โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ไอที ธุรกิจ

MAJOR 2025 มุ่งสู่ 2 หมื่นล้านไม่หวั่นดิสรัปชั่น บุกเปิดโรงหนังครบ 77 จังหวัดทั่วไทย

Positioningmag

อัพเดต 18 พ.ย. 2562 เวลา 10.11 น. • เผยแพร่ 18 พ.ย. 2562 เวลา 10.03 น.

หลังจากบรรดาแพลตฟอร์มสตรีมมิ่งต่างบุกหนักเข้าสู่ประเทศไทยใครๆต่างคาดคะเนว่าโรงภาพยนตร์จะเป็นอุตสาหกรรมต่อไปที่ถูกดิสรัปด้วยเทคโนโลยีแต่ปีนี้เมเจอร์เครือโรงหนังที่ใหญ่ที่สุดยืนยันว่าไม่มีผล! พร้อมประกาศแผนยาวถึงปี2025 บุกเปิดโรงหนังครบ77 จังหวัดลุยลงทุนคอนเทนต์ส่งออกต่างประเทศ

วิชาพูลวรลักษณ์ ประธานกรรมการบริหาร บริษัท เมเจอร์ ซีนีเพล็กซ์ กรุ้ป จำกัด(มหาชน) น่าจะเป็นหนึ่งในผู้บริหารบริษัทไทยจำนวนไม่มากที่ยังยิ้มได้ในนาทีนี้ ด้วยผลประกอบการรอบ9 เดือน/2562 ของเมเจอร์ที่ทำได้8,354 ล้านบาท ซึ่งเติบโตขึ้น15% แม้ว่าบรรทัดสุดท้าย กำไรสุทธิ906 ล้านบาทนั้นจะลดลง11.6% เทียบช่วงเดียวกันของปีก่อน

อย่างไรก็ตาม วิชายังมั่นใจในไตรมาสสุดท้ายของปี ซึ่งจะมีภาพยนตร์ฟอร์มยักษ์อีกเรื่องคือFrozen 2 เข้าฉาย รวมถึงหนังไทยอีก2 เรื่องที่น่าจะเรียกกระแสผู้ชมเข้าโรงได้มาก

วิชาสรุปการดำเนินงานปี2562 เชื่อว่าจนถึงสิ้นปีบริษัทจะทำรายได้เติบโต15% หรือราว1.2 หมื่นล้านบาท และมีการขยายโรงหนังเมเจอร์รวมทั้งสิ้น169 สาขา810 โรง183,958 ที่นั่ง ตัวเลขเหล่านี้จะทำให้เมเจอร์ได้รับรายได้ทั้งค่าตั๋ว ค่าโฆษณา และค่าอาหาร-เครื่องดื่มที่จำหน่ายหน้าโรงเพิ่มขึ้นตามการลงทุน

MAJOR 2025 ไปให้ครบทุกจังหวัด

วิชายังกล่าวต่อถึงแผนบริษัทMAJOR 2025 ที่คาดว่าจะทำให้รายได้ขึ้นไปแตะ2 หมื่นล้านบาท โดยมีกลยุทธ์หลักๆ คือ การขยายโรงภาพยนตร์สู่ต่างจังหวัดและต่างประเทศ, เทคโนโลยี และร่วมทุนสร้างคอนเทนต์ภาพยนตร์

สำหรับจำนวนโรงภาพยนตร์ของเมเจอร์ตั้งเป้าไปให้ถึง1,200 โรง ครบทั้ง77 จังหวัดทั่วไทย เริ่มต้นจากปี2020 จะเปิดเพิ่ม30 โรง ไปกับห้างสรรพสินค้าต่างๆ เช่น เมเจอร์ ซีนีมา โลตัส หาดใหญ่ สงขลา, เมเจอร์ ซีนีมาMark 4 แพร่, เมเจอร์ ซีนีมา โลตัส พะเยา เป็นต้น

ปัจจุบันเมเจอร์เปิดโรงหนังไปแล้ว60 จังหวัด บางจังหวัดลงไปถึงระดับตำบล อีก17 จังหวัดที่บริษัทยังไม่มีการก่อตั้งสาขา ได้แก่ แม่ฮ่องสอน แพร่ กาฬสินธุ์ บึงกาฬ เลย สุรินทร์ อำนาจเจริญ ชัยนาท อุทัยธานี นครนายก สมุทรสงคราม ตราด ภูเก็ต ตรัง ยะลา นราธิวาส ปัตตานี

[caption id="attachment_1253996" align="aligncenter" width="453"]

