ์อย่างเคร่งครัดโดยเฉพาะในเรื่องที่เกี่ยวข้องกับการชดใช้เงินค่าสินไหมทดแทนตามสัญญาประกันภัย หรือการคืนเบี้ยประกันภัย ซึ่งเป็นเรื่องที่เกี่ยวกับประชาชนผู้ที่มาใช้บริการด้านการประกันภัยโดยตรง ที่จะได้รับการชดใช้เงินหรือค่าสินไหมทดแทนเมื่อเกิดเหตุตามที่ระบุไว้ในสัญญาประกันภัยได้อย่างรวดเร็ว และมีความสะดวกในการติดต่อเพื่อขอรับเงินดังกล่าว โดยที่ผ่านมาสำนักงาน คปภ.ได้มีการออกหลักเกณฑ์เกี่ยวกับการชดใช้เงินหรือค่าสินไหมทดแทนตามสัญญาประกันภัย เพื่อกำหนดมาตรการในการจัดการจ่ายเงินหรือค่าสินไหมทดแทนของบริษัทประกันภัย ตั้งแต่กระบวนการรับแจ้งเหตุที่เรียกร้องเงินหรือค่าสินไหมทดแทน ช่องทางในการติดต่อประสานงาน ขั้นตอนกระบวนการพิจารณาจ่ายเงินหรือค่าสินไหมทดแทนดังกล่าว ตลอดจนกระบวนการและขั้นตอนพิจารณาภายในบริษัทเมื่อมีเรื่องร้องเรียนเกี่ยวกับสัญญาประกันภัยเกิดขึ้น โดยประกาศฉบับดังกล่าวใช้บังคับมาตั้งแต่ปีพ.ศ. 2559 ซึ่งสำนักงาน คปภ. พบว่า บริษัทประกันภัยยังมีจุดที่ต้องปรับปรุงในบางเรื่องเกี่ยวกับการปฏิบัติตามประกาศดังกล่าว ทำให้อาจเกิดจากความเข้าใจที่คลาดเคลื่อนหรือตีความถ้อยคำทางกฎหมายไม่ตรงกับเจตนารมณ์ของตัวประกาศ รวมไปถึงหลักเกณฑ์เกี่ยวกับการประวิงการใช้เงิน การจ่ายค่าสินไหมทดแทน และการคืนเบี้ยประกันภัย ซึ่งเป็นประกาศที่ใช้มาตั้งแต่ปี พ.ศ.2548 และ 2549 โดยเป็นการกำหนดเหตุที่จะถือว่าบริษัทประกันภัยมีการประวิงการจ่ายเงินค่าสินไหมทดแทน หรือคืนเบี้ยประกันภัยแก่ประชาชนผู้ใช้บริการด้านการประกันภัย ซึ่งมีบทลงโทษแก่บริษัทประกันภัยที่กระทำการประวิงดังกล่าว

“กฎหมายแม่บทด้านการประกันภัยที่มีการแก้ไขนี้เป็นประโยชน์ต่อประชาชนผู้ใช้บริการด้านการประกันภัยโดยตรง ทำให้ได้รับการชดใช้เงินหรือค่าสินไหมทดแทนเมื่อเกิดเหตุตามที่ระบุไว้ในสัญญาประกันภัยอย่างรวดเร็ว เป็นธรรม ซึ่งธุรกิจประกันภัยต้องมีการบริหารจัดการการเรียกร้องเงินหรือค่าสินไหมทดแทนอย่างยุติธรรม โปร่งใส และภายในระยะเวลาที่เหมาะสม อีกทั้งเป็นการป้องปรามการฉ้อฉลเกี่ยวกับการประกันภัย ทำให้การกำกับดูแลคนกลางประกันภัยเป็นไปตามมาตรฐานสากลด้านการประกันภัย ดังนั้นจึงต้องมีการปรับจูนแนวปฏิบัติให้ตรงกันเพื่อให้การบังคับใช้กฎหมายเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น เป็นการเสริมสร้างความเชื่อมั่นต่อระบบประกันภัยให้กับประชาชน” เลขาธิการ คปภ. กล่าวในตอนท้าย

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...