โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

6 ปีหลัง ‘แมนยู’ ถลุงเงินหนักกว่า 26 ปี ยุคเฟอร์กี้ แต่ห่างไกลความสำเร็จ

The Bangkok Insight

อัพเดต 04 ส.ค. 2562 เวลา 11.02 น. • เผยแพร่ 04 ส.ค. 2562 เวลา 11.00 น. • The Bangkok Insight

เดอะ แท็กติคัล ไทม์ส สื่อเกี่ยวกับการบันทึกและวิเคราะห์สถิติ เผยว่าหากดีลแฮร์รี่ แม็กไกวร์ กองหลังชาวอังกฤษเสร็จสิ้นอย่างเป็นทางการ แมนฯ ยูไนเต็ด จะใช้เงินซื้อนักเตะใน 6 ปีหลังสุดมากถึง968 ล้านปอนด์ ซึ่งมากกว่าช่วงที่ เซอร์ อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน คุมทีมกว่า 200 ล้านปอนด์

ภาพจาก : @manchesterunited

ระยะเวลา 26 ปีที่ เฟอร์กูสัน คุมทัพ “ปีศาจแดง” ช็อปแข้งไปราว 721.6 ล้านปอนด์ส่วนหนึ่งเป็นเพราะกุนซือชาวสกอตต์ชื่นชอบใช้นักเตะจากทีมเยาวชนขึ้นมาใช้งานมากกว่าซื้อนักเตะดังๆมาร่วมทีมทำให้แต่ละซีซั่นเขาจะเปลี่ยนทีมน้อยมากระบบทีมจึงลงตัวจนสร้างความสำเร็จให้กับทีมอย่างล้นหลาม

แต่นับจาก เซอร์ อเล็กซ์ บอกลา แมนฯ ยูไนเต็ด ไปเมื่อปี 2013 “ปีศาจแดง” ใช้เงินซื้อนักเตะมากถึง 968 ล้านปอนด์ เมื่อนับรวม แม็กไกวร์ ที่กำลังจะปิดดีลอย่างเป็นทางการด้วยราคา 80 ล้านปอนด์ (ประมาณ 3,280 ล้านบาท) ซึ่งจะทำให้แข้งวัย 26 ปีกลายเป็นกองหลังที่มีค่าตัวแพงที่สุดในโลกไปโดยปริยาย

สื่อเจ้าเดิมเสริมว่านับตั้งแต่ครั้งล่าสุดที่ แมนฯ ยูไนเต็ด ได้แชมป์ ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก เมื่อฤดูกาล 2007-08 พวกเขาใช้เงินซื้อนักเตะรวม 1.18 พันล้านปอนด์ (ประมาณ 48,380 ล้านบาท) แต่กลับไม่เคยเข้าใกล้กับการคว้าถ้วย “บิ๊กเอียร์” มาครองเพิ่มได้อีกเลย

เกิดคำถามขึ้นว่าทำไม “ปีศาจแดง” ถึงยังไร้โทรฟี่ระดับเมเจอร์ทั้งพรีเมียร์ลีก และ แชมป์ชปล.ทั้งที่บอร์ดบริหารอัดงบให้ซื้อนักเตะแบบบ้าคลั่งมากกว่า ยุค เฟอร์กูสัน ราว 246.4 ล้านปอนด์ (ประมาณ 10,102.4 ล้านบาท)

มีการวิเคราะห์ว่าส่วนหนึ่งเป็นเพราะความต่อเนื่องในการทำทีมเนื่องจาก 6 ปีนับจากเฟอร์กี้วางมือมีการเปลี่ยนแปลงกุนซือไปแล้วถึง 4 คน โดยมีโทรฟี่เข้ามาประดับตู้เพิ่มเพียง 3 ใบคือเอฟเอ คัพ 2015-16 ยุคหลุยส์ ฟาน กัล และ ลีก คัพ 2016-17 กับ ยูโรปา ลีก 2016-17 ยุคโชเซ่ มูรินโญ่

การเปลี่ยนแปลงกุนซือบ่อยทำให้ต้องเปลี่ยนระบบการเล่นใหม่ เปลี่ยนนักเตะใหม่ ความต่อเนื่องของทีมจึงสะดุดซึ่งต่างจากยุคเฟอร์กี้ที่ได้โอกาสทำทีมต่อเนื่องและทำทีมแบบเบ็ดเสร็จ

ภาพจาก : @manchesterunited

อีกทั้งการซื้อนักเตะแต่ละคน “ผีแดง” จำเป็นต้องจ่ายในราคาแพงกว่าความเป้นจริงเนื่องจากโดนหลายสโมสรโขกราคาด้วยความที่แบนด์แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ดที่ขึ้นชื่อว่าเป้นทีมที่รวยเบอร์ต้นๆของโลก

