โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ต่างประเทศ

ทำความรู้จัก Doomer เจเนอเรชั่น ผู้มองว่าเรากำลังอยู่ในวันโลกาวินาศ

becommon.co

อัพเดต 03 มี.ค. 2564 เวลา 17.38 น. • เผยแพร่ 01 มี.ค. 2564 เวลา 13.00 น. • common: Knowledge, Attitude, make it Simple

แม้จะมี iPhone และได้รับคำเชิญ แต่ Doomer จะไม่มีวันเข้าร่วมแอพพลิเคชั่น Clubhouse, พวกเขาไม่โปรดักทีฟ, Doomer ซึมเซาตลอดเวลา ดื่มหนักและสูบจัด เป็นโชเพนเฮาเออเรียน (Schopenhauerian) ผู้ยึดติดอยู่กับความคิดแง่ลบ และมองไม่เห็นแสงสว่างของโลก, Doomer เชื่อว่าโลกนั้นไร้หวัง มืดมน และกำลังล่มสลาย…

ปี 2018 ในเว็บไซต์อิมเมจบอร์ดชื่อ 4chan ที่มีผู้เยี่ยมชมมากกว่า 20 ล้านคนต่อเดือนด้วยจุดเด่นเรื่องการไม่ระบุตัวตนผู้ใช้งาน มีผู้ใช้รายหนึ่งโพสต์ภาพการ์ตูนแนวล้อเลียนที่ต่อมาถูกรู้จักในนาม Wojak ที่มีหลากหลายตัวละครรวมอยู่ในซีรีส์ลายเส้นง่ายๆ สไตล์เดียวกัน และที่โดดเด่นที่สุดเห็นจะเป็นตัวการ์ตูนที่มีชื่อว่า 30-Year-Old Boomer ซึ่งล้อเลียนกลุ่มเจเนอเรชั่น Millennials ผู้แม้จะเกิดมาในสังคมสมัยใหม่ แต่กลับมีพฤติกรรมไปคล้ายคลึงกับเจเนอเรชั่นที่มีความหัวโบราณอย่าง Baby Boomer จนกลายเป็น meme ยอดฮิต

Photo: https://knowyourmeme.com

 

Wojak มีตัวการ์ตูนอื่นๆ มากมายที่ต่อมากลายเป็น meme เช่น Zoomer ที่เป็นการสื่อถึงและล้อเลียนคน Gen-Z ก่อนจะแตกย่อยไปเป็น Bloomer ที่ก็คือกลุ่มคน Gen-Z เช่นกัน แต่กลุ่มนี้จะเป็น Gen-Z ผู้มีความสามารถในการปรับตัวและมองโลกในแง่บวก หรือจะเป็น Gloomer— Gen-Z ผู้ทุกข์ทรมานเพราะไม่มีความสามารถในการปรับตัวเหมือน Bloomer 

ส่วนในบทความนี้ เราจะโฟกัสไปที่ Doomerกลุ่มคน Gen-Z เวอร์ชั่นที่ดูจะร้ายแรงกว่า Gloomer ผู้เชื่อว่าโลกหมดหวังและกำลังล่มสลาย

Doomer มาจากคำภาษาอังกฤษอย่าง Doom ที่แปลว่า ‘วันโลกาวินาศ’ โดย เคทลิน ทิฟฟานี่ (Kaitlyn Tiffany) นักข่าวสายโซเชี่ยลมีเดียแห่ง The Atlantic ตั้งข้อสังเกตไว้ในบทความของเธอเมื่อปี 2020 ถึง Doomer ว่า “พวกเขาไม่มีความสนใจจะไล่ล่ามิตรภาพหรือความสัมพันธ์อีกต่อไป พวกเขาไม่มีความสุขกับเรื่องใดๆ เลย เพราะพวกเขารู้ว่าโลกกำลังเดินทางมาถึงจุดจบ” โดยเธอยกตัวอย่างให้เห็นภาพชัดจาก meme ชิ้นหนึ่ง ที่เมื่อ Doomer ซื้อโทรศัพท์สมาร์ตโฟนมา พวกเขาจะใช้มันแค่เอาไว้ดูเวลาเท่านั้น ทั้งๆ ที่มันยังมีฟังก์ชั่นอื่นๆ ให้ใช้งานอีกมากมาย

