โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ออสเตรเลียจับมือส่งพัสดุต้องสงสัยป่วนสถานกงสุล

AFP

เผยแพร่ 10 ม.ค. 2562 เวลา 04.30 น. • Natthaporn
William WEST / AFP ตำรวจรัฐบาลกลางออสเตรเลียระบุว่าได้จับกุมชายคนดังกล่าวที่บ้านพักในเขตชนบทของรัฐวิกตอเรียเมื่อคืนวันพุธ หลายชั่วโมงหลังสถานกงสุลต่างชาติหลายแห่งในเมืองเมลเบิร์นได้รับพัสดุต้องสงสัย

ตำรวจออสเตรเลียจับกุมชายวัย 48 ปี คนหนึ่งที่ถูกกล่าวหาว่าส่งพัสดุต้องสงสัยนับสิบชิ้น ไปยังสถานทูตและสถานกงสุลทั่วประเทศ

ตำรวจรัฐบาลกลางออสเตรเลียระบุว่า ได้จับกุมชายคนดังกล่าวที่บ้านพักในเขตชนบทของรัฐวิกตอเรียเมื่อคืนวันพุธ หลายชั่วโมงหลังเกิดเหตุที่สถานกงสุลต่างชาติหลายแห่งในเมืองเมลเบิร์นได้รับพัสดุต้องสงสัย โดยตำรวจกล่าวหาว่าชายคนนี้ได้ส่งพัสดุทั้งหมด 38 ชิ้น ไปยังสถานกงสุลและสถานทูตในเมืองเมลเบิร์น กรุงแคนเบอร์รา และนครซิดนีย์ ซึ่งขณะนี้ตำรวจพบพัสดุเหล่านี้แล้ว 29 ชิ้น และระบุได้ถึงผู้รับที่ถูกจ่าหน้าพัสดุถึงทั้งหมดแล้ว โดยตำรวจยังบอกว่าพัสดุที่ยังเหลืออีก 9 ชิ้น ไม่เป็นอันตรายต่อสาธารณะ ส่วนผู้ต้องสงสัยมีกำหนดขึ้นศาลในเมืองเมลเบิร์นในวันนี้เพื่อถูกตั้งข้อหาส่งวัตถุอันตรายผ่านไปรษณีย์ที่มีโทษจำคุกสูงสุด 10 ปี

เมื่อวันพุธที่ผ่านมา หน่วยฉุกเฉินได้เร่งไปตรวจสอบยังสถานกงสุลหลายแห่งในเมืองเมลเบิร์นที่ได้รับพัสดุที่บรรจุวัตถุต้องสงสัยว่าเป็นอันตราย โดยประเทศที่ได้รับผลกระทบมีทั้งสหรัฐฯ จีน อิตาลี อินเดีย ญี่ปุ่น และนิวซีแลนด์ แม้ยังไม่มีหลักฐานที่ชี้ว่าพัสดุเหล่านั้นเป็นอันตราย แต่ตำรวจได้ระบุว่าการตรวจสอบทางนิติวิทยาศาสตร์กำลังดำเนินอยู่โดยเชื่อว่าวัตถุที่บรรจุในห่อพัสดุมีที่มาจากบ้านของผู้ต้องสงสัย

ทั้งนี้ พัสดุต้องสงสัยชิ้นแรกถูกพบที่สถานกงสุลและสถานทูต 3 แห่งในนครซิดนีย์และกรุงแคนเบอร์ราก่อนหน้าในสัปดาห์นี้ ทำให้กระทรวงการต่างประเทศได้ส่งหนังสือแจ้งไปยังสถานทูตและสถานกงสุลทั้หมดเมื่อวันอังคาร เพื่อเตือนว่าอาจได้รับพัสดุต้องสงสัยที่อาจถูกส่งไปทางไปรษณีย์

Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...