โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

นครเชียงใหม่โบราณไม่ได้มีเฉพาะแค่เวียงในคูเมืองเท่านั้น!

ศิลปวัฒนธรรม

อัพเดต 01 พ.ย. 2568 เวลา 17.38 น. • เผยแพร่ 01 พ.ย. 2568 เวลา 17.38 น.
ประตูเมืองเชียงใหม่ (ถ่ายเมื่อ พ.ศ. 2442)

นครเชียงใหม่โบราณไม่ได้มีเฉพาะแค่เวียงในคูเมืองเท่านั้น!

“นครเชียงใหม่โบราณ” ในการรับรู้ของคนยุคปัจจุบันมักเข้าใจกันว่า เมืองโบราณนี้อยู่ในเขตรอบคูเมืองที่มีรูปทรงสี่เหลี่ยมจัตุรัส หรือหากย้อนไปเก่ากว่านั้นก็จะมีเวียงกุมกามที่เป็นเมืองเก่า แต่ความจริงแล้ว เมืองเชียงใหม่ ยังมี “เขต” อื่น ๆ ประกอบเป็นนครเชียงใหม่อีกหลายเขต

หนังสือ “ล้านนาประเทศ” ของอ.ศรีศักร วัลลิโภดม ให้นิยามคำว่า “เมือง” ว่า เมืองไม่ได้มีเฉพาะเขตที่มีคูดินคูน้ำล้อมรอบเท่านั้น ซึ่งจะต้องอาศัยการศึกษาองค์ประกอบในด้านอื่น ๆ อีก เช่น พฤติกรรมหรือปฏิสัมพันธ์ทางสังคมของมนุษย์ จึงจะช่วยให้นิยามคำว่าเมืองได้ครอบคลุมในหลาย ๆ มิติ ไม่เฉพาะแต่การพิจารณาจากสิ่งที่มนุษย์ก่อสร้างอย่างเดียว

ในภาพกว้าง ๆ หากมนุษย์มาอาศัยอยู่รวมกัน อ.ศรีศักรจะเรียกว่า “ชุมชน” บางชุมชนมีขนาดเล็กก็อาจเรียกว่า “หมู่บ้าน” บางชุมชนมีขนาดใหญ่ก็อาจเรียกเมืองก็ได้ เมื่อพิจารณาจากพฤติกรรมหรือปฏิสัมพันธ์ทางสังคมของมนุษย์ในชุมชนนั้น ๆ แล้วพบว่า หากในชุมชนมีโครงสร้างทางสังคมขนาดใหญ่ มีชนชั้นผู้ปกครองกับผู้ถูกปกครอง มีรูปแบบการวางผังเมือง มีศาสนสถานเป็นศูนย์กลางทางสังคม มีระบบชลประทาน เหล่านี้ก็จะนิยามได้ว่าเป็นชุมชนในระดับนคร

“เวียง” เป็นภาษาล้านนา ซึ่งมีความหมายใกล้เคียงกับคำว่าเมือง โดยหลาย ๆ เวียงอาจอยู่ในระยะห่างจากกันไม่มาก และขึ้นตรงต่อเวียงใหญ่เวียงหนึ่งที่เป็นศูนย์กลาง ดังนั้นเพื่อให้เห็นภาพที่ชัดเจนมากยิ่งขึ้น ในบทความนี้จะกล่าวถึงเวียงในแง่ของชุมชนเมืองขนาดหนึ่ง และเวียงