โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

สารพัดสรรพคุณ เจียวกู่หลาน : สร้างระบบภูมิคุ้มกัน-ระบบประสาท ลดน้ำตาลในเลือด-คอเลสเตอรอล

มติชนสุดสัปดาห์

อัพเดต 07 ก.พ. 2564 เวลา 16.08 น. • เผยแพร่ 07 ก.พ. 2564 เวลา 16.06 น.

สมุนไพรเพื่อสุขภาพ/โครงการสมุนไพรเพื่อการพึงตนเอง มูลนิธิสุขภาพไทย www.thaihof.org

 

เจียวกู่หลาน สมุนไพรไทย-จีน

 

เจียวกู่หลาน ชื่อนี้คนไทยคุ้นเคยกันดี หลายท่านเข้าใจว่าสมุนไพรชนิดนี้เป็นสมุนไพรจีนที่เพิ่งนำเข้ามาปลูกและใช้ในประเทศไทย

แต่เมื่อได้มีโอกาสเที่ยวชมดอยอินทนนท์กลับพบเห็นต้นเจียวกู่หลานเกิดขึ้นในป่าเต็มไปหมด

รวมทั้งชาวบ้านในชุมชนละแวกนั้นก็ปลูกเจียวกู่หลานกันหลายบ้าน

ปัจจุบันเจียวกู่หลานจึงกลายเป็นสินค้าที่เป็นเอกลักษณ์ของชุมชนบนดอยอินทนนท์

และเมื่อสอบถามชาวบ้านก็พบว่า เจียวกู่หลานมีชื่อในท้องถิ่นว่า “บัวฮา”

มีชื่อในภาษาม้งว่า ม้า จี๋ ก๋า เม (hmab txiv qav me) หอพรรณไม้ของกรมป่าไม้ได้รายงานว่ามีชื่อท้องถิ่นอื่นๆ เช่น ปัญจขันธ์ เบญจขันธ์ (ไทย) เครือต๋อมต๋อ (ไทใหญ่) ชีเย่ต่าน เสี่ยวขู่เอี้ยว เจียวกู่หลาน (จีนกลาง)

คำว่า “เจียวกู่หลาน” มาจากภาษาจีนที่หมายความถึงพืชเถาที่พันรอบไม้ใหญ่

แต่ด้วยความที่สมุนไพรชนิดนี้มีสรรพคุณในการบำรุงสุขภาพและรักษาอาการป่วยต่างๆ ได้หลายอย่าง ชาวจีนจึงเรียกเจียวกู่หลานว่า “ซียันเช่า” ด้วย ซึ่งมีความหมายว่าสมุนไพรแห่งชีวิตอมตะ

ชาวญี่ปุ่นก็รู้จักสมุนไพรนี้ เรียกว่า “อะมาซาซูรู” ที่มีความหมายว่าชาหวานจากเถา

และมีชื่อสามัญในภาษาอังกฤษว่า Jiaogulan, Gynostemma, Miracle grass (หญ้ามหัศจรรย์), Southern ginseng (โสมภาคใต้), 5-Leaf ginseng (โสมห้าใบ), Penta tea

 

เจียวกู่หลานมีชื่อวิทยาศาสตร์ว่า Gynostemma pentaphyllum (Thunb.) Makino จัดอยู่ในวงศ์แตง (CUCURBITACEAE) เป็นไม้ล้มลุกตระกูลหญ้าแบบเถาเลื้อย ยาวประมาณ 1-150 เซนติเมตร ขยายพันธุ์ด้วยวิธีการเพาะเมล็ด การปักชำ และวิธีการเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อพืช มักขึ้นตามที่ชื้นแฉะ ริมทางน้ำไหล หรืออาจพบขึ้นบนหินปูน

มาเรียนรู้ลักษณะต้นเจียวกู่หลานอีกสักนิด

ใบออกเรียงสลับ มักเรียงแบบขนนก กิ่งหนึ่งมีใบประมาณ 3-7 ใบ ดอกเจียวกู่หลาน ออกดอกเป็นกระจุกมีสีเหลืองเขียว โดยจะออกตามซอกใบ ดอกเป็นแบบแยกเพศแต่อยู่บนต้นเดียวกัน

ผลเจียวกู่หลาน ลักษณะของผลเป็นรูปทรงกลม ผลอ่อนเป็นสีเขียว ส่วนผลแก่เป็นสีเขียวออกดำ

เจียวกู่หลานมีถิ่นกำเนิดในทวีปเอเชีย พบบริเวณภูมิประเทศที่เป็นป่าเขาที่มีความสูงระดับ 300-3,200 เมตรจากระดับน้ำทะเล พบได้ในจีน ญึ่ปุ่น เกาหลี อินเดีย ศรีลังกา ภูฏาน บังกลาเทศ เมียนมา ไทย ลาว เวียดนาม มาเลเซีย อินโดนีเซีย นิวกินี

และในไทยนอกจากพบในธรรมชาติแล้วยังมีการปลูกกันพอสมควรที่จังหวัดเชียงใหม่

 

