ราชกิจจาฯ ยกเว้นเก็บภาษีดอกเบี้ยพันธบัตร ธปท. และพันธบัตรกองทุนฟื้นฟู เพิ่มเชื่อมั่นนักลงทุน
นายพฤทธิพงศ์ ศรีมาจันทร์ ผู้ช่วยผู้ว่าการ สายช่วยงานบริหาร เปิดเผยว่า คำสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ที่ 17/2561 เรื่อง การยกเว้นภาษีเงินได้ตามประมวลรัษฎากรบางกรณี ที่ประกาศในราชกิจจานุเบกษาเมื่อวันที่ 16 พฤศจิกายน (http://www.ratchakitcha.soc.go.th/DATA/PDF/2561/E/289/T_0008.PDF) ได้ยกเว้นภาษีเงินได้พึงประเมินสําหรับดอกเบี้ยพันธบัตรธปท. และดอกเบี้ยพันธบัตรกองทุนเพื่อการฟื้นฟูและพัฒนาระบบสถาบันการเงิน(กองทุนฟื้นฟูฯ) ตามกฎหมายว่าด้วยธปท. เพื่อประโยชน์ในการสร้างความเช่ือมั่นให้แก่นักลงทุนและสร้างความเข้มแข็งให้แก่เสถียรภาพทางเศรษฐกิจและการเงินอันจะส่งผลต่อความมั่นคงทางเศรษฐกิจโดยรวมของประเทศ
“เรื่องนี้เป็นประเด็นเชิงเทคนิคทางภาษีที่จำเป็นต้องมีความชัดเจนทางกฎหมายสำหรับดอกเบี้ยพันธบัตร ธปท. และพันธบัตรของกองทุนเพื่อการฟื้นฟูและพัฒนาระบบสถาบันการเงินให้ได้รับการปฏิบัติทางภาษีเช่นเดียวกับพันธบัตรรัฐบาล เนื่องจากในการแก้ไขกฎหมายเมื่อปี 2553 ได้ทำให้เกิดความไม่ชัดเจนในแนวทางปฏิบัติทางภาษีสำหรับดอกเบี้ยพันธบัตร ธปท. และพันธบัตรกองทุนฟื้นฟูฯ ขึ้น การแก้ไขให้เกิดความชัดเจนในครั้งนี้จะเป็นประโยชน์ต่อการพัฒนาตลาดตราสารหนี้ของประเทศ และสร้างความเชื่อมั่นให้แก่นักลงทุน อันจะเป็นการเสริมสร้างความเข้มแข็งให้แก่เสถียรภาพระบบเศรษฐกิจการเงินของประเทศ” นายพฤทธิพงศ์ กล่าว
สำหรับพันธบัตรรัฐบาล พันธบัตรธนาคารแห่งประเทศไทย (พันธบัตร ธปท.) และพันธบัตรกองทุนเพื่อการฟื้นฟูและพัฒนาระบบสถาบันการเงิน (พันธบัตรกองทุนฟื้นฟูฯ) ควรมีสถานะและได้รับแนวปฏิบัติทางภาษีเทียบเท่ากัน เนื่องจากต่างมีอันดับความน่าเชื่อถือที่สะท้อนความเสี่ยงและฐานะของประเทศ รวมทั้งในการพัฒนาตลาดพันธบัตรให้มีขนาดใหญ่และมีประสิทธิภาพรองรับการระดมทุนและการลงทุนของภาครัฐและภาคเอกชน กระทรวงการคลัง และ ธปท. ได้ร่วมกันดำเนินนโยบายให้ตลาดพันธบัตรรัฐบาลและตลาดพันธบัตร ธปท. เป็นตลาดเดียวกันในมุมมองของนักลงทุน โดยได้ร่วมกันวางแผนออกพันธบัตรรัฐบาลและพันธบัตร ธปท. เพื่อให้มีปริมาณที่เหมาะสม มีอัตราผลตอบแทนที่สอดคล้องกัน และสามารถใช้ร่วมกันเป็นฐานอ้างอิงในการกำหนดอัตราดอกเบี้ยของการกู้ยืมเงินบาทสำหรับทั้งภาครัฐและภาคเอกชน ความชัดเจนในการดำเนินนโยบายอย่างต่อเนื่องของกระทรวงการคลัง และ ธปท. ดังกล่าวได้ส่งผลให้การกู้ยืมเงินผ่านตลาดตราสารหนี้ของประเทศไทยที่ผ่านมาเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพและมีต้นทุนการกู้ยืมเงินที่เหมาะสม