‘จีจ้า’เปิดใจขอเป็นซิงเกิ้ลมัม เลิกสามีด้วยดียังส่งเสียลูก หนุ่มคนใหม่ให้ได้แค่เพื่อน
เมื่อวันที่ 5 ธ.ค. ที่อาคารจีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ เพลส จีจ้า-ญาณิน วิสมิตะนันทน์ นักแสดงสาวสายบู๊ มาร่วมพิธีบวงสรวงละครเรื่อง วายุพหุยุทธ์ จากนั้นให้สัมภาษณ์ถึงเรื่องมีหนุ่มนักแสดงบู๊ ชาวต่างชาติมาดามหัวใจแล้วหรือเปล่า หลังเลิกรากับสามี เอเดรียน โรเบิร์ต เบาว์เดนท์ มาได้สักพักแล้ว
โดย จีจ้า เผยว่า “จ้ากับพี่เอเดรียนเลิกกันมาเป็นปีแล้วค่ะ แต่ตอนนี้ยังเป็นเพื่อนกันอยู่ คุยกันเกือบทุกวัน ส่งรูปลูกไปให้เขาดู เวลามีปัญหาก็โทรปรึกษากันเรื่อยๆ ส่วนสาเหตุของการแยกทางกัน ปัญหาหลายๆ อย่างที่เราปรับตัวกันไม่ได้ ต่างคนต่างแยกกันอยู่ดีกว่า ไม่ส่งผลกระทบกับลูกเลยค่ะ น้องเจย์เดนเขาอยู่กับคุณยายตั้งแต่เกิด จ้าเลี้ยงเขาอยู่กับคุณยาย เวลาที่เราออกมาทำงานก็จะเป็นคุณยายเป็นคนเลี้ยง”
ค่าเลี้ยงดูน้องคุณพ่อเขาช่วยไหม
“เราทั้งคู่ช่วยกันหาเงินมาเป็นค่าใช้จ่ายในการดูแลน้องค่ะ ไม่ได้แบ่งกันชัดเจนว่าต้องเท่าไหร่ ออกแนวช่วยกันแชร์มากกว่าตามกำลังที่แต่ละคนไหว คุณพ่อน้องก็ให้ความช่วยเหลือในเรื่องค่าใช้จ่ายอยู่เสมอ บอกปุ๊บเขาก็โอนให้เลยทันที เราแยกกันด้วยความเข้าใจ ต่างฝ่ายต่างมีความสุข ไม่ได้มีปัญหาอะไรกัน เพียงแค่น้องอยู่กับเราเท่านั้น ถามว่าพ่อเขาขอแบ่งวันเลี้ยงลูกไหม เขาทำงานค่ะ ต่างคนต่างทำงานหาเงินให้ลูก แต่เราแยกบ้านกันอยู่ อยู่ในฐานะของเพื่อน แต่สำหรับลูกเราสองคนยังอยู่ในฐานะของพ่อและแม่ของเขา ภาระเรื่องการเลี้ยงลูก คนที่เหนื่อยน่าจะเป็นแม่ของจ้ามากกว่า แม่ต้องเลี้ยงเราเลี้ยงพี่ชาย แล้วมาเลี้ยงหลาน จ้าจะไม่บ่นคำนี้เลยนะ เพราะอย่างที่บอกแม่เหนื่อยกว่า เพื่อนจ้าเป็นซิงเกิ้ลมัมเยอะแยะเลี้ยงลูกเอง ไม่มีคนช่วยเลี้ยง หิ้วลูกไปไหนมาไหน เราประทับใจเขามากเลยนะ”
วันหนึ่งที่ลูกโตขึ้น เริ่มรับรู้สิ่งต่างๆ เราจะบอกน้องเรื่องคุณพ่อยังไง
“ตัวจ้าเองก็ไม่ได้เกิดมาในครอบครัวที่สมบูรณ์ คุณพ่อคุณแม่ก็แยกทางกันตั้งแต่เด็กๆ แต่เราก็ไม่ได้มีปัญหาอะไร ทุกวันนี้ก็ดูแลตัวเอง ดูแลครอบครัว จ้ามองว่านี่คือความจริง เราให้เขารับรู้สถานะของพ่อกับแม่ตั้งแต่เด็กเลยดีกว่า แล้วค่อยๆ อธิบายให้เขาเข้าใจกับสิ่งที่เกิดขึ้น ไม่ได้คิดจะปิดบังลูก เขาก็มีถามถึงพ่อบ้าง แต่ช่วงนี้น้องจะติดคุณยาย ติดจ้า บางวันที่ไม่มีงานก็จะอยู่กับเขาตลอด มีคนเลี้ยงเยอะ ส่วนหนึ่งคือเขายังเด็กเลยไม่ได้ถามอะไรมาก”
เห็นลงรูปกับหนุ่มต่างชาติ เป็นหนุ่มคนใหม่หรือเปล่า
“ตอนแรกก็คุยๆ กัน แต่ด้วยเรื่องของระยะทาง และระยะเวลา ทำให้เราเจอกันยาก ดูแลกันยาก ทำให้เรารู้สึกสบายใจที่จะเป็นเพื่อนกันมากกว่า ตอนนี้ก็ยังไม่มีใครเข้ามา ตอนนี้ส่วนใหญ่จะนัด ทริปเที่ยวกับเพื่อนสาว รอเพื่อนเคลียร์งานว่างกันเมื่อไหร่ก็ไปเที่ยวกัน”