ดร.โอซามะ ทานากะ (Dr.Osama Tanaka) แห่งคณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยฮิโรชิมา ประเทศญี่ปุ่น ทำการศึกษาจนพบว่าเจียวกู่หลานมีสารซาโปนิน (Saponins) ที่มีโครงสร้างโมเลกุลเหมือนกับโสม ต่อมา ดร.ซูนีมัตซึ ทากิโมโต (Dr.Tsunematsu Takemoto) ผู้เชี่ยวชาญด้านสมุนไพรที่ศึกษาประโยชน์ของเจียวกู่หลานมานานกว่า 10 ปี พบว่าเจียวกู่หลานมีสารซาโปนินที่สามารถจำแนกได้มากถึง 82 ชนิด หรือที่เรียกว่าไกเพนโนไซด์ (Gypenosides) ซึ่งมีสรรพคุณในการต้านมะเร็งตับ ปอด และลำไส้ใหญ่

นอกจากนี้ ยังมีการศึกษาทางด้านคลินิกพบว่าเจียวกู่หลานสามารถเพิ่มภูมิคุ้มกันให้กับผู้ป่วยมะเร็งที่ไม่ได้รับเคมีบำบัดได้เป็นอย่างดี

เจียวกู่หลานยังเป็นสมุนไพรที่ใช้เป็นยาได้เหมือนกับโสมแต่ดีกว่าโสม เนื่องจากโสมมีสารซาโปนินที่เรียกว่าไกเพนโนไซด์ (Gypenosides) อยู่เพียง 28 ชนิด

ในขณะที่เจียวกู่หลานนั้นมีไกเพนโนไซด์อยู่ถึง 82 ชนิด และสารไกเพนโนไซด์ที่พบในเจียวกู่หลานจะมีอยู่ 4 ชนิดที่เหมือนกับโสม และมีอีก 17 ชนิดที่มีลักษณะคล้ายกับโสม

นอกจากนี้ ปริมาณของไกเพนโนไซด์ที่มีอยู่ในเจียวกู่หลานก็ยังมีมากกว่าและมีคุณสมบัติทางยาที่ดีกว่าไกเพนโนไซด์ที่พบได้ในโสม อีกทั้งเจียวกู่หลานยังไม่มีพิษและยังไม่พบอาการแพ้จากการกินอีกด้วย

นอกจากนี้ ยังมีการศึกษาว่ามีฤทธิ์กดประสาทบรรเทาอาการกระตุก และลดความดันโลหิต

 

ใบและยอดอ่อนของเจียวกู่หลานปรุงเป็นอาหารได้ ใบมีรสหวาน และปัจจุบันมักนิยมนำมาใช้เป็นชาชง ในภูมิปัญญาดั้งเดิมและประสบการณ์ใหม่ๆ ของประเทศที่รู้จักสมุนไพรนี้ มักจะนำเจียวกู่หลานทั้งต้นเป็นสมุนไพรบำรุงกำลัง ช่วยเพิ่มการไหลเวียนของเลือด กระตุ้นการทำงานของตับ เสริมสร้างระบบภูมิคุ้มกันและระบบประสาท และลดระดับน้ำตาลในเลือดและคอเลสเตอรอล บางคนนำมากินเพื่อลดความเครียดหรือทำให้จิตใจสบายขึ้นและลดความเหนื่อยล้า แก้แผลในกระเพาะอาหาร ลดอาการหอบหืด อาการหลอดลมอักเสบ เบาหวาน โรคหัวใจและหลอดเลือด

แม้เจียวกู่หลานจะพบได้ในเอเชียหลายประเทศ แต่ก็ต้องยอมรับว่าจีนและญี่ปุ่นเขาทำการศึกษากันมาก โดยเฉพาะประเทศจีนในการประชุมเกี่ยวกับยาแผนโบราณในกรุงปักกิ่งในปี 1991 ได้มีการจัดอันดับเจียวกู่หลานเป็นหนึ่งในสมุนไพรบำรุงกำลังที่สำคัญที่สุด 10 ชนิดแรกทีเดียว นอกจากนี้ ยังมีรายงานว่าสามารถนำไปใช้ในการทำเวชเครื่องสำอาง เป็นยาบำรุงผิว ต่อต้านริ้วรอย ปัจจุบันจึงมีผลิตภัณฑ์เจียวกู่หลานจำหน่ายในท้องตลาดในหลากหลายรูปแบบ

ในภูมิปัญญาดั้งเดิมของชาติพันธุ์เมื่อพูดคุยกับหมอชาวม้งพบว่ามีการใช้เจียวกู่หลานเป็นสมุนไพรในตำรับยาหรือผสมร่วมกับสมุนไพรอื่นๆ มักไม่ได้ใช้เป็นสมุนไพรเดี่ยว แต่ก็มีการนำมาทำชาชงกินกันแพร่หลาย ในปัจจุบันน่าจะเป็นเครื่องดื่มบำรุงสุขภาพทั่วไป ถ้าหากได้ศึกษาให้ลึกซึ้งยิ่งขึ้นน่าจะช่วยพัฒนาการใช้เจียวกู่หลานตามภูมิปัญญามีความชัดเจนลึกซึ้งยิ่งขึ้น

ใกล้เทศกาลตรุษจีนพอดี โควิด-19 ก็ยังมี การ์ดก็ต้องยังไม่ตก เจียวกู่หลาน เครื่องดื่มอุ่นๆ ในชีวิตวิถีใหม่ก็เป็นสิ่งที่ไม่น่ามองข้ามนะ

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...