โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

เอกชนขยับเปิดร.ร.พื้นที่อีอีซี แข่งดุสู้ด้วยคุณภาพ-ตอบโจทย์นักเรียน

ประชาชาติธุรกิจ

อัพเดต 19 ส.ค. 2562 เวลา 02.01 น. • เผยแพร่ 19 ส.ค. 2562 เวลา 02.01 น.

ธุรกิจการศึกษาพื้นที่ EEC ขยับ เอกชนขยาย ร.ร.ในชลบุรี-ระยอง และฉะเชิงเทรา เพิ่มอีก 12 แห่ง เอกชนเผยการแข่งขันสูง ร.ร.มีมากกว่าความต้องการ แถมต้องแข่งกับ ร.ร.รัฐในพื้นที่ ลุ้น ศก.ขยายตัว อาจมี ร.ร.ใหม่จ่อเข้าระบบเพิ่ม

รายงานข่าวจากสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน สำนักงานปลัดกระทรวงศึกษาธิการ รายงานถึงสถาบันการศึกษาเพื่อรองรับการขยายตัวของพื้นที่เขตพัฒนาเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก หรือ EEC (Eastern Economic Corridor) ว่า การจัดตั้งโรงเรียนโดยเฉพาะโรงเรียนเอกชนนั้นขึ้นอยู่กับการประเมินสถานการณ์ความเหมาะสมในการลงทุน สำหรับโรงเรียนที่ได้เริ่มทยอยเปิดใหม่ในปีนี้ และเตรียมจะเปิดใหม่อย่างเป็นทางการ แบ่งเป็น

1) ในพื้นที่จังหวัดชลบุรี โรงเรียนประเภทสามัญศึกษา หรือโรงเรียนที่จัดการศึกษาตามหลักสูตรของกระทรวงศึกษาธิการระดับต่าง ๆ คือ ระดับก่อนประถมศึกษา(เตรียมอนุบาล/อนุบาล) ระดับประถมศึกษา มัธยมศึกษา ที่อยู่ระหว่างจัดตั้งรวม 3 แห่ง แจ้งความสนใจที่จะจัดตั้งโรงเรียนอีก 2 แห่ง

2) พื้นที่จังหวัดระยอง โรงเรียนประเภทสามัญศึกษา อยู่ระหว่างจัดตั้ง 2 แห่ง และโรงเรียนนอกระบบ หรือโรงเรียนที่จัดการศึกษาโดยมีความยืดหยุ่นในการกำหนดจุดมุ่งหมาย รูปแบบวิธีการจัดการศึกษา ระยะเวลาของการศึกษา การวัดและประเมินผล และยังแบ่งออกเป็นประเภทโรงเรียนสอนศาสนา, ศิลปะ และกีฬา ประเภทวิชาชีพ, กวดวิชา, สร้างเสริมทักษะชีวิต สถาบันการศึกษาปอเนาะ และศูนย์การศึกษาอิสลามประจำมัสยิดรวม 4 แห่ง

และ 3) พื้นที่จังหวัดฉะเชิงเทรา โรงเรียนประเภทสามัญศึกษา อยู่ระหว่างจัดตั้ง 2 แห่ง และโรงเรียนนอกระบบรวม 1 แห่ง ทั้งนี้ เมื่อประเมินตามข้อมูลจำนวนโรงเรียนเอกชนในพื้นที่ EEC รวมทุกประเภท คือโรงเรียนสามัญศึกษา โรงเรียนนานาชาติ และโรงเรียนนอกระบบทั้งสิ้น 729 แห่งเป็นโรงเรียนสามัญศึกษา 175 แห่ง โรงเรียนนานาชาติ 12 แห่ง และโรงเรียนนอกระบบ 542 แห่ง

อย่างไรก็ตาม ในการขออนุญาตจัดตั้งโรงเรียนในทุกพื้นที่จะดำเนินการยื่นขออนุญาตที่สำนักงานศึกษาธิการจังหวัด ซึ่งส่วนใหญ่จะยื่นคำขอจัดตั้งช่วงเดือนกุมภาพันธ์เพื่อเปิดภาคเรียนการศึกษาตามวงรอบในเดือนพฤษภาคม

ด้าน “ดร.นาฎฤดี จิตรรังสรรค์” ผู้อำนวยการโรงเรียนสุจิปุลิ ซึ่งเป็นหนึ่งในโรงเรียนเปิดใหม่เมื่อต้นปี 2562 ที่ผ่านมา บนพื้นที่จังหวัดฉะเชิงเทรา กล่าวว่า ธุรกิจการศึกษาถือว่ามีความสำคัญไม่น้อยกว่าธุรกิจอื่น ๆ เพราะเป็นการสร้างฐานของคนเพื่อรองรับความต้องการของคนทำงานในอนาคต เมื่อประเมินจากโรงเรียนในพื้นที่จังหวัดฉะเชิงเทราพบว่ามีโรงเรียนเอกชนค่อนข้างน้อยประมาณ 10 แห่ง สวนทางกลับโรงเรียนของรัฐที่มีเกือบ 300 แห่ง

สิ่งที่ต้องให้ความสำคัญ คือ คุณภาพของหลักสูตรที่แต่ละโรงเรียนต้องให้ความสำคัญและต้องมีการตรวจสอบอย่างต่อเนื่อง ทั้งนี้ ในแต่ละพื้นที่จะมีโรงเรียนที่ได้รับความนิยม อย่างเช่น โรงเรียนอนุบาลวัดปิตุลาธิราชรังสฤษฎิ์ โรงเรียนวัดเมืองใหม่ ที่ปัจจุบันมีจำนวนนักเรียนอยู่ที่ 4,000-5,000 คน โดยในแต่ละปีจะมีนักเรียนที่ไม่ได้รับการคัดเลือก โรงเรียนเอกชนในพื้นที่จะกลายเป็นอีกทางเลือกหนึ่ง ดังนั้น ในแต่ละโรงเรียนจึงต้องชูจุดเด่นที่มีความแตกต่างจากโรงเรียนเดิม ๆ ในพื้นที่ รวมถึงจะต้องแข่งขันกันด้วยคุณภาพของหลักสูตรที่นักเรียนให้ความสนใจอีกด้วย

“ถ้ามองว่าเศรษฐกิจในพื้นที่ EEC จะขยายตัวมากขึ้น เท่ากับว่าคนในพื้นที่จะมากขึ้นนั้นยังไม่ได้ส่งผลมากนักต่อการตัดสินใจลงทุนธุรกิจการศึกษา เพราะโรงเรียนเดิมที่มีอยู่ยังรองรับได้อีกมาก อาจจะต้องรอดูภาพรวมของเศรษฐกิจว่าจะขยายตัวได้ตามที่มีการคาดการณ์ไว้หรือไม่”

ดร.นาฎฤดีกล่าวเพิ่มเติมว่า ในแง่ของการแข่งขันเชิงธุรกิจโรงเรียนสุจิปุลิสามารถดึงดูดความสนใจให้เข้ามาเรียนได้แน่นอน เนื่องจากเป็นหลักสูตรแนวใหม่ที่เน้นสร้างสมรรถนะให้กับผู้เรียนผ่านหลักสูตรที่เรียกว่า 7 Habit เช่น บีโปรแอ็กทีฟ จุดมุ่งหมายในใจ ทำสิ่งที่สำคัญก่อน คิดแบบชนะ เข้าใจผู้อื่นก่อนให้ผู้อื่นเข้าใจเรา ฯลฯ ซึ่งในปัจจุบันมีการใช้เป็นหลักสูตรอบรมผู้บริหารระดับสูง อีกด้วย

ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมว่า สำหรับโครงการเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออกหรือ EEC (Eastern Economic Corridor) เป็นนโยบายของรัฐบาลที่ต้องการส่งเสริมการลงทุน พร้อมทั้งยกระดับอุตสาหกรรมของประเทศ เพิ่มความสามารถในการแข่งขัน และทำให้เศรษฐกิจของไทยเติบโตในระยะยาว โดยในระยะแรกนั้นรัฐบาลมุ่งเน้นไปที่พื้นที่ 3 จังหวัดในภาคตะวันออก คือ จังหวัดชลบุรี ระยอง และฉะเชิงเทรา โดยต้องการส่งเสริม 10 อุตสาหกรรมเป้าหมาย เช่น อุตสาหกรรมยานยนต์สมัยใหม่ อุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์อัจฉริยะ อุตสาหกรรมการท่องเที่ยวกลุ่มรายได้ดี และการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ อุตสาหกรรมการเกษตรและเทคโนโลยีชีวภาพ เป็นต้น

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...