ย้อนกลับไปเราเจอกับคนนี้ได้อย่างไร
“ไปถ่ายหนังที่จีนแล้วลองคุยกัน แล้วเขาน่ารัก ปรากฏว่าพอคุยๆ กันแล้วไลฟ์สไตล์ คล้ายๆ กัน แต่มีข้อจำกัดของเรื่องเวลา แล้วรู้สึกว่าเราเป็นคนที่ดูแลตัวเองได้ในระดับหนึ่ง เวลาที่ห่างกัน คุยกันก็ยาก เรื่องดูแลกันไม่ต้องพูดถึง ดูแลกันไม่ได้อยู่แล้วคนละประเทศคนละทวีปเลย เรื่องระยะทางเป็นปัญหาด้วย และส่วนตัวจ้ายังติดเจย์เดน จ้าทุ่มทุกอย่างให้ลูก อีกอย่างความรู้สึกกับเขาเหมือนเราเป็นเพื่อนกันมากกว่าด้วย คุยไปคุยมา บอกยูเราเป็นเพื่อนกัน และด้วยเขาเป็นฝรั่ง มันเคลียร์อยู่แล้ว อีกอย่างด้วยความรู้สึกของเราเองนะ คนนี้เหมาะที่จะเป็นเพื่อน ความรู้สึกชัดเจน และที่ผ่านมาเราเคยใช้ชีวิตคู่มาแล้ว อันไหนใช่ไม่ใช่ อีกอย่างความรู้สึกครั้งนี้เรารู้เร็วหน่อย ว่าไม่ใช่ เป็นเพื่อนกันสบายใจกว่า”
ตอนที่เริ่มคุยกับหนุ่มต่างชาติคนนี้ ได้แนะนำให้ลูกรู้จักด้วยไหม
“ตอนนี้เจย์เดน อายุ 5 ขวบแล้ว ตอนที่เราคุยกับคนนี้ก็แนะนำให้ลูกรู้จักกันนะ ความรู้สึกของจ้าคือเหมือนเด็กสองคนเล่นกัน(หัวเราะ) เหมือนได้เจอกันทีหนึ่ง ถามว่ามีปฎิกิริยาอะไรไหม ไม่มีนะ ด้วยความที่มันไม่มีอะไร อย่างเขาเองเข้ามาในฐานะของเพื่อนด้วย เขาเจอลูกเราเขาเล่น ด้วยความที่เขาเข้ากับทุกคนได้ดี ถามว่าเสียใจไหม ที่ตัดสินใจไม่ไปต่อ เราเป็นเพื่อนกันเลย ต้องบอกว่าสบายใจกว่า เขาเรียกว่าพอเราคุยกัน มีความคาดหวัง แล้วจ้ารู้สึกเมื่อเราอยู่โซนสบายๆมานาน เพราะเรามีงานอะไรที่ต้องทำเยอะแยะ เราไม่เหงา คนที่เห็นจ้าจริงๆ ถ้าไม่อยู่กอง ก็ไปยิม เฮไปเป็นกลุ่ม ทำให้กลับมาคิดว่าชีวิตเราไม่ได้ขาดอะไรเลยนะ แล้วอย่างที่บอกพอเป็นแฟนมันต้องมีความคาดหวัง เรารู้สึกว่ามันไม่เวิร์คที่เราต้องไปตั้งความคาดหวังกับคนที่อยู่ไกลมาก”
ตอนที่อยู่ไกลกันช่วงนั้นมีความระแวงไหม
“ทำใจเลย คุยกันเป็นกลางๆ ทำให้เรารู้สึกว่าเป็นเพื่อนกันเถอะ จริงๆ เหมือนว่าเราก็ยังไม่เจอคนที่ใช่ด้วยมากกว่า แต่ถามว่าปิดใจไปเลยไหม คือเหมือนกับว่าเราไม่มีเวลามากกว่านะ เมื่อคืนทำงานกว่าจะถึงบ้าน กว่าจะได้นอน แล้วมาทำงานต่อ แล้ววันที่ไม่ได้ถ่ายละครคือเข้ายิม กิจกรรมเยอะ ถ้ามีใครเข้ามาแล้วมันโอเค จ้าก็ลองคุยดูนะ ถ้าจะมีใหม่จ้าจะบอกแม่ บอกเพื่อนนะ แต่ตอนนี้ก้มหน้าก้มตาทำแต่งาน”
ทำงานเยอะ แบ่งเวลาดูแลลูกอย่างไรบ้าง
“เขามีงอแงเวลาที่จ้าไม่อยู่เหมือนกัน เราก็ต้องกลับมางอ เขาเคยงอนถึงขนาดไม่คุยโทรศัพท์เลย เราต้องปาดน้ำตา แต่หลังๆ เราก็บอกเขานะ คือที่ผ่านมาบอกตลอด แต่ว่าตอนหลังเขาโตขึ้นเข้าใจมากขึ้น บอกเขาว่าแม่ไม่อยู่ 3 วัน พอเราจะออกจากบ้านเขามาเกาะแข้งเกาะขา ไม่ได้ขอตามเราออกไปนะ เขาขอสูดกลิ่น เราเองใจแป้วเลยค่ะ”