โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ไลฟ์สไตล์

"มาชูปิกชู" ที่หายสาบสูญก่อนเป็นแหล่งท่องเที่ยวฮิต มันถูก "ไฮแรม บิงแฮม" ค้นพบได้อย่างไร

ศิลปวัฒนธรรม

อัพเดต 25 ก.ค. 2567 เวลา 05.08 น. • เผยแพร่ 23 ก.ค. 2567 เวลา 22.10 น.
ซากโบราณสถานเมืองมาชูปิกชูในปัจจุบัน (ภาพถ่ายเมื่อ 27 สิงหาคม 2016, AFP PHOTO / GOH CHAI HIN)

นักสำรวจอย่าง ไฮแรม บิงแฮม ค้นพบ “มาชูปิกชู” เมืองโบราณแห่ง “อาณาจักรอินคา” ได้อย่างไร

ใครจะไปรู้ว่าบนเทือกเขาแอนดีส (Andes) ที่มียอดเขาสูงชันเสียดฟ้า ขรุขระ เข้าถึงยาก เต็มไปด้วยภยันตราย อากาศหนาวเย็นเกือบทั้งปี และมองเห็นเมฆหมอกลอยต่ำไล่เลี่ยศีรษะราวกับจะไขว่คว้าได้นั้น มีเมืองโบราณแห่ง “อาณาจักรอินคา” (ระหว่าง ค.ศ. 1200-1550) แห่งอเมริกาใต้ ที่หายสาบสูญไปนานนับศตวรรษ นักโบราณคดีเรียกเมืองโบราณแห่งนี้ว่า มาชูปิกชู (Machu Picchu) ตั้งอยู่ระหว่างยอดเขา 2 ลูกบนเทือกเขาแอนดีส ในประเทศเปรู

มาชูปิกชู เป็นแหล่งโบราณคดีชื่อดังแห่งหนึ่งของเปรู และเป็นแหล่งดึงดูดนักท่องเที่ยวจากทั่วโลก ผู้ทำให้มาชูปิกชูเป็นที่รู้จักขจรไกลไปทั่วโลกเป็นนักสำรวจ นักโบราณคดี นักประวัติศาสตร์ และนักปีนเขาชาวอเมริกันนามว่า ไฮแรม บิงแฮม (Hiram Bingham) ผู้ซึ่งวงการโบราณคดีสากลยอมรับนับถือในความวิริยะอุตสาหะและความเป็นนักวิชาการ ในฐานะผู้บุกเบิกการศึกษาและอนุรักษ์แหล่งโบราณคดีสำคัญแห่งนี้ เรามารู้จักตัวตนและคุณูปการของเขากันเลย

ไฮแรม บิงแฮม เกิดเมื่อวันที่ 19 พฤศจิกายน 1875 ที่โฮโนลูลู เกาะฮาวาย สหรัฐอเมริกา บิดาของเขาเป็นนักเผยแผ่ศาสนาที่มีชื่อเสียงคนหนึ่งแห่งฮาวาย บิงแฮมได้รับการศึกษาอย่างดีจากสถาบันการศึกษาชื่อดังของอเมริกาและของโลก มีหน้าที่การงานสูงส่งและมีเกียรติตลอดชีวิตของเขา เขาเรียนจบปริญญาตรีสาขาเคมี มหาวิทยาลัยเยล (1894-1898) จบแล้วก็ทำงานระยะสั้นๆ จากนั้นกลับเข้าเรียนต่อสาขารัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยแคลิฟอร์เนีย เบิร์กเลย์ (1899-1900)

ต่อมาเข้าศึกษาต่อที่มหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ด (1900-1905) จนได้รับปริญญาเอกสาขาประวัติศาสตร์ นอกจากนี้ยังศึกษาหลักสูตรหลังปริญญาเอกที่มหาวิทยาลัยปรินซ์ตันอีกด้วย บิงแฮมผ่านอาชีพการงานหลายอย่าง นับตั้งแต่เป็นศาสตราจารย์สอนวิชาประวัติศาสตร์ นักบิน รองประธานบริษัทค้าน้ำมัน ผู้ว่าการรัฐคอนเนตทิคัต วุฒิสมาชิก สมาชิกองค์กรเอกชนที่บำเพ็ญประโยชน์แก่สาธารณะ เช่น National Geographic Society, Royal Geographic Society, Sigma Psi Fraternity เป็นต้น

บิงแฮมแต่งงานกับอัลเฟรดา มิตเชลล์ (Alfreda Mitchell) ซึ่งเป็นทายาทหรือหลานสาวของผู้ก่อตั้งบริษัททิฟฟานี ที่ค้าขายเครื่องประดับและอัญมณีชื่อดังของอเมริกา มีลูกชาย 7 คน ไม่มีลูกสาว ต่อมาหย่าร้างกันไป บิงแฮมแต่งงานใหม่ตอนอายุ 62 กับซูแซนน์ ฮิลล์ (Suzanne Hill) และอยู่ด้วยกันจนกระทั่งบิงแฮมเสียชีวิตเมื่อวันที่ 6 มิถุนายน 1956 ที่กรุงวอชิงตัน ดี.ซี.

บิงแฮมชอบการสำรวจผจญภัย ชอบปีนไต่เขา ทั้งยังมีพื้นฐานการศึกษาด้านประวัติศาสตร์ระดับดอกเตอร์ (เขาเคยสอนวิชาประวัติศาสตร์ละตินอเมริกาด้วย) เขาจึงเดินทางไปยังสถานที่ทางประวัติศาสตร์อยู่เสมอ โดยเฉพาะการเดินทางไปอเมริกาใต้

ในเดือนพฤศจิกายน 1906 บิงแฮมแล่นเรือใบไปยังอเมริกาใต้ ตามเส้นทางของนักสำรวจคนหนึ่งที่เคยสำรวจไว้เมื่อ ค.ศ. 1819 เมื่อกลับจากการสำรวจเขาได้เขียนบทความเผยแพร่ในวารสารด้วย ต่อมาในปี ค.ศ. 1908 บิงแฮมเข้าร่วมประชุมทางวิชาการ ที่ซันติอาโก ประเทศชิลี

การประชุมครั้งนั้นจุดประกายที่แน่วแน่ให้แก่บิงแฮม เขาตัดสินใจสำรวจศึกษาเส้นทางการค้าของพวกสเปนในยุคล่าอาณานิคม บิงแฮมเริ่มเดินทางสำรวจจากบัวโนสไอเรส (อาร์เจนตินา) ไปจนถึงลิมา (เปรู)

ในเดือนมิถุนายน ค.ศ. 1911 บิงแฮมย้อนกลับไปเยือนอเมริกาใต้อีกครั้งในนามผู้อำนวยการโครงการเดินทางสำรวจแห่งเปรู ซึ่งได้รับเงินทุนสนับสนุนจากเพื่อนในมหาวิทยาลัยเยลซึ่งมีฐานะดี บิงแฮมและทีมงานได้สำรวจแหล่งโบราณคดีในวัฒนธรรมของชาวอินคาหลายแห่งบนเทือกเขาแอนดีส การสำรวจดำเนินไปอย่างยากลำบากเนื่องจากเป็นพื้นที่สูงชัน มีหุบเหวน่ากลัว และยังมีสัตว์มีพิษจำนวนมาก โดยเฉพาะงูพิษ

การค้นพบแหล่งโบราณคดีในเปรู ทำให้บิงแฮมเป็นที่รู้จักในวงการประวัติศาสตร์และโบราณคดี และกลายเป็นบุคคลสำคัญจนนำเขาไปสู่อาชีพทางการเมืองในภายหลัง

หนึ่งในแหล่งโบราณคดีที่สำคัญที่บิงแฮมค้นพบก็คือ มาชูปิกชู ซึ่งอยู่ทางตอนใต้ของประเทศเปรู

การค้นพบเมืองมาชูปิกชู แห่ง อาณาจักรอินคา อาจเป็นเรื่องความบังเอิญมากกว่าความตั้งใจ กล่าวคือ บิงแฮมพยายามค้นหาเมืองวิลกาบัมบา (Vilcabamba) ซึ่งเป็นเมืองที่มั่นสุดท้ายของอาณาจักรอินคา หลังจากที่นักล่าอาณานิคมชาวสเปนโจมตีเมืองคูซโก (Cuzco) ซึ่งเป็นเมืองหลวงใน ค.ศ. 1533 จักรพรรดิอินคาชื่อมันโก อินคา (Manco Inka) หลบหนีออกจากเมืองคูซโก เข้าป่าไปซ่อนตัวอยู่ที่เมืองวิลกาบัมบา ซึ่งอยู่ไม่ไกลจากคูซโกนัก (แต่ใช้เวลาเดินทางด้วยเท้าประมาณ 4-5 วัน เนื่องจากสภาพภูมิประเทศเต็มไปด้วยป่ารก หุบเขา และภูเขาสูงชัน)

มันโก อินคา ซ่องสุมไพร่พลกองทหารที่เมืองวิลกาบัมบาแห่งนี้ เพื่อต่อสู้กับทหารม้าของพวกสเปน ที่นำทัพโดยฟรันซิสโก ปิซาร์โร (Francisco Pizarro) บิงแฮมศึกษาเอกสารพบว่า เมืองวิลกาบัมบายังไม่มีใครค้นพบมาก่อน และเข้าใจว่าหายสาบสูญไป

เขาแปลกใจมากว่าเมืองนี้รอดพ้นการโจมตีทำลายโดยพวกสเปนในสมัยนั้นได้อย่างไร ดังนั้นเขาจึงพยายามสืบเสาะให้ได้ว่าเมืองนี้อยู่ที่ไหน บิงแฮมสัมภาษณ์คนพื้นเมืองหลายคน และจ้างชาวไร่พื้นเมืองคนหนึ่งนำทางสำรวจยอดเขาตามฝั่งแม่น้ำวิลกาบัมบา

ในที่สุดเมื่อวันที่ 24 กรกฎาคม 1911 บิงแฮมก็ได้พบซากเมืองโบราณ ตั้งอยู่บนสันที่เชื่อมยอดเขา 2 ยอด ที่คนพื้นเมืองเรียกว่า มาชูปิกชู (แปลว่า “ภูเขาโบราณ”)

บิงแฮมเชื่อว่าเมืองนี้คือเมืองวิลกาบัมบาที่สูญหายไป และทำให้บิงแฮมเข้าใจด้วยว่าในอดีตทหารสเปนไม่สามารถเข้าถึงเมืองนี้ และรอดพ้นการโจมตีของทหารสเปน เพราะเมืองนี้ตั้งอยู่บนยอดเขาสูง ล้อมรอบด้วยโตรกธารและหน้าผาสูงชัน (สมควรแล้วที่ชาวอินคาถือว่าเป็นหุบเขาศักดิ์สิทธิ์)

หนังสือและวรรณกรรมทางโบราณคดีต่างๆ เชิดชูวีรกรรมของบิงแฮม โดยเฉพาะความอดทนบากบั่นในการเดินทางสำรวจเมืองโบราณบนเทือกเขาแอนดีส หนังสือบางเล่มกล่าวว่าบิงแฮมต้องเดินลุยป่าทึบเต็มไปด้วยสัตว์มีพิษหลายชนิด ลุยโคลนข้ามแม่น้ำ (เช่น แม่น้ำวิลกาบัมบาและแม่น้ำอุรุบัมบา) ปีนไต่เขาสูงชันที่แฉะและลื่น ในบางจุดเขาต้องหมอบคลานด้วยมือและเข่ากระดึบไปข้างหน้าทีละ 6 นิ้ว และต้องหยุดพักเป็นระยะ (รวมทั้งในการเดินทางสำรวจในวันที่อากาศหนาวเหน็บและฝนตกเปียกแฉะ บิงแฮมต้องจ่ายค่าจ้างผู้นำทาง 3 หรือ 4 เท่าด้วย)

จนในที่สุดเขาก็มาถึงสันเขาที่สูงประมาณ 300 เมตร และเขาได้พบสิ่งก่อสร้างปรักหักพังก่อด้วยหินสีขาวมีตะไคร่เขียวเกาะ บิงแฮมเดินวนสำรวจซากป้อม กำแพง บ้านเรือน และพระราชวังที่ก่อสร้างด้วยหินแกรนิตสีขาวอยู่นานนับชั่วโมง

บิงแฮมบรรยายความรู้สึกเมื่อได้สัมผัสพื้นที่และบรรยากาศบนยอดเขามาชูปิกชู และพบเห็นซากเมืองโบราณว่า

“ในท่ามกลางเสน่ห์อันหลากหลายและอำนาจที่สะกดพวกเรา ข้าพเจ้ารู้เลยว่าไม่มีที่ใดในโลกเทียบเทียมกับสถานที่แห่งนี้ได้ ไม่เพียงแต่มียอดเขาสูงที่มีหิมะปกคลุมเหนือเมฆหมอกในระดับสูงไม่ต่ำกว่า 2 ไมล์ มีแนวหินแกรนิตหลากสีสูงชันนับพันฟุตจากเกาะแก่งเบื้องล่างที่มีน้ำไหลเสียงดังคำรามและส่งแสงประกายแวววาว แต่บนนี้ยังมีกล้วยไม้ เฟิร์น พืชพรรณ ซึ่งล้วนแต่สวยงามอย่างเพลิดเพลิน และยังมีป่าไม้ที่ดูราวกับมีคาถาอาคมลึกลับอีกด้วย”

อย่างไรก็ตามในครั้งนั้นบิงแฮมไม่ได้ทำอะไรมากไปกว่าการบันทึกและวาดภาพสภาพซากสิ่งก่อสร้าง โบราณสถาน และสภาพภูมิประเทศรอบๆ แต่ 2-3 สัปดาห์ต่อมา เขาได้จ้างทีมสำรวจขึ้นไปถากถางต้นไม้และหญ้าออกจากโบราณสถาน และให้ทำแผนที่เมืองนี้ไว้

ในปีถัดมา (1912) บิงแฮมกลับไปมาชูปิกชูอีกครั้ง คราวนี้เขาตั้งใจขุดค้นเมืองโบราณแห่งนี้อย่างเป็นระบบ แต่งานหนักก่อนการขุดค้นก็คือการอพยพชาวพื้นเมืองที่อาศัยอยู่ตามสิ่งก่อสร้างโบราณนั้นออกไปเสียก่อน

หนังสือบางเล่มกล่าวว่า นอกจากความยากลำบากในการอพยพผู้คนออกไปแล้ว บิงแฮมยังเผชิญกับงูพิษจำนวนมาก อย่างไรก็ตามในที่สุดบิงแฮมก็ดำเนินการขุดค้นซากเมืองโบราณ จนกระทั่งเขาพบหลักฐานต่างๆ มากมาย เช่น งานสถาปัตยกรรมที่ประณีตสวยงาม สิ่งก่อสร้างที่เชื่อว่าคือวิหาร สถานที่ประกอบกิจกรรมทางศาสนา ที่อยู่อาศัยของกษัตริย์ ห้องอาบน้ำ ที่พำนักของขุนนางและข้าราชบริพาร ฯลฯ

บิงแฮมสรุปว่าเมืองนี้มีทุกอย่างเท่าที่กษัตริย์หรือจักรพรรดิต้องการ และเมืองนี้อาจเป็นต้นกำเนิดของชาวอินคาตามตำนานพื้นบ้านของชาวอินคา

ผลงานการค้นพบและขุดค้นเมืองมาชูปิกชูของบิงแฮมได้รับการเผยแพร่ให้โด่งดังไปทั่วโลก เมื่อวารสารเนชั่นแนล จีโอกราฟฟิก ฉบับ ค.ศ. 1913 ตีพิมพ์ภาพและรายงานการสำรวจ การขุดค้น และเรื่องราวที่เกี่ยวข้องตลอดทั้งเล่ม ต่อมาเมืองโบราณมาชูปิกชูกลายเป็นสนามทำงานวิจัยของนักโบราณคดี ทั้งชาวต่างชาติและชาวเปรูมาจนถึงปัจจุบัน

ข้อมูลจากการวิจัยภายหลังบ่งชี้ว่ามาชูปิกชูเป็นคนละเมืองกับวิลกาบัมบา แหล่งที่ตั้งของเมืองวิลกาบัมบาคือตัมปูตอกโก (Tampu Tocco) ส่วนเมืองมาชูปิกชูอาจเป็นเพียงอสังหาริมทรัพย์ของจักรพรรดิอินคาองค์หนึ่ง

ในปัจจุบัน มาชูปิกชูเป็นแหล่งท่องเที่ยวทางวัฒนธรรมอันดับหนึ่งของเปรู แต่ละปีมีนักท่องเที่ยวเดินทางขึ้นมาชมจำนวนมาก ทั้งที่การเดินทางเข้าถึงเมืองโบราณแห่งนี้ค่อนข้างลำบาก ต้องปีนป่ายหน้าผา ไต่เขาสูงชัน ต่อมาเมื่อ 3 ปีที่แล้ว (นับย้อนไปจากปีที่บทความเผยแพร่ในปี พ.ศ. 2549-กองบรรณาธิการ) รัฐบาลเปรูมีโครงการสร้างรถรางนำนักท่องเที่ยวขึ้นมาชมเมืองและทัศนียภาพบนยอดเขา โดยที่บิงแฮมไม่มีโอกาสรับรู้ความเปลี่ยนแปลงนี้

ถ้าบิงแฮมรู้ว่ารัฐบาลเปรูจะสร้างรถรางขึ้นมาบนยอดเขานี้ เขาคงต่อต้านสุดกำลัง เหมือนที่จักรพรรดิอินคาเคยต่อสู้พวกสเปนอย่างอดทนกล้าหาญมาแล้วก็ได้

อ่านเพิ่มเติม :

สำหรับผู้ชื่นชอบประวัติศาสตร์ ศิลปะ และวัฒนธรรม แง่มุมต่าง ๆ ทั้งอดีตและร่วมสมัย พลาดไม่ได้กับสิทธิพิเศษ เมื่อสมัครสมาชิกนิตยสารศิลปวัฒนธรรม 12 ฉบับ (1 ปี) ส่งความรู้ถึงบ้านแล้ววันนี้!! สมัครสมาชิกคลิกที่นี่

บรรณานุกรม :

จิตราภรณ์ ตันรัตนกุล. 2545. ละตินอเมริกา. เชียงใหม่ : ซิลค์เวอร์มบุคส์.

Fagan, Brian. 2001. In the Beginning : An Introduction To Archaeology. Tenth edition. Upper Saddle River, NJ : Pearson Education.

_. 2004. Ancient Lives : An Introduction Archaeology and Prehistory. Second edition. Upper Saddle River, NJ : Pearson Education.

Schreiber, Katharina. 1996. “Machu Picchu,” In The Story of Archaeology. edited by Paul G. Bahn, pp.238-9. London : Weidenfeld & Nicolson.

Stiebing, William H., Jr. 1994.Uncovering the Past : A History of Archaeology. New York : Oxford University Press.

Toner, Mike. 2002.The Past in Peril. Tallahassee, FL : Southeast Archaeological Center, National Park Service.

http://bioguide.congress.gov/scripts/biodisplay (accessed September 17, 2005)

http://www.labyrinthina.com/bingham.htm (accessed September 18, 2005)

http://www.ifip.com/Bingham.htm (accessed September 19, 2005)

http://www.mnsu.edu/emuem/information/biography/abcde/bingham_hiram.html (accessed September 19, 2005)

เผยแพร่ในระบบออนไลน์ครั้งแรกเมื่อ 24 กรกฎาคม 2562

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : “มาชูปิกชู” ที่หายสาบสูญก่อนเป็นแหล่งท่องเที่ยวฮิต มันถูก “ไฮแรม บิงแฮม” ค้นพบได้อย่างไร

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.silpa-mag.com

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...