โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

สุขภาพ

ตากแดด ให้วิตามินดี หรือเสี่ยงมะเร็งผิวหนังมากกว่ากัน

Health Addict

อัพเดต 15 เม.ย. 2564 เวลา 08.26 น. • เผยแพร่ 15 เม.ย. 2564 เวลา 08.26 น. • Health Addict
ได้ยินกันมานานว่าให้ตากแดดบ้างเพื่อรับวิตามินดี แต่แสงแดดเดี๋ยวนี้ก็เปรี้ยงปร้างซะเหลือเกิน จนเราชักจะไม่แน่ใจเหมือนกันว่าตกลงแล้วตากแดดแบบไป จะได้วิตามินดี หรือมะเร็งผิวหนังกันแน่

ถึงแม้ว่าแสงแดดที่ร้อนแรงแผดเผาในหน้าร้อน จะเป็นของต้องห้ามของใครหลายคน โดยเฉพาะกับสาวๆ ทั้งหลาย ที่ต้องคอยประโคมหาเครื่องมือป้องกันแดดกันให้วุ่น เพื่อไม่ให้ผิวเสีย ดำคล้ำ แถมยังป้องกันมะเร็งผิวหนัง แต่ในเวลาเดียวกันก็ยังมีบางคนหิวแสง (แดด) คือเจอแดดเป็นไม่ได้ ต้องวิ่งเข้าใส่ เพราะอยากได้วิตามินดี แล้วแบบนี้จะเชื่อใครดีล่ะ?

