โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

"สมเด็จพระนโรดม สีหนุ" สละราชสมบัติมาเป็นนายกฯ เกิดอะไรในกัมพูชาบ้าง?

ศิลปวัฒนธรรม

อัพเดต 04 เม.ย. 2566 เวลา 02.38 น. • เผยแพร่ 03 เม.ย. 2566 เวลา 23.20 น.
พระบาทสมเด็จพระนโรดม สีหนุ เสด็จเยี่ยมทหารที่ค่ายบริเวณชายแดนไทย-เขมร เมื่อ 29 มกราคม พ.ศ. 2527 (Photo by FRANCIS DERON / AFP)

ราชวงศ์กัมพูชาเป็นที่รู้จักกันดีว่ามีกษัตริย์ทรงสละราชสมบัติและมาดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี พระองค์คือ พระบาทสมเด็จพระนโรดม สีหนุ

พระบาทสมเด็จพระนโรดม สีหนุ (Preah Bat Samdech Preah Norodom Sihanouk) ประสูติเมื่อวันที่ 31 ตุลาคม พ.ศ. 2465 สวรรคตวันที่ 15 ตุลาคม พ.ศ. 2555 เป็นพระราชโอรสในพระบาทสมเด็จพระนโรดม สุรามฤต

พระองค์เป็นกษัตริย์แห่งกัมพูชา ประมุขแห่งรัฐกัมพูชา และนายกรัฐมนตรีแห่งกัมพูชา โดยเป็นกษัตริย์แห่งกัมพูชา 2 ครั้ง ครั้งแรกเมื่อ พ.ศ. 2484-2498 และครั้งที่สองเมื่อ พ.ศ. 2536-2547

พระบาทสมเด็จพระนโรดม สีหนุ ได้รับการสนับสนุนจากฝรั่งเศสให้ครองราชย์ เมื่อ พ.ศ. 2484 ต่อมาทรงสละราชสมบัติเมื่อวันที่ 2 กันยายน พ.ศ. 2498 ให้แก่พระบาทสมเด็จพระนโรดม สุรามฤต พระราชบิดา เพื่อทรงดำรงตำแหน่งทางการเมืองเป็นนายกรัฐมนตรีของประเทศกัมพูชา

กระโดดลงเล่นการเมืองด้วยตนเอง

พ.ศ. 2498 พระบาทสมเด็จพระนโรดม สีหนุ ทรงสละราชสมบัติให้แก่พระบาทสมเด็จพระนโรดม สุรามฤต พระราชบิดา โดยพระองค์อธิบายเหตุผลว่าการสละราชย์ครั้งนี้เพื่อแก้ไขปัญหาอันยุ่งยากซับซ้อนที่เกิดขึ้นในวัง และทรงต้องการเข้าถึงประชาชนทั่วไปในฐานะ สามัญชน”

สีหนุจัดตั้งพรรคการเมืองของเขาเองชื่อว่าพรรคสังคม (Sangkum) และมุ่งมั่นอย่างมากในการเลือกตั้งที่จะมาถึงในเดือนกันยายน พ.ศ. 2498 ซึ่งสีหนุหมายมั่นว่าพรรคของเขาจะทำให้ผู้คนที่เห็นต่างทางการเมืองปรองดองกันภายใต้การสวามิภักดิ์จงรักภักดีต่อสถาบันพระมหากษัตริย์

และในท้ายที่สุดสีหนุก็ได้รับชัยชนะในการเลือกตั้งและดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี เมื่อเข้าสู่ตำแหน่ง สีหนุได้แก้ไขรัฐธรรมนูญหลายประการรวมถึงการเพิ่มสิทธิการเลือกตั้งให้ผู้หญิง ประกาศใช้ภาษาเขมรเป็นภาษาราชการของประเทศ และทำให้กัมพูชาเป็นประเทศที่มีพระมหากษัตริย์เป็นประมุขตามรัฐธรรมนูญ

ในเดือนมีนาคม พ.ศ. 2499 สีหนุเริ่มส่งเสริม “ลัทธิสังคมนิยมพุทธศาสนา” โดยมุ่นเน้นไปที่การเผยแพร่ลัทธิสังคมนิยมแต่ก็ยังคงรักษาประเพณีนิยมทางศาสนาในระบอบกษัตริย์เอาไว้ ในระหว่าง พ.ศ. 2498-2501 สีหนุลาออกและกลับมาดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีหลายต่อหลายครั้ง โดยอ้างความเหนื่อยล้าที่เกิดจากการทำงานหนัก

