โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ปานแดงทารก เกิดได้อย่างไร ควรเอาออกไหม

Motherhood.co.th

เผยแพร่ 03 พ.ย. 2562 เวลา 04.00 น. • Motherhood.co.th Blog

ปานแดงทารก เกิดได้อย่างไร ควรเอาออกไหม

รอยแดงบนตัวลูกน้อยที่มีติดมาหลังคลอดอาจจะทำให้คุณพ่อคุณแม่เป็นกังวลไม่น้อย แม้ว่า "ปานแดงทารก" นี้จะไม่เป็นอันตรายต่อสุขภาพของลูก แต่ปานส่วนมากก็ไม่สามารถหายไปได้เอง มันจะติดตัวเขาตลอดไปจนโต และหากปานนั้นขึ้นตามใบหน้าหรือนอกร่มผ้าแบบเด่นชัด ก็อาจทำให้ลูกสูญเสียความมั่นใจได้อีก บางครั้งปานที่มีอาจจะลามหรือขยายใหญ่ขึ้นจนทำให้พ่อแม่กังวลเพิ่มขึ้น วันนี้ Motherhood จึงอานำเข้อมูลเกี่ยวกับปานชนิดต่าง ๆ รวมทั้งวิธีการรักษามาฝากค่ะ

Image: mirror.co.uk

ปานคืออะไร?

ปาน (Birthmarks) คือร่องรอยของจุดสีบนผิวหนัง ซึ่งมักปรากฏขึ้นเมื่อแรกคลอดหรือหลังคลอดได้ไม่นาน ปานมีทั้งลักษณะเรียบและนูน ขนาดเล็กและขนาดใหญ่ อีกทั้งสีของปานก็แตกต่างกันไป โดยอาจปรากฏอยู่บนผิวหนังไปตลอดชีวิต หรือค่อย ๆ หายหรือจางไปเองได้เมื่อโตขึ้น

ปาน Salmon patch มีสีแดงชมพู ลักษณะเรียบ 

การแบ่งประเภทของปาน

1. ปานแดง  (Vascular Birthmarks) คือสีผิวที่เปลี่ยนไป ซึ่งเกิดจากลักษณะของหลอดเลือดที่ผิดปกติ มักปรากฏบนผิวหนังของเด็กแรกคลอด หรือปรากฏขึ้นหลังจากที่เด็กคลอดออกมาได้ไม่นาน มักมีสีชมพู ม่วง หรือแดง ปานแดงสามารถแบ่งออกเป็น 3 ชนิดย่อย ได้แก่

  • แซลมอน แพตช์ (Salmon Patch) หรือปานเส้นเลือดแดง (Stork Bites) คือปานที่มีสีออกแดงหรือชมพู มีลักษณะเรียบ พบได้ทั่วไป และพบได้บ่อยถึง 1 ใน 3 ของเด็กแรกเกิด มักปรากฏบริเวณท้ายทอย เปลือกตา หรือหน้าผากบริเวณหว่างคิ้ว โดยทั่วไป ปานจะหายไปเองภายในไม่กี่เดือน แต่ปานที่เกิดขึ้นบนหน้าผากนั้นจะใช้เวลา 4 ปีจึงจะหายไป ส่วนปานที่อยู่บนท้ายทอยจะไม่หายไป
    • ปานสตรอว์เบอร์รี่ (Strawberry Hemangioma) คือจุดสีแดงนูน เล็ก นุ่ม และบีบได้ ส่วนใหญ่จะขึ้นบนใบหน้า หนังศีรษะ หน้าอก หรือหลัง ทารกแรกเกิดอาจมีปานแดงชนิดนี้ได้ แต่ส่วนมากมักปรากฏขึ้นเมื่อเด็กอายุได้ 1-2 เดือน นอกจากนี้ ปานสตรอว์เบอร์รี่มักฝังลึกอยู่ในผิวหนัง ทำให้เห็นเป็นสีน้ำเงินหรือม่วง ขนาดของปานขยายเร็วในช่วง 6 เดือนแรก ก่อนที่จะค่อย ๆ หดเล็กลงและหายไปเมื่ออายุประมาณ 7 ปี หากเด็กมีปานแดงที่ขยายใหญ่ขึ้นอย่างรวดเร็ว หรือขึ้นในตำแหน่งที่ส่งผลต่อการหายใจ การมองเห็น หรือการกิน อาจจำเป็นต้องได้รับการรักษาให้ปานมีขนาดเล็กลงหรือผ่าตัดออก
    • ปานแดงเส้นเลือดฝอย (Port-Wine Stain) คือปานแดงถาวรซึ่งปรากฏเมื่อแรกคลอด มักเริ่มมีสีชมพูหรือแดง และคล้ำเมื่อโตขึ้น ปานมักมีลักษณะใหญ่และเกิดบนส่วนใดส่วนหนึ่งของใบหน้าหรือที่คอ ปานแดงชนิดนี้มีแนวโน้มไวต่อฮอร์โมน หมายความว่าปานนี้จะสามารถเห็นได้ชัดเมื่อฮอร์โมนเปลี่ยนแปลงจากการเข้าสู่วัยเจริญพันธุ์ ตั้งครรภ์ หรือเข้าสู่วัยทอง
ปานสตรอว์เบอร์รี่มักเป็นก้อนเนื้อสีแดง

2. ปานดำ (Pigmented Birthmarks) คือจุดสีบนผิวที่มีทั้งลักษณะเรียบหรือนูน โดยเม็ดสีเมลานินที่อยู่ในชั้นผิวนั้นมีมากเกินไป ปานดำมักปรากฏตั้งแต่แรกเกิด มีทั้งสีน้ำตาล ดำ น้ำเงิน หรือน้ำเงินเทา โดยแต่ละชนิดมีลักษณะที่แตกต่างกัน ดังนี้

  • ปานสีกาแฟใส่นม (Café-Au-Lait Spots) คือจุดหรือรอยปื้นสีแทนหรือน้ำตาล มีรูปร่างรีคล้ายไข่ มักปรากฏขึ้นตอนแรกเกิดหรือตอนยังเล็ก เป็นปานดำถาวรที่พบได้ทั่วไป เด็กมักมีปานดำชนิดนี้แค่ 1 หรือ 2 จุด หากมีมากกว่า 6 จุดควรพบแพทย์ เนื่องจากปานลักษณะดังกล่าวอาจเป็นอาการหนึ่งของโรคท้าวแสนปม
    • ปานมองโกเลียน (Mongolian Spots) ปานดำชนิดนี้มีสีน้ำเงินเทา คล้ายรอยเขียวฟกช้ำ มักพบได้ทั่วไปในผู้ที่มีสีผิวเข้ม ปานมองโกเลียนเกิดขึ้นได้ทุกส่วนตามร่างกาย  แต่มักพบได้มากบริเวณหลังส่วนล่างหรือก้น  โดยปานจะปรากฏนานร่วมเดือนหรือเป็นปี และหายไปเองได้เมื่ออายุประมาณ 4 ปี ปานดำชนิดนี้ไม่ก่อให้เกิดอันตรายใด ๆ ไม่จำเป็นต้องได้รับการรักษา
    • ปานดำแต่กำเนิด (Congenital Melanocytic Naevi) คือไฝสีดำเข้ม ขนาดใหญ่ ไม่ก่อให้เกิดอาการเจ็บปวด มักปรากฏตามหนังศีรษะหรือแขนขา ปานดำชนิดนี้เกิดจากการผลิตเซลล์เม็ดสีผิวมากเกินไป ส่วนใหญ่ ปานจะค่อย ๆ เล็กลงจนจางหายไปเอง หรืออาจเข้มขึ้นเมื่อเข้าสู่ช่วงเจริญพันธุ์ หรือมีลักษณะบุ๋มเป็นหลุม มีขนขึ้น ขนาดของปานมีตั้งแต่เล็กกว่า 1.5 เซนติเมตร จนถึงใหญ่กว่า 20 เซนติเมตร ที่เสี่ยงเป็นมะเร็งผิวหนังได้ ทั้งขึ้นอยู่กับขนาดของปาน หากปานมีขนาดใหญ่มากถือว่ามีความเสี่ยงเป็นมะเร็งผิวหนังสูง
ปานสีกาแฟใส่นมก็พบได้ทั่วไป

ปานเกิดจากอะไร?

ไม่มีสาเหตุที่แน่ชัดของการเกิดปาน และปานก็ไม่ได้เกิดจากการถ่ายทอดทางพันธุกรรม อย่างไรก็ตาม ปานส่วนใหญ่มักเกิดจากการที่เซลล์เคลื่อนตัวผิดปกติระหว่างที่ตัวอ่อนเริ่มเจริญขึ้น โดยเซลล์จะแบ่งตัวเพิ่มจำนวนและผลิตเนื้อเยื่อตามลักษณะของเซลล์ขึ้นมา แต่เซลล์อาจผลิตเนื้อเยื่อมากเกินไป รวมทั้งไม่เคลื่อนตัวไปยังตำแหน่งของเนื้อเยื่อนั้น ๆ จึงส่งผลให้เกิดปานขึ้นได้

รักษาปานอย่างไร?