นอกจากนี้การทีมหลายทีมมีการเปลี่ยนเจ้าของทีมจากการเทคโอเวอร์ของมหาเศรษฐีต่างชาติทำให้มีทีมแกร่งมากขึ้นทีมใหญ่อย่างแมนฯ ซิตี้,เชลซี,ลิเวอร์พูล ต่างดึงกุนซือฝีมือดีเข้ามาคุมทีมและดูแข้งดังฝีเท้าฉกาจมาร่วมทัพ ขณะที่อย่างเอฟเวอร์ตัน,วูล์ฟแฮมป์ตัน,วัตฟอร์ดหรือเลสเตอร์เองก็มีงบเสริมทัพที่มากขึ้น ไม่นับสเปอร์ส และ อาร์เซน่อลที่มีการวางรากฐานทีมไว้เป็นอย่างดีอยู่แล้ว ทำให้การแข่งขันในลีกมีสุงขึ้น แต่ละเกมมีความยากมากขึ้น

แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นการบริหารทีมของบอร์ดชุดนี้ก็มีความผิดพลาดหลายอย่าง การซื้อนักเตะหลายครั้งก็ไม่ตอบโจทย์ บางครั้งก็ไม่ใช่ที่ต้องการของโค้ชแบบร้อยเปอร์เซนต์ อีกทั้งพอโดนโขกค่าตัวสูงๆก็ถอดใจไม่ซื้อซะดื้อๆเพื่อประหยัดงบ ทำให้ศักยภาพทีมมีความแกร่งสู้ทีมอื่นๆไม่ได้

ปอล ป็อกปา ซื้อกลับมาด้วยสถิติสุงสุดลีกอังกฤษ 89 ล้านปอนด์ทั้งที่เคยเป็นเด็กปั้นที่เสียไปฟรีๆ หรือ โรเมลู ลูกากู กองหน้าที่จ่ายแพงเป็นเบอร์ 2 ของลีก 75 ล้านปอนด์เท่ากับเฟอร์กิล ฟาน ไดค์ กองหลังลิเวอร์พูลแต่กลับไม่เคยเป็นความหวังของทีมได้เลยแถมยังกลายเป้นตัวตลกให้แฟนคู่แข่งแซวซะอีก ป็อกบา เจ้าพ่อแฟชั่นทรงผม หรือ ลูกากู้ ตู้เย็นเคลื่อนที่ หรือแม้แต่อเล็กซิส ที่ได้มาฟรีแต่จ่ายค่าเหนื่อยโคตรแพงก้โดนแซวซื้อมาเล่นเปียโน เพราะเจ็บมากกว่าลงเล่น

ภาพจาก : @manchesterunited

ขณะที่คริส สมอลลิง, ฟิล โจนส์, แอชลีย์ ยัง รวมทั้งอันโตนิโอ วาเลนเซีย ทั้งหมดนี้คือแกนหลักเกมรับของผีแดงมาตลอด 6 ปีหลังสุดซึ่งพวกเขาเหล่านี้คือมรดกตกทอดมาจากยุคเฟอร์กี้เช่นกัน ฟานกัล รวมทั้ง มูรินโญ่ พยายามปรับเปลี่ยนหาตัวแทนแต่คนที่ได้มาก็ไม่ได้แตกต่างจากคนเก่าทั้งมาร์กอส โรโฮ,เอริค ไบยี่,มัตเตโอ ดาเมียน ยังไม่มีใครยึดตัวจริงจากคนเก่าได้ปบบถาวรเลยมีเพียง วิคตอร์ ลินเดอร์เลิฟ ที่ปรับตัวจนเป้นแกนหลักได้ในซีซั่นที่ผ่านมา

สรุปได้ว่าแม้แต่ละทีมในลีกมีมาตรฐานที่สูงขึ้นแต่ “ผีแดง” ยังย่ำอยู่กับที่อาจถึงขั้นถอยหลังลงคลองกับการบริหารทีมที่ผิดพลาดของบอร์ดบริหารเรื่องการเสริมทีมและการใช้งานโค้ช

ต้องดูว่าซีซั่นนี้ที่หันมายอมทุ่มซื้อนักเตะอีกครั้ง “แมนฯ ยูไนเต็ด” จะขยับมาตรฐานขึ้นมาสูสีกับทีมลุ้นแชมป์ได้มากน้อยแค่ไหนเมื่อ 6 ซีซั่นที่ผ่านมาขยับเข้าใกล้แบบห่างๆด้วยการจบอันดับ 2 พรีเมียร์ลีกเพียงแค่ครั้งเดียว

เชื่อหรือไม่ขนาดจบรองแชมป์แต่ตามหลังแชมป์ถึง 19 แต้ม ส่วนอีก 5 ปีที่เหลือวนเวียนจบที่ 4-5-6-7

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...