“วิชา พูลวรลักษณ์” ประธานกรรมการบริหาร บริษัท เมเจอร์ ซีนีเพล็กซ์ กรุ้ป จำกัด (มหาชน)[/caption]

เรามีlesson learn มาแล้วว่าการทำโรงหนังต่างจังหวัดต้องต่างจากกรุงเทพฯคือต้องทำโรงไซส์เล็กลงทุนโรงละ6 ล้านบาทเป็นงบครึ่งหนึ่งของโรงลักชัวรีในกรุงเทพฯเช่นที่ไอคอนสยามมีการลงทุนโรงละ10-12 ล้านบาทและสาขาต่างจังหวัดลง1-3 โรงต่อสาขาก็เพียงพอและเหมาะสมกับจำนวนลูกค้า”วิชาแจกแจง

กลยุทธ์บุกต่างจังหวัดด้วยโรงหนังเล็กเป็นสิ่งที่เมเจอร์ดำเนินการมาพักใหญ่ ซึ่งปีนี้วิชากล่าวว่ารายได้จากโรงต่างจังหวัดจะเริ่มพลิกกลับมามากกว่ารายได้จากโรงหนังในกรุงเทพฯ ต่างจากในอดีตที่รายได้จากโรงต่างจังหวัดคิดเป็น30% เท่านั้น

นอกจากนี้ยังสนใจเปิดโรงหนังในต่างประเทศเพิ่ม จากปัจจุบันบุกสู่ สปป.ลาว และกัมพูชาไปแล้วรวม8 สาขา39 โรง วิชามองเป้าหมายต่อไปเป็น“เมียนมา” ที่มีประชากรมากกว่าไทยและตลาดยังเป็นโรงหนังแบบสแตนด์อะโลน แต่ต้องรอความพร้อมของรัฐเมียนมา พาร์ทเนอร์เจ้าของที่ดินหรือศูนย์การค้า และความซับซ้อนทางกฎหมาย

MAJOR 5.0 คว้าทุกเทคโนโลยีเอาใจลูกค้า

กลยุทธ์ต่อมาคือการใช้เทคโนโลยีสร้างทั้งความสะดวก คุณภาพ ความตื่นตาตื่นใจแปลกใหม่ให้ลูกค้า โดยความสะดวกที่สำคัญคือขั้นตอนซื้อตั๋ว เมเจอร์ต้องการเป็นโรงหนัง‘Mobile First’ ให้แอพพลิเคชั่นสามารถจองตั๋ว จ่ายค่าตั๋วเชื่อมได้ทุกระบบเพย์เมนท์ และรับตั๋วในแอพฯ เดินเข้าโรงได้เลย ซึ่งเมเจอร์จัดการหลังบ้าน เชื่อมต่อข้อมูลสู่ระบบคลาวด์โดยAWS ไปแล้วเพื่อรับรองว่าระบบจะไม่ล่มแม้มีคนเข้าจองล้นหลาม

[caption id="attachment_1191978" align="alignnone" width="700"]

โรงหนัง e-Sports Cinema ของเมเจอร์[/caption]

หลังรับตั๋วแล้วตัวโรงหนังเองก็ต้องมีนวัตกรรมทันสมัย ที่ผ่านมาเมเจอร์มีการพัฒนาโรงหนังที่ใช้เทคโนโลยีล่าสุดหรือเป็นโรงหนังเฉพาะกลุ่มมาตลอด เช่น โรง4DX , จอหนังแบบLED ให้ความละเอียด4K, โรงสำหรับเด็กKids Cinema, โรงe-Sports Cinema ซึ่งเมเจอร์จะยังดำเนินการต่อเนื่อง ในปีหน้าจะมีการฉายหนังแบบGLS (Giant Laser Screen) จอใหญ่พิเศษความชัดระดับ4K พร้อมระบบเสียง3 มิติรอบทิศทาง ลงทุนใน6 สาขา คือ เอสพลานาด งามวงศ์วาน-แคราย, เมกา ซีนีเพล็กซ์, พรอมานาด ซีนีเพล็กซ์, เมเจอร์ฯ บางแค, เมเจอร์ฯ รังสิต และ โคราช ซีนีเพล็กซ์

“เราต้องทำให้คนรู้สึกว่าการออกมาดูหนังนอกบ้านมีความสุข ถ้าลูกค้าต้องต่อคิวจะทำให้การมาดูหนังเป็นความลำบาก” วิชากล่าว สิ่งที่เราต้องconcern ไม่ใช่สตรีมมิ่งแพลตฟอร์มเพราะถ้าจะดูหนังก่อนใครยังต้องมาที่โรงหนังเรื่องที่ต้องระวังคือไลฟ์สไตล์คนมากกว่าที่น่ากลัวคือคนไม่ออกจากบ้านดังนั้นการเดินทางมาดูหนัง3-4 ชั่วโมงของลูกค้าต้องคุ้มค่า

คอนเทนต์แหล่งรายได้สำคัญ

อีกหนึ่งกลยุทธ์ที่เมเจอร์กำลังปั้นอย่างเต็มที่คือ“คอนเทนต์” โดยวางนโยบายจับมือพันธมิตรสร้างภาพยนตร์ปีละ15-20 เรื่อง ที่ลงจอไปแล้วเช่น ไบค์แมน ศักรินทร์ตูดหมึก, แสงกระสือ, เฟรนด์โซน, นาคี2 จะเห็นได้ว่าบริษัทเปิดกว้างจับมือกับทุกบริษัทที่สนใจ และเริ่มเป็นพันธมิตรกับบริษัทต่างประเทศแล้วทั้งค่ายหนังจากจีน หรือล่าสุดจับมือค่ายCJ ของเกาหลีใต้เพื่อสร้างภาพยนตร์เรื่องCracked

วิสัยทัศน์ที่วิชามองเห็นคือ แม้ว่าปีนี้ภาพยนตร์ทั้ง15 เรื่องที่เมเจอร์มีหุ้นส่วนอยู่20% รวมแล้วเพิ่งถึงจุดคุ้มทุน และมีสัดส่วน5-10% ในรายได้รวมบริษัท แต่ในปี2025 เชื่อว่าจะเพิ่มสัดส่วนเป็น15-20% ในรายได้รวม และเห็นโอกาสการขายทั้งในไทยและต่างประเทศ

[caption id="attachment_1253997" align="aligncenter" width="552"]

คอนเทนต์ภาพยนตร์ไทยที่เมเจอร์มีส่วนร่วมเป็นผู้ถือหุ้น[/caption]

“ปัจจุบันเมเจอร์มีรายได้จากหนังที่เข้าฉาย เป็นหนังไทย25% เท่านั้น เราต้องการผลักดันให้ไปถึง50% แปลว่าหนังไทยควรจะมีฉายปีละอย่างน้อย52 เรื่องหรือเฉลี่ยเข้าโรงสัปดาห์ละครั้ง และต้องมีคุณภาพ โดยมีงบลงทุนเฉลี่ย1 ล้านเหรียญสหรัฐฯ ต่อเรื่อง”

นอกจากตลาดไทยแล้วหนังไทยสามารถเข้าฉายโรงเพื่อนบ้านได้ โดยเฉพาะCLMV ที่ตอบรับวัฒนธรรมไทย แต่จะได้รับรายได้เพิ่มต้องเจรจาสัญญาใหม่ จากเดิมที่เป็นระบบ‘Flat Fee’ คือจ่ายเงินก้อนมูลค่าต่ำเพื่อซื้อสิทธิ์ขาด เป็นระบบ‘Revenue Share’ แบ่งเปอร์เซ็นต์จากค่าตั๋วที่ขายได้จริงซึ่งมีโอกาสทำรายได้มากกว่า รวมถึงการเปิดแหล่งรายได้ใหม่จาก การขายเข้าสตรีมมิ่งแพลตฟอร์ม เช่นNetflix, ช่องโทรทัศน์, ความบันเทิงบนสายการบิน ซึ่งขณะนี้หนังไทยสามารถเรียกค่าลิขสิทธิ์จากNetflix ได้เฉลี่ยเรื่องละ5-6 แสนเหรียญสหรัฐฯ บางเรื่องสูงถึง1 ล้านเหรียญ

ขณะที่เป้าหมายใหญ่ของวิชาในการทำตลาดคอนเทนต์คือ "ฝ่ากำแพงเมืองจีน" ด้วยตลาดภาพยนตร์จีนมูลค่าสูงถึงปีละ4 แสนล้านบาท จากหนังที่เข้าฉายปีละ700 เรื่อง ทำให้เมเจอร์ต้องการจะส่งคอนเทนต์เข้าไปบ้าง โดยเริ่มต้นแล้วจากการจับมือพันธมิตรค่ายหนังจีน จะทำให้หนังที่เมเจอร์มีหุ้นส่วนได้บัตรผ่านเข้าไปฉายในจีนง่ายกว่าการเข้าไปในฐานะหนังไทยตามระบบเซ็นเซอร์ของรัฐบาลจีน

2025 ของเมเจอร์จึงจะเป็นทั้งผู้ผลิตจัดจำหน่ายและหน้าร้านวางขายของวงการภาพยนตร์!!

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...