ออกหมายจับ 4 อส. รุมโทรมหญิงในวัด-บังคับเสพยา หลังซ้อม-กักขังสามีปมยาเสพติด
เมื่อวันที่ 23 ธ.ค. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า มีเหตุสายข่าวยาเสพติดของทีมสายสืบ สภ.เมืองลพบุรี จ.ลพบุรี ได้ถูกเจ้าหน้าที่อาสาสมัครรักษาดินแดน หรือ อส.หน่วยหนึ่ง รุมทำร้ายร่างกายที่ศูนย์บำบัดผู้เสพยาเสพติด และจะคิดฆ่าตัวตาย เนื่องจากเห็นภรรยาตนเองถูกกลุ่มอส.พาไปรุมข่มขืนโดยที่ตนเองไม่สามารถช่วยเหลือได้ โดยอส.กลุ่มดังกล่าวยังใช้ยาบ้า 2 เม็ดกรอกปากภรรยาเพื่อให้มีประวัติเสพยาอีกคนด้วย
ผู้สื่อข่าวได้สอบถามเรื่องราวกับสายข่าวดังกล่าว คือ นายสมชาย (นามสมมุติ) อายุ 40 ปี พร้อมด้วย นางดา (นามสมมุติ) ภรรยา อายุ 37 ปี ได้ร้องเรียนและเล่าเหตุการณ์ว่า เมื่อคืนวันที่ 11 ธ.ค. ขณะที่ตนได้ไปทำงานล่อซื้อยาเสพติดให้กับตำรวจหน่วยหนึ่ง สภ.ลพบุรี แต่ระหว่างทางได้ถูกเจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครองและอส.จับในข้อหาเสพยาเสพติด ซึ่งขณะนั้นด้วยความกลัวตนจึงยอมรับสารภาพว่าเคยเสพยา และได้เสพยาเสพติดมาด้วย
หลังจากถูกจับในคืนเดียวกัน ตนได้ถูกส่งตัวเพื่อนำไปบำบัดที่ศูนย์บำบัดยาเสพติดวัดแห่งหนึ่ง ใน ต.กกโก อ.เมือง ลพบุรี โดยมีภรรยาติดรถไปด้วย เนื่องจากมืดค่ำและเป็นเวลาดึกมาก ประกอบกับขี่จักรยานยนต์ไม่เป็น เมื่อถึงศูนย์บำบัด ขณะที่ทำประวัติก่อนเข้าบำบัด ได้มีชุดเจ้าหน้าที่ตำรวจที่ตนทำงานเป็นสายข่าวให้มาหาเจ้าหน้าที่ อส. เพื่อขอให้ปล่อยตัว เพราะเป็นสายข่าวที่ทำงานให้กับตำรวจ และยังทำงานให้ไม่เสร็จ และเมื่อเสร็จแล้วจะนำตัวมาให้ดังเดิม โดยมีเจ้าหน้าที่ อส.ที่คุ้นเคยกับเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดนี้ได้อนุญาต ปล่อยตัวชั่วคราว
นายสมชายเล่าว่า ขณะนั้นมี อส.บางนายที่ไม่ยอมให้ปล่อยตัวไป และตำหนิตำรวจชุดดังกล่าวว่าใช้เส้นในการขอให้ปล่อยตนเอง ซึ่งเมื่อเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดดังกล่าวเห็นเหตุการณ์เกรงว่าเรื่องราวจะบานปลาย จึงไม่ขอรับตัวตนเองกลับไป และปล่อยให้ดำเนินการตามขั้นตอนในการการบำบัด พร้อมกับได้เดินทางกลับ โดยมีภรรยาตนเอง ขอนั่งอยู่ที่ศูนย์ฯ จนกว่าจะรุ่งเช้าเพื่อที่จะได้เดินทางกลับบ้านเอง
นายสมชายยังเล่าว่า หลังจากตำรวจชุดดังกล่าวกลับไปแล้ว ตนเองได้ถูก อส.เรียกไปสอบสวน และถูกรุมซ้อมกรณีที่มีเจ้าหน้าที่ตำรวจมาเกี่ยวข้อง พร้อมกับถูกลากตัวขึ้นไปกักขังไว้บนหอระฆังวัด ซึ่งเหตุการณ์ดังกล่าวนางดา เห็นว่าตนเองถูกซ้อมจึงได้ใช้โทรศัพท์มือถือบันทึกภาพไว้ ปรากฏว่า อส.คนหนึ่งมาเห็น จึงกระชากโทรศัพท์ออกจากมือของนางดา และนำซิมการ์ดออกจากโทรศัพท์ พร้อมกับนำตัวภรรยาของตนเองเข้าไปในศาลาชั้นล่างของวัด โดยที่ตนเองได้ตะโกนบอกภรรยา ให้ช่วยเหลือตัวเอง พยายามร้องเสียงดัง และวิ่งไปหาคนช่วย ทั้งพระและแม่ชีภายในวัด
จนกระทั่ง ผ่านไปประมาณ 1 ชั่วโมงเศษ ภรรยาตนได้ออกมาจากศาลาวัดในสภาพอิดโรย นั่งเหม่อลอยร้องไห้ตลอดเวลา เมื่อตนสอบถาม จึงทราบว่าภรรยาถูก อส. จำนวน 4 นายรุมโทรม และยังเอายาบ้าจำนวน 2 เม็ดกรอกปากภรรยา เพื่อให้มีสารเสพติดในตัว และจะได้นำตัวส่งสถานบำบัดแห่งอื่น
พอตนได้ฟังเหตุการณ์ที่เลวร้ายที่เกิดขึ้น ทำให้ตนเสียใจมากได้ตัดสินใจใช้ผ้าพันคอสีส้มกับเชือกป้ายห้อยคอผูกโยงกับมือจับประตูภายในศาลาวัดหวังฆ่าตัวตาย จนมารู้สึกตัวอีกทีใกล้รุ่งเช้าในสภาพเนื้อตัวเปียกปอน โดยมีนางดานั่งกอดตนอยู่ ซึ่งมาทราบภายหลังว่าระหว่างตนเองสติกำลังจะหลุดลอยมีผู้มาเห็นเหตุการณ์ และทำการช่วยเหลือตนเองจนปลอดภัย
ด้านนางดา เล่าด้วยน้ำตานองหน้าว่า ไม่คิดมาก่อนว่าตนจะเจอเหตุการณ์เลวร้ายขนาดนี้ ทำไมคนที่เป็นเจ้าหน้าที่ อส. ถึง 4 คนรุมโทรมข่มขืนตน กระทำอย่างป่าเถื่อน โดยผู้หญิงอย่างตนเองไม่มีทางต่อสู้ขัดขืนแม้แต่น้อย ทั้งที่ขอร้องทั้งน้ำตา และยังเอายาบ้ามากรอกปากตน เพื่อให้มีสารเสพติดในตัวอีก ตอนนี้ตนต้องตกอยู่ในอาการผวา ไม่รู้ว่าจะเอาอะไรมาเปรียบกับความเลวร้ายที่ตนได้เจอในครั้งนี้
นายสมชายเล่าต่อว่า ในตอนรุ่งเช้าตนและภรรยาได้ถูกปล่อยตัว โดยก่อนปล่อยได้มีการสั่งกำชับจากชุด อส.ว่าห้ามพูดเรื่องนี้กับใครทั้งสิ้น จากนั้นตนได้มาอาศัยหลบอาศัยหลบนอนที่หน่วยตำรวจ สภ.เมืองลพบุรี แห่งหนึ่ง โดยมีภรรยายังคงนั่งกัดฟันด้วยฤทธิ์ยาบ้า ตาขวาง เมื่อตำรวจมาเห็นเข้าจึงได้สอบถาม และเค้นความจริงจึงได้ยอมรับสารภาพทั้งหมด ถึงเรื่องที่ตนเองและภรรยาเจอมาเมื่อคืน ตำรวจได้ส่งตัวตนและภรรยาเพื่อทำการรักษาที่ รพ.พระนารายณ์มหาราช เพื่อที่จะขอให้แพทย์ออกใบรับรองตนเองที่ถูกทำร้าย และร่องรอยการถูกข่มขืนของภรรยา จากนั้นได้พาตัวเข้าแจ้งความกับ ร.ต.อ.กิตติศักดิ์ สุวรรณศรี ร้อยเวร สภ.เมือง ลพบุรี ในค่ำวันที่ 13 ธ.ค.
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ร.ต.อ.กิติศักดิ์ได้รับเรื่อง และนำไปลงบันทึกประจำวันไว้เพื่อเป็นหลักฐาน และขอเวลาเพื่อทำการสืบสวน สอบสวนหาข้อเท็จจริง โดยมีนายสมชายและภรรยาได้ติดตามสอบถามถึงการดำเนินการสอบสวนตามขั้นตอนของร้อยเวรมาตลอด โดยเมื่อวันที่ 19 ธ.ค. ได้นำผู้เสียหายไปชี้สถานที่เกิดเหตุ และชี้ตัว อส.ที่ก่อเหตุ พร้อมกับรอผลการตรวจร่างกาย จากแพทย์
โดยเมื่อวันที่ 22 ธ.ค. พล.ต.ต.ชัยน์วัฒน์ อรัญวัฒน์ ผบก.ภ.จว.ลพบุรี ได้ออกหมายจับ อส.ที่ก่อเหตุทั้ง 4 รายแล้ว