การเลือกตั้งเดือนมีนาคม พ.ศ. 2501 พรรคสังคมก็ได้รับชัยชนะอีกครั้ง และสีหนุก็ดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีต่อไป แม้เขาจะสามารถปราบปรามความพยายามการก่อรัฐประหารของฝ่ายตรงข้ามที่ต้องการโค่นล้มเขาได้ แต่ก็ทำให้อำนาจของสีหนุเริ่มสั่นคลอน

ประมุขแห่งรัฐผู้ชักใยการเมือง

เมื่อพระบาทสมเด็จพระนโรดม สุรามฤต สวรรคตใน พ.ศ. 2503 สภาผู้สำเร็จราชการมีมติให้ สมเด็จกรมพระสีสุวัตถิ์ มุนีเรศ เป็นผู้สำเร็จราชการ จากนั้นไม่กี่เดือนต่อมา สีหนุเสนอแก้ไขรัฐธรรมนูญเพื่อสร้างตำแหน่งใหม่ของประมุขแห่งกัมพูชา โดยมีอำนาจเทียบเท่ากษัตริย์ เมื่อผ่านการเห็นชอบแล้ว สีหนุก็ได้รับการแต่งตั้งอย่างเป็นทางการในฐานะ “ประมุขแห่งรัฐ” เมื่อวันที่ 14 มิถุนายน พ.ศ. 2503 ขณะที่เขาลาออกจากตำแหน่งนายกตั้งแต่เดือนเมษายนในปีนั้น

การเลือกตั้ง พ.ศ. 2505 และ 2509 พรรคสังคมยังได้ชัยชนะอยู่ตลอด และสีหนุก็มีบทบาทสำคัญในฐานะประมุขแห่งรัฐและมีอิทธิพลต่อนายกรัฐมนตรีอยู่เสมอ แม้สีหนุจะไม่ได้ดำรงตำแหน่งโดยตรงก็ตาม ในช่วงต้นเดือนมกราคม 2513 สีหนุไปรักษาตัวที่ประเทศฝรั่งเศส ขณะที่สีหนุอยู่ที่ฝรั่งเศสได้เกิดความวุ่นวายในประเทศ จนเมื่อถึงเดือนมีนาคม สมัชชาแห่งชาติจึงมีมติขับไล่สีหนุออกจากประเทศ เขาถูกตั้งข้อหาเป็นกบฏและมีคำพิพากษาตัดสินประหารชีวิต

กัมพูชายุคเขมรแดง

ช่วง พ.ศ. 2513-2518 สีหนุพยายามที่จะกลับเข้าประเทศกัมพูชาอย่างแข็งขัน ระหว่างนี้เขาพักอยู่ที่บ้านพักในกรุงปักกิ่งและเปียงยาง

หลังรัฐบาลเขมรแดงเข้ายึดอำนาจใน พ.ศ. 2518 สีหนุกลับเข้ามากัมพูชาและได้รับแต่งตั้งเป็นประมุขแห่งรัฐแต่ไม่ได้มีอำนาจเหมือนดังเดิม ในปีถัดมา “เขียว สัมพัน” ผู้นำเขมรแดงพาสีหนุไปเยี่ยมชมชนบท สีหนุตกใจที่พบว่าประชาชนถูกบังคับใช้แรงงาน และรัฐบาลเขมรแดงก็ปฏิบัติต่อประชาชนจนเหมือนเป็นการฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ ปี พ.ศ. 2519 สีหนุจึงตัดสินใจลาออกจากตำแหน่งประมุขแห่งรัฐและถูกกักตัวอยู่ในที่พัก

สีหนุพยายามทำเรื่องขอออกนอกประเทศมาตลอดหลายปี จนกระทั่งในเดือนมกราคม พ.ศ. 2522 สีหนุเดินทางไปปักกิ่ง อีกสามวันต่อมาบินไปนิวยอร์กเพื่อเข้าร่วมประชุมคณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติ ซึ่งเขาประณามเขมรแดงในการฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ชาวเขมร สีหนุพยายามยื่นเรื่องขอลี้ภัยในสหรัฐอเมริกาและฝรั่งเศสแต่ไม่สำเร็จผล สุดท้ายขอลี้ภัยในจีนได้สำเร็จ