ปานบางชนิดเป็นปานที่เกิดขึ้นชั่วคราวและหายไปเองได้เมื่อลูกโตขึ้น ไม่จำเป็นต้องได้รับการรักษา มีเพียงบางชนิดที่อาจเกิดภาวะแทรกซ้อน ทำให้ขยายขนาดและติดตัวลูกไปอย่างถาวร จึงต้องได้รับการวินิจฉัยจากแพทย์เพื่อเลือกวิธีการรักษา เช่น การจี้ด้วยไฟฟ้า หรือการใช้แสงเลเซอร์

ปานมองโกเลียนพบได้ที่หลังช่วงล่างและก้น

ปานสตรอว์เบอร์รี่ที่พ่อแม่หลายคนกังวล

ปานสตรอว์เบอร์รี่นั่นยังสามารถแบ่งแยกย่อยลงไปได้อีกตามระดับความลึกลงในผิวหนังของก้อนเนื้อที่ก่อตัวขึ้นเป็นปาน มี 3 ประเภท ดังนี้

1. ก้อนเนื้ออยู่เฉพาะชั้นตื้น (Superficial type) จะเห็นรอยปานสีแดงสดคล้ายสตรอว์เบอร์รี่อยู่บนผิวหนัง

2. ก้อนเนื้ออยู่ในชั้นลึก (Deep type) ก้อนเนื้อจะอยู่ใต้ชั้นผิวหนัง โดยจะเห็นสีของผิวหนังบนตัวก้อนเนื้อเป็นสีออกเขียว หรือสีฟ้าอมเขียว เหมือนสีของเส้นเลือดที่เราเห็นตามผิวหนัง

3. แบบผสม (Mixed type) จะมีก้อนของเนื้องอกอยู่ในชั้นลึก และด้านบนของก้อนจะเห็นรอยปานสีแดงของชั้นตื้นอยู่

การรักษาปานสตรอว์เบอร์รี่

ปานแดงชนิดนี้บางครั้งก็หายไปเองโดยไม่ต้องรับการรักษา แต่บางครั้งก็ไม่หายไปจนกว่าเด็กจะอายุ 5 ปี หรือ 12 ปี หากคุณพ่อคุณแม่เป็นกังวลต้องรีบพาลูกมาพบแพทย์ เพื่อตรวจหาว่ามีข้อบ่งชี้ที่จำเป็นต้องได้รับการรักษาหรือไม่ เป้าหมายของการรักษาปานชนิดนี้คือ การควบคุมไม่ให้ก้อนปานขยายขนาดใหญ่มากจนเกิดภาวะแทรกซ้อนต่าง ๆ โดยจะให้การรักษาจนกว่ารอยโรคจะเข้าสู่ระยะคงที่ ที่ช่วงอายุประมาณ 1 – 1 ½ ปี ถ้าเริ่มการรักษาได้เร็วมักจะมีผลการรักษาที่ดี โดยระยะเวลาที่เหมาะสมที่สุดในการเริ่มการรักษาคืออายุ 1-3 เดือน วิธีการรักษาปานสตรอว์เบอร์รี่หลัก ๆ มีอยู่ 2 วิธี คือ

  • ศัลยกรรมตกแต่ง หากปานทำให้ผิวหนังผิดรูปหรือย้วย อาจศัลยกรรมเพื่อช่วยรักษาลักษณะผิวหนังที่เสียหายนั้นให้ดีขึ้น
  • ใช้ยาโพรพราโนลอล (Propranolol) โดยปกติแล้ว วิธีรักษาปานแดงชนิดนี้ที่มีประสิทธิภาพคือการรักษาด้วยยา ซึ่งยาโพรพราโนลอลจะช่วยลดขนาดปานให้เล็กลง โดยช่วยให้หลอดเลือดแคบลง ส่งผลให้ปริมาณเลือดที่ไหลไปเลี้ยงบริเวณที่เกิดปานน้อยลงด้วย ทำให้ปานแดงมีสีอ่อนลง นุ่มขึ้น และเล็กลง
ปานอาจส่งผลต่อความมั่นใจ

หากคุณพ่อคุณแม่พบว่าลูกมีปานที่น่าสงสัย ก็ให้รีบพาไปให้แพทย์วินิจฉัยนะคะว่าปานนั้นจำเป็นต้องได้รับการรักษาหรือไม่ เพราะหากต้องรับการรักษาด้วยการศัลยกรรมตกแต่ง หากเริ่มเมื่อลูกอายุยังไม่มากก็จะยิ่งได้ผลดีค่ะ แผลหายไว ไม่ทิ้งรอยแผลเป็นเยอะด้วย

 

อ่านบทความสำหรับแม่และเด็กอื่นๆที่น่าสนใจได้ที่นี่ >> story.motherhood.co.th

มองหาสินค้าสำหรับแม่และเด็กในราคาสุดพิเศษได้เลยที่ >> Motherhood.co.th

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...