โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

หุ้น การลงทุน

CIMBT ประกาศกำไรปี'63 วูบ 36% อยู่ที่ 1.29 พันล้าน

ประชาชาติธุรกิจ

อัพเดต 21 ม.ค. 2564 เวลา 04.52 น. • เผยแพร่ 21 ม.ค. 2564 เวลา 04.52 น.

ธนาคารซีไอเอ็มบี ไทย ประกาศผลการดำเนินงานปี 63 เผยกำไรสุทธิอยู่ที่ 1,290.6 ล้านบาท ลดลง 36% ตามการตั้งสำรองหนี้ฯ เพิ่มขึ้น 60% รับความผันผวนเศรษฐกิจ-โควิด-19 ส่วนหนี้เสียอยู่ที่ 4.6% ลดลงจาก 4.7% เหตุตัดขายสินเชื่อด้อยคุณภาพ ระบุรายได้ค่าธรรมเนียมและบริการลดลง 834.4 ล้านบาท หรือ 39.9%

นายสุธีร์ โล้วโสภณกุล รักษาการกรรมการผู้จัดการใหญ่และประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ธนาคาร ซีไอเอ็มบี ไทย จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า ผลการดำเนินงานของธนาคาร และบริษัทย่อยที่ยังมิได้ตรวจสอบ สำหรับปี สิ้นสุดวันที่ 31 ธันวาคม 2563 สรุปสาระสำคัญดังนี้ งบการเงินสำหรับปีสิ้นสุดวันที่ 31 ธันวาคม 2562 ที่นำมาเปรียบเทียบ กลุ่มธนาคารได้มีการปรับปรุงงบการเงินย้อนหลังเกี่ยวกับวิธีการบัญชีของการรับรู้รายได้ดอกเบี้ยที่แท้จริงซึ่งเป็นไปตามมาตรฐานการรายงานทางการเงิน ฉบับที่ 9

สำหรับผลการดำเนินงานของกลุ่มธนาคาร สำหรับปีสิ้นสุดวันที่ 31 ธันวาคม 2563 มีรายได้จากการดำเนินงานจำนวน 14,927.1 ล้านบาทเพิ่มขึ้น 167.6 ล้านบาท หรือ 1.1% เมื่อเปรียบเทียบกับงวดเดียวกันปี 2562 สาเหตุหลักเกิดจากการเพิ่มขึ้นของรายได้อื่น 153.6% ในขณะที่รายได้ดอกเบี้ยสุทธิลดลง 5.6% และรายได้ค่าธรรมเนียมและบริการสุทธิลดลง 39.9% กำไรจากการดำเนินงานก่อนหักหนี้สงสัยจะสูญเพิ่มขึ้น 12.0% เป็นจำนวน 6,027.8 ล้านบาท เนื่องจากการเพิ่มขึ้นของรายได้ 1.1% ในขณะที่ค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานลดลง 5.1%

อย่างไรก็ตามกำไรสุทธิลดลงจำนวน 727.2 ล้านบาท หรือ 36% เป็นจำนวน 1,290.6 ล้านบาท เมื่อเปรียบเทียบกับปีเดียวกันสาเหตุหลักเกิดจากสำรองหนี้สงสัยจะสูญเพิ่มขึ้น 60% ซึ่งสะท้อนถึงการตั้งสำรองที่สูงขึ้นจากความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจและโอกาสที่คุณภาพสินเชื่อของลูกค้าจะได้รับผลกระทบจากการระบาดของโควิด-19 ในจำนวนนี้ธนาคารได้คำนึงถึงการคาดการณ์ล่วงหน้าของโมเดลการวัดมูลค่าผลขาดทุนด้านเครดิต (ECL) และการตั้งสำรองเพื่อรับมือกับแนวโน้มเศรษฐกิจมหภาคที่ถดถอยผ่านกระบวนการ management overlay ภายใต้มาตรฐานการรายงานทางการเงินฉบับที่ 9

รายได้จากการดำเนินงาน สำหรับปีสิ้นสุดวันที่ 31 ธันวาคม 2563 มีจำนวน 14,927.1 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจำนวน 167.6 ล้านบาท หรือ 1.1% เมื่อเปรียบเทียบกับงวดเดียวกันปี 2562 เนื่องจากการเพิ่มขึ้นของรายได้จากการดำเนินงานอื่นจำนวน 1,654.8 ล้านบาท หรือ 153.6%

สาเหตุหลักมาจากการเพิ่มขึ้นของกำไรสุทธิจากเครื่องมือทางการเงินที่วัดมูลค่าด้วยมูลค่ายุติธรรมผ่านกำไรหรือขาดทุนจำนวน 1,117 ล้านบาท สุทธิกับการลดลงของรายได้ค่าธรรมเนียมและบริการสุทธิจำนวน 834.4 ล้านบาท หรือ 39.9% ส่วนใหญ่เกิดจากการลดลงของรายได้ค่าธรรมเนียมจากการชำระค่าสินค้าและบริการและรายได้จากการเป็นนายหน้าขายประกัน และรายได้ดอกเบี้ยสุทธิลดลงจำนวน 652.8 ล้านบาท หรือ 5.6% เนื่องจากการลดลงของรายได้ดอกเบี้ยจากเงินให้สินเชื่อและเงินลงทุน

ค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานสำหรับปีสิ้นสุดวันที่ 31 ธันวาคม 2563 เปรียบเทียบกับงวดเดียวกันปี 2562 ลดลงจำนวน 478.6 ล้านบาทหรือ 5.1% สาเหตุหลักมาจากการลดลงของค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับพนักงานและการบริหารจัดการเพื่อควบคุมค่าใช้จ่ายที่ดีขึ้น อัตราส่วนค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานต่อรายได้จากการดำเนินงานสำหรับปีสิ้นสุดวันที่ 31 ธันวาคม 2563 อยู่ที่ 59.6% ปรับตัวดีขึ้นเมื่อเทียบกับงวดเดียวกันของปี 2562 อยู่ที่ 63.5%

อัตราส่วนรายได้ดอกเบี้ยสุทธิต่อสินทรัพย์เฉลี่ย (Net Interest Margin – NIM) สำหรับปี 2563 อยู่ที่ 3.2% ลดลงจากงวดเดียวกันปี 2562 อยู่ที่ 3.5% เป็นผลจากการลดลงของรายได้ดอกเบี้ยจากเงินให้สินเชื่อและเงินลงทุน

วันที่ 31 ธันวาคม 2563 เงินให้สินเชื่อสุทธิจากรายได้รอตัดบัญชี (รวมเงินให้สินเชื่อซึ่งค้ำประกันโดยธนาคารอื่นและเงินให้สินเชื่อแก่สถาบันการเงิน) ของกลุ่มธนาคารอยู่ที่ 227.0 พันล้านบาท ลดลง 6.2% เมื่อเทียบกับเงินให้สินเชื่อ ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2562 กลุ่มธนาคารมีเงินฝาก (รวมตั๋วแลกเงิน หุ้นกู้ และผลิตภัณฑ์ทางการเงินบางประเภท) จำนวน 251.4 พันล้านบาท เพิ่มขึ้น 4.1% จากสิ้นปี 2562 ซึ่งมีจำนวน 241.5 พันล้านบาท อัตราส่วนสินเชื่อต่อเงินฝาก (the Modified Loan to Deposit Ratio) ของกลุ่มธนาคารลดลงเป็น 90.3% จาก 100.2% ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2562

สินเชื่อด้อยคุณภาพ (NPLs) อยู่ที่ 10.5 พันล้านบาท อัตราส่วนสินเชื่อด้อยคุณภาพ ต่อเงินให้สินเชื่อทั้งสิ้นอยู่ที่ 4.6% ลดลงเมื่อเทียบกับ ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2562 อยู่ที่ 4.7% สาเหตุหลักจากการขายสินเชื่อด้อยคุณภาพในปี 2563 ประกอบกับธนาคารมีมาตรฐานการอนุมัติสินเชื่อ และนโยบายการบริหารความเสี่ยงที่รัดกุม ตลอดจนได้มีแนวทางเพิ่มประสิทธิภาพการดูแลลูกหนี้และการติดตามหนี้

อัตราส่วนค่าเผื่อผลขาดทุนด้านเครดิตที่คาดว่าจะเกิดขึ้นต่อเงินให้สินเชื่อด้อยคุณภาพ ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2563 อยู่ที่ 93.3% ลดลงจากสิ้นปี 2562 ซึ่งอยู่ที่ 99.0% ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2563 ค่าเผื่อผลขาดทุนด้านเครดิตที่คาดว่าจะเกิดขึ้นของกลุ่มธนาคารอยู่ที่จำนวน 9 พันล้านบาท ซึ่งเป็นเงินสำรองส่วนเกินตามเกณฑ์ธนาคารแห่งประเทศไทยจำนวน 2.1 พันล้านบาท

เงินกองทุนรวมของกลุ่มธนาคาร ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2563 มีจำนวน 54.3 พันล้านบาท คิดเป็นอัตราส่วนเงินกองทุนรวมต่อสินทรัพย์เสี่ยง 21.4% โดยเป็นอัตราส่วนเงินกองทุนชั้นที่ 1 อยู่ที่ 15.6%

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...