สาธารณรัฐประชาชนกัมพูชา

ภายหลังการล่มสลายของรัฐบาลเขมรแดง กัมพูชาปกครองโดยระบอบสาธารณรัฐ หรือ สาธารณรัฐประชาชนกัมพูชา (People’s Republic of Kampuchea – PRK) สีหนุได้รับแรงกดดันจากเติ้ง เสี่ยวผิง ให้ดำเนินการต่อต้าน PRK ที่ร่วมมือกับรัฐบาลเวียดนาม ดังนั้น สีหนุจึงก่อตั้งขบวนการต่อต้านรัฐบาลที่เรียกว่า FUNCINPEC ในเดือนมีนาคม พ.ศ. 2524

สีหนุไม่เต็มใจที่จะร่วมกับฝ่ายเขมรแดงที่ยังหลงเหลืออยู่เท่าใดนัก แต่สุดท้ายก็จัดตั้ง Khmer People’s National Liberation Front (KPNLF) ซึ่งได้รับการสนับสนุนจากจีนในการต่อต้านรัฐบาล PRK

พ.ศ. 2525 เขมรแดง KPNLF และ FUNCINPEC ร่วมกันก่อตั้ง Democratic Kampuchea (CGDK) โดยมีสีหนุเป็นผู้นำและจัดตั้งรัฐบาลพลัดถิ่น ในช่วงต่อมา ระหว่าง พ.ศ. 2528-2532 มีความพยายามจะเจรจากับผู้นำของสาธารณรัฐประชาชนกัมพูชาที่นำโดยฮุน เซน อยู่เสมอเพื่อยุติสงครามกลางเมือง การแทรกแซงจากเวียดนาม และความขัดแย้งต่าง ๆ ในประเทศ

สหประชาชาติได้พยายามจัดประชุมสันติภาพที่กรุงปารีสเมื่อ พ.ศ. 2532 ในปีต่อมาสหประชาชาติจึงได้จัดตั้ง ศาลสูงสุดแห่งชาติกัมพูชา Supreme National Council of Cambodia (SNC) เพื่อดูแลกิจการของกัมพูชาและรักษาความสงบภายในประเทศ

กัมพูชาในความดูแลของสหประชาชาติ

เดือนตุลาคม พ.ศ. 2534 ฝ่ายการเมืองทุกฝ่ายของกัมพูชาจึงร่วมกันลงนามข้อตกลงสันติภาพปารีสในการยอมรับอำนาจของ SNC ที่สหประชาชาติจัดตั้งขึ้นในฐานะ “ผู้รับมอบอำนาจที่ถูกต้องของอำนาจอธิปไตยของกัมพูชา” และจะนำไปสู่การก่อตั้ง United Nations Transitional Authority in Cambodia (UNTAC) เพื่อเป็นรัฐบาลชั่วคราวในระหว่าง พ.ศ. 2535-2536 โดยสีหนุกลับมากัมพูชาอีกครั้งในวันที่ 14 พฤศจิกายน พ.ศ. 2534

การเลือกตั้งทั่วไปจัดขึ้นในเดือนพฤษภาคม พ.ศ. 2536 พรรค FUNCINPEC นำโดยนโรดม รณฤทธิ์ ลูกชายของสีหนุ ได้รับชัยชนะ ในขณะที่พรรค Cambodian People’s Party (CPP) นำโดยฮุน เซน เข้ามาเป็นอันดับสอง พรรค CPP ไม่พอใจกับผลการเลือกตั้งและได้เรียกร้องให้สีหนุเป็นผู้นำรัฐบาล สีหนุจึงประกาศการจัดตั้งรัฐบาลเฉพาะกาลแห่งชาติ (Provisional National Government – PRG) ซึ่งมีสีหนุเป็นผู้นำในฐานะประมุขแห่งรัฐ

สีหนุพยายามประนีประนอมระหว่างฝ่ายฮุน เซน กับฝ่ายนโรดม รณฤทธิ์ โดยขณะที่มีการร่างรัฐธรรมนูญนั้น มีข้อเสนอต่อสีหนุว่าจะให้กัมพูชาเป็นรัฐในระบอบกษัตริย์ใต้รัฐธรรมนูญหรือเป็นสาธารณรัฐ ซึ่งสุดท้ายแล้วสีหนุเลือกแบบแรก และได้มีการให้สัตยาบันรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ ในวันที่ 21 กันยายน พ.ศ. 2536