  วันนี้เราจะพาชาว HA มาส่องข้อดีของแดดกันว่า ที่เขาบอกว่าแดดนั้นดี มีประโยชน์ จริงๆ แล้วมันดียังไงกับร่างกายของเราบ้าง   #เสริมสร้างกระดูกให้แข็งแรง
เป็นที่รู้กันดีว่าในแสงแดดนั้นอุดมไปด้วยวิตามินดี ซึ่งช่วยเสริมสร้างความแข็งแรงให้กระดูกด้วยการดูดซึมสารจากอาหารต่างๆ เช่น แคลเซียม และฟอสเฟต ไปใช้ประโยชน์ในร่างกาย สามารถป้องกันโรคกระดูกเปราะ กระดูกพรุน อีกทั้งยังช่วยในการทำงานของระบบกล้ามเนื้อ การเคลื่อนไหว เช่น ระบบประสาทที่ใช้วิตามินดีในการทำงานร่วมกับสมอง หรือระบบภูมิคุ้มกันที่ใช้วิตามินดีต่อสู้กับเชื้อแบคทีเรียและไวรัส   #รักษาสุขภาพจิต
สำหรับผู้ที่มีอารมณ์ผิดปกติก่อนมีประจำเดือน มีอาการเครียดขณะตั้งครรภ์ รวมถึงภาวะซึมเศร้า อาจเป็นไปได้ว่าคุณมีพฤติกรรมการใช้ชีวิตที่สัมผัสแสงแดดน้อยเกินไป ทำให้ปริมาณสารเซโรโทนินในร่างกายลดต่ำลง จนเสี่ยงต่อภาวะดังกล่าว เราแนะนำให้ลองหาเวลาออกมาตากแดดบ้าง เพื่อช่วยให้สมองหลั่งสารเซโรโทนิน ซึ่งจะช่วยกระตุ้นด้านอารมณ์ ทำให้มีสมาธิ และใจเย็นขึ้นได้ด้วย   #รักษาอาการทางผิวหนัง
รังสี UV ไม่ได้ทำร้ายผิวอย่างเดียวเท่านั้น แต่ยังช่วยรักษาโรคทางผิวหนังบางชนิดอย่างโรคสะเก็ดเงิน ผื่นผิวหนังอักเสบ ดีซ่าน และสิวได้ด้วยเหมือนกัน แต่จะต้องขึ้นอยู่กับดุลยพินิจของแพทย์ เพราะการรักษาผู้ป่วยแต่ละรายอาจแตกต่างกันไปตามปัจจัยและภาวะส่วนบุคคล   #ป้องกันมะเร็ง
แม้การสัมผัสแดดนานเกินไปอาจเสี่ยงเป็นมะเร็งผิวหนัง แต่แดดอาจมีประโยชน์ต่อการป้องกันมะเร็งชนิดอื่นๆ ได้เช่นกัน เช่น มะเร็งลำไส้ใหญ่ มะเร็งต่อมน้ำเหลือง มะเร็งรังไข่ มะเร็งตับอ่อน และมะเร็งต่อมลูกหมาก ได้ด้วยเหมือนกัน โดยมีการศึกษาจากนักวิจัยในประเทศญี่ปุ่นพบว่า อัตราการเกิดโรคมะเร็งมีความสัมพันธ์กับการได้รับแสงอาทิตย์  ดังนั้นประโยชน์ของวิตามินดี (Vitamin D) นอกจากจะทำหน้าที่ในการรักษาสมดุลของแคลเซียม และสร้างความแข็งแรงให้กับกระดูกและฟันแล้วยังมีฤทธิ์ต้านมะเร็งด้วย    แต่หิวแสงเกินไป…ก็ต้องระวัง ถึงแม้ว่าแดดจะมีประโยชน์ก็จริง แต่หากสัมผัสแดดนานเกินไป หรือสัมผัสแดดร้อนจ้า อาจทำให้ผิวหนังไหม้แดด ผิวแห้ง เหี่ยวย่น หยาบกร้าน ดำคล้ำ เกิดรอยช้ำ หรืออาจเป็นลมแดดได้ ยิ่งไปกว่านั้นในแสงแดดยังประกอบไปด้วยรังสี UVA, UVB และ UVC ที่เป็นอันตรายต่อร่างกาย อาจทำให้ตาเป็นต้อกระจก ผิวหนังเสียหาย สามารถกดการทำงานของระบบภูมิคุ้มกัน และอาจทำลายสารพันธุกรรม (DNA) ภายในเซลล์จนทำให้เป็นมะเร็งผิวหนังได้   รับแดดแบบนี้สิ !! ถึงมีประโยชน์   #ตากแดดแค่พอดี
จากคำแนะนำขององค์การอนามัยโลกบอกว่า การสัมผัสแดดโดยไม่ทาครีมกันแดดป้องกันเพียง 2-3 วัน/สัปดาห์ วันละประมาณ 5-15 นาที ก็ทำให้ร่างกายได้รับวิตามินดีจากแดดในปริมาณเพียงพอแล้ว แต่ทั้งนี้วิตามินเที่ได้รับจะมากหรือน้อย ก็ขึ้นอยู่กับลักษณะผิวหนังของแต่ละคน  และปริมาณรังสี UV ที่อยู่ในแดด ซึ่งคนที่มีผิวหนังสีอ่อนอาจเกิดผิวไหม้แดดได้เร็วกว่าผู้ที่มีผิวหนังสีเข้ม    #เลือกช่วงเวลาให้เหมาะสม
กรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุขไทยให้ข้อมูลว่าแดดในประเทศไทยช่วงเวลา 09.00 - 15.00 น. จะมีปริมาณรังสี UV อยู่มาก ดังนั้นจึงควรหลีกเลี่ยงการสัมผัสแดดในช่วงเวลาดังกล่าว เพื่อป้องกันการเกิดอันตรายต่อผิวหนังและสุขภาพ   #แต่งกายให้มิดชิด
นอกเหนือจากช่วงเวลาที่ร่างกายจะได้รับวิตามินดี ให้ปกป้องร่างกายโดยสวมใส่เสื้อผ้าให้มิดชิด โดยอาจเลือกเป็นเสื้อผ้าที่มีคุณสมบัติปกป้องรังสี UV รวมถึงสวมหมวก และแว่นตากันแดดเพื่อการปกป้องที่มากขึ้น   #ครีมกันแดดต้องไม่ขาด
เกราะป้องกันผิวอย่างแรกจากรังสี UVA และ UVB ก็คือครีมกันแดด โดยจะต้องเลือกใช้ชนิดที่มีค่า SPF 30 เป็นอย่างน้อย และควรทาซ้ำทุก ๆ 80 นาที หรือบ่อยกว่านั้น โดยเฉพาะหากมีเหงื่อออกมากหรือต้องว่ายน้ำ รวมถึงเครื่องสำอางอื่นๆ ที่มีคุณสมบัติป้องกันรังสีในแสงแดดได้ เช่น ลิปสติก หรือลิปบาล์มที่มีค่า SPF 15 เป็นอย่างน้อย   #รู้คุณสมบัติของยา
สำหรับบางคนที่กินยาเป็นประจำ หรือรับยาบางชนิดจะต้องอ่านฉลาก และทำความเข้าใจยาที่ใช้อยู่อย่างละเอียดก่อน เพราะยาบางชนิดอาจมีผลข้างเคียงทำให้ผิวไวต่อแดดและรับรังสี UV ได้มากกว่าปกติ ทำให้ผิวไหม้แม้จะโดนแดดแค่ไม่กี่นาทีก็ตาม   #ระวังแสงสะท้อน
บางครั้งถึงแม้ว่าจะอยู่ในร่มแล้ว แต่ถ้าบริเวณนั้นอยู่ใกล้กับแหล่งน้ำ หิมะ หรือทราย ก็ทำให้ผิวเกิดความเสียหายได้ จากการที่แสงแดดอาจตกกระทบพื้นผิวนั้นๆ แล้วสะท้อนเข้าสู่ผิว เพราะฉะนั้นทางที่ดีจึงควรหลีกเลี่ยงจากบริเวณดังกล่าว   ทีนี้ก็รู้กันแล้วนะว่าควรจะตากแดดยังไงให้ได้วิตามินดี ของแบบนี้ต้องมีเทคนิคชั้นเชิงกันหน่อย ไม่ใช่ไปยืนกลางแดดนานเป็นชั่วโมงๆ เพราะนอกจากจะไม่ได้วิตามินดีแล้ว อาจจะได้มะเร็งผิวหนังกลับมาแทนแล้วจะเศร้าหนักกันไปอีก

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...