อาเธอร์ โชเปนเฮาเออร์

มองในแง่นี้ Doomer จึงอาจเป็นมรดกตกทอดของนักปรัชญาผู้มีแนวคิดมองโลกในแง่ลบชื่อดังอย่าง อาเธอร์ โชเปนเฮาเออร์ (Arthur Schopenhauer) นักปรัชญาสาย ‘ทุนิยม’ (pessimism) หรืออาจรวมถึง ‘สุญนิยม’ (nihilism) ที่เสนอว่า ‘การดำรงอยู่คือความผิดพลาด’ หรือ ‘ชีวิตนั้นไร้ทั้งจุดหมายและความหมาย’ หรือ ‘ชีวิตคือความเจ็บปวด’ และ ‘ความจริงคือคำโกหกคำโต’

“ชีวิตแกว่งไกวไปข้างหน้าและหลังราวกับลูกตุ้ม ระหว่างความเจ็บปวดและความเบื่อหน่าย”

โชเปนเฮาเออร์ เคยหล่นถ้อยคำไว้เช่นนั้น

และคนที่เป็น Doomer ไม่ว่าจะโดยรู้ตัวหรือไม่รู้ตัวก็ตาม พวกเขาจึงอาจเป็นทายาทของโชเปนเฮาเออร์ ผู้อาจมองเห็นแล้วว่าแนวคิดของนักปรัชญาผู้นี้จริงยิ่งกว่าจริง เมื่อ Doomer คือ Gen-Z ที่เกิดมากับการเปลี่ยนแปลงของโลกจากอนาล็อกสู่ดิจิทัล เทคโนโลยีช่วยย่อให้โลกเล็กลง พวกเขามองเห็นความวุ่นวายสับสน และคุณค่าที่ผู้คนยึดถือตามๆ กันไป ซึ่งอาจทำให้ Doomer คิดว่าทั้งหมดนั้นมันไม่จริง ทุกสิ่งเป็นเรื่องไร้สาระไม่มีความหมาย จนกระทั่งรู้สึกถูกตัดขาดและเป็นคนแปลกหน้าต่อโลก หรือเป็นสิ่งมีชีวิตจากต่างดาวผู้แค่พลัดตกลงมาในสถานที่ที่ตนรู้สึกต่อไม่ติดกับสิ่งที่ผู้คนจำนวนมากยึดถือ

ยิ่งในโลกขณะนี้ ที่ผู้คนทั่วโลกต่างทนทุกข์กับการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 ยังไม่นับรวมการเปลี่ยนแปลงของสภาพอากาศที่เลวร้ายขึ้นทุกปี จากการความโลภและการสวาปามทรัพยากรทุกอย่างเกินควรของมนุษย์ นี่เองที่พวกเขามองว่า โลกกำลังหมดหวัง

Photo: https://knowyourmeme.com/memes/doomer

ขณะที่ Boomer อาจเป็นพวก ignorant ไม่รู้ร้อนรู้หนาวกับความจริงข้อนี้ และยังใช้ชีวิตปกติ เสวยสุขกับปัจจัยใดๆ ก็ตามที่เอื้อประโยชน์ต่อชีวิตตัวเองราวกับไม่มีอะไรเกิดขึ้น Doomer แม้จะเห็นความเป็นไปของโลกชัดกว่า แต่พวกเขาก็คิดว่าโลกที่กำลังพังนั้นไร้ทางเยียวยา Doomer จึงเลือกหันหลังให้ ยอมแพ้กับการตามหาความหมายของการมีชีวิต จ่อมจมลงสู่ความระทมทุกข์ และเอาแต่หวนระลึกถึงความหลังครั้งที่โลกยังงดงาม

หนังแนวโลกล่มสลายที่เข้าฉายเมื่อปี 2020 ชื่อ She Dies Tomorrow ของนักแสดงและผู้กำกับชาวอเมริกันนาม เอมี ไซเมตซ์ (Amy Seimetz) คืออีกหนึ่งตัวอย่างของการฉายภาพ Doomer ได้อย่างชัดเจน

หนังแนวโลกล่มสลายเรื่องนี้ไม่มีเอเลี่ยนบุกโลก ไม่มีภัยพิษัติน้ำท่วมโลก ภูเขาไฟระเบิด หิมะถล่ม น้ำแข็งละลาย มันไม่มีอุกกาบาตที่กำลังพุ่งชนจนอาจทำให้โลกสูญสลาย จะมีเพียงแค่ความหมดหวังที่เริ่มจากตัวละครตัวหนึ่งชื่อ เอมี่ ที่กำลังกังวลว่าพรุ่งนี้เธอจะตาย กระทั่งเธอตัดสินใจเล่าความกังวลนี้ให้คนอื่นฟัง แล้วอาการกลัวตายดังกล่าวก็พลันลุกลาม กลายเป็นโรคระบาดที่ถูกส่งต่อราวกับมันคือเชื้อไวรัสชนิดหนึ่ง คอยกัดกินชีวิตผู้คน จนกระทั่งบางคนมีลักษณะไม่ต่างจาก Doomer ผู้สิ้นหวัง ใช้ชีวิตซึมๆ ไปวันต่อวันเพื่อรอคอยความตาย