ราชอาณาจักรกัมพูชา

ช่วงระหว่าง พ.ศ. 2536-2537 พระบาทสมเด็จพระนโรดม สีหนุในฐานะกษัตริย์แห่งราชอาณาจักรกัมพูชาพยายามดึงให้หลายฝ่ายเข้ามามีส่วนร่วมทางการเมืองและต้องการให้รัฐบาลเปิดโอกาสให้เขมรแดงมีบทบาททางการเมืองแต่ก็ไม่สำเร็จผล นายกรัฐมนตรีขณะนั้นคือฮุน เซน กับนโรดม รณฤทธิ์ที่ครองตำแหน่งร่วมกันปฏิเสธแนวคิดของพระบาทสมเด็จพระนโรดม สีหนุ ทำให้อำนาจและบทบาททางการเมืองของพระองค์เริ่มลดลงไปเรื่อย ๆ

พระบาทสมเด็จพระนโรดม สีหนุพยายามเป็นกาวประสานความขัดแย้งระหว่างพรรค FUNCINPEC และ CPP อยู่เสมอ แต่พระองค์เองก็มักขัดแย้งกับฮุน เซน ในเรื่องพระราชอำนาจและข้อกฎหมายในรัฐธรรมนูญ แม้พระบาทสมเด็จพระนโรดม สีหนุจะถูกลดบทบาททางการเมืองไปแต่ก็ยังได้รับความนิยมจากประชาชนอย่างสูง ซึ่งทำให้พระองค์คิดจะกลับมาลงเล่นการเมืองอีกครั้ง แต่สุดท้ายแล้วก็ไม่ได้กลับมาเล่นการเมืองแต่อย่างใด

ในท้ายที่สุดรัฐสภาจัดการประชุมเพื่อผ่านกฎหมายที่จะอนุญาตให้พระบาทสมเด็จพระนโรดม สีหนุสละราชบัลลังก์ เมื่อวันที่ 14 ตุลาคม พ.ศ. 2547 และลงมติเป็นเอกฉันท์ให้เลือกนโรดมสีหมุนีเป็นผู้สืบทอดตำแหน่งของพระบาทสมเด็จพระนโรดม สีหนุ ในฐานะกษัตริย์แห่งกัมพูชา เมื่อวันที่ 29 ตุลาคม พ.ศ. 2547

บั้นปลายชีวิต

ระหว่างปี พ.ศ. 2552-2554 พระบาทสมเด็จพระนโรดม สีหนุใช้เวลาส่วนใหญ่ในกรุงปักกิ่งเพื่อรับการรักษาอาการป่วย พระองค์ปรากฏตัวต่อหน้าสาธารณชนเป็นครั้งสุดท้ายในกรุงพนมเปญ เมื่อวันที่ 30 ตุลาคม พ.ศ. 2554 ตรงกับวันเกิดครบรอบ 89 ปี และครบรอบ 20 ปีของข้อตกลงสันติภาพปารีส ก่อนจะกลับไปรักษาตัวที่ประเทศจีนในปี พ.ศ. 2555

ต่อมาในวันที่ 15 ตุลาคม พ.ศ. 2555 พระบาทสมเด็จพระนโรดม สีหนุสวรรคตด้วยอาการหัวใจวาย รัฐบาลกัมพูชาประกาศช่วงเวลาการไว้ทุกข์อย่างเป็นทางการเป็นเวลา 7 วัน ระหว่างวันที่ 17 ถึง 24 ตุลาคม พ.ศ. 2555

พระบรมศพอัญเชิญจากกรุงปักกิ่งมาถึงกรุงพนมเปญ โดยมีประชาชนราว 1.2 ล้านคน รอรับขบวนพระบรมศพตลอดทางตั้งแต่สนามบินไปถึงพระราชวังและได้จัดพระราชพิธีพระราชทานเพลิงพระบรมศพในวันที่ 1-4 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2556

อ่านเพิ่มเติม :

สำหรับผู้ชื่นชอบประวัติศาสตร์ ศิลปะ และวัฒนธรรม แง่มุมต่าง ๆ ทั้งอดีตและร่วมสมัย พลาดไม่ได้กับสิทธิพิเศษ เมื่อสมัครสมาชิกนิตยสารศิลปวัฒนธรรม 12 ฉบับ (1 ปี) ส่งความรู้ถึงบ้านแล้ววันนี้!! สมัครสมาชิกคลิกที่นี่**

Encyclopedia Britannica. (2019). Norodom Sihanouk, from www.britannica.com/biography/Norodom-Sihanouk

Wikipedia. (2019). Norodom Sihanouk, from en.wikipedia.org/wiki/Norodom_Sihanouk

Wikipedia. (2019). List of heads of state of Cambodia, from en.wikipedia.org/wiki/List_of_heads_of_state_of_Cambodia

ปรับปรุงแก้ไขเนื้อหาในออนไลน์ครั้งหลังสุดเมื่อ 8 กุมภาพันธ์ 2562

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...