คำถามคือ ถ้าต้องทุกข์ทรมานกับการรู้ความจริงถึงความอัปลักษณ์ของชีวิตและโลกเช่นนี้ การเป็น Doomer มันดีจริงๆ หรือเปล่า หรือเราควรเปลี่ยนตัวเองเป็น Boomer ผู้ไม่รู้ร้อนรู้หนาวกับความจริงน่าเกลียดน่ากลัวอันไร้สาระใดๆ นี้ดี

ขออภัยที่เราไม่มีคำตอบให้ แต่สิ่งที่พอจะทำให้คุณสบายใจขึ้นได้บ้างก็คือ แม้คุณจะรู้สึกว่าตัวเองเป็น Doomer ผู้คิดว่าโลกมืดมนและไร้หวัง เราจะขอยืนยันว่าคุณไม่ได้กำลังโศกเศร้าอยู่เพียงลำพัง ยังมีผู้คนมากมายเหลือเกินที่กำลังเผชิญภาวะเช่นนี้ และเอาเข้าจริงต่อให้เป็น Boomer, Zoomer, Gloomer หรือ Doomer เหล่านี้ก็เป็นเพียงบุคคลิกภาพที่หลากหลายของสังคมมนุษย์ ที่ไม่ว่าเราจะสมาทานแนวคิดแบบใดก็ตาม เราก็ควรมีที่หยัดที่ยืนได้ในพื้นที่ของตัวเองโดยไม่คุกคามซึ่งกันและกัน

Photo: https://knowyourmeme.com/memes/doomer

แถมในโลกนี้ก็ยังมีอีกหลายคนที่ไม่ได้จำกัดตัวเองไว้กับนิยามใดนิยามหนึ่ง …ในบทความชื่อMeet the doomers: why some young US voters have given up hope on climate ของ The Guardian ที่พูดถึงความหมดหวังต่อการเยียวยาการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศของโลก มีความคิดเห็นของคนที่เรียกตัวเองว่า Doomer หลายคนที่น่าสนใจ เช่น นักศึกษาวัย 19 ปีจากแคลิฟอร์เนียที่บอกว่า “คุณอาจแทบจะไม่เห็นผู้คนกำลังวางแผนเพื่ออนาคต นั่นก็เพราะว่าอนาคตในปัจจุบันดูเหมือนจะไม่แน่นอนและคาดเดาไม่ได้อย่างยิ่ง”

แต่ก็มี Doomer บางคน เช่น นักศึกษาจากนิวยอร์กวัย 20 ปีที่บอกว่าแม้เขาจะเห็นด้วยเกือบทุกข้อที่ Doomer เชื่อ แต่เขาก็จะลงมือทำอะไรบางอย่างอยู่ดี โดยบอกว่า

“ถ้าเราไม่ทำอะไรเลย สิ่งที่เลวร้ายที่สุดก็จะเกิดขึ้น แต่อย่างน้อยถ้าเราทำอะไรสักอย่าง มันก็ยังพอมีโอกาส บางทีอาจไม่ใช่ตอนนี้ แต่มันอาจอยู่ที่ปลายทาง”

ราวกับนักศึกษาจากนิวยอร์กคนนี้กำลังเปลี่ยนแปลงตัวเองจาก Doomer เป็น Bloomer โดยใช้ประโยชน์จากการมองโลกในแง่ร้ายแบบ Doomer เพื่อเห็นโลกในมุมมองที่ชัดขึ้น ก่อนจะใช้ความ ‘ตระหนักรู้’ นี้มาเป็นเครื่องมือนำทางให้ตัวเองยังพอมีชีวิตอยู่ได้ท่ามกลางโลกอันไร้ความหมายแห่งนี้

 

อ้างอิง

  • knowyourmeme.com.Doomer.  https://bit.ly/3s5eWOY
  • Kaitlyn Tiffany. The Misogynistic Joke That Became a Goth-Meme Fairy Tale. https://bit.ly/2LZcg5Q
  • Alexandra Villarreal.Meet the doomers: why some young US voters have given up hope on climate. https://bit.ly/3dpMRxA
  • Arthur Schopenhauer.Studies in Pessimism: The Essays.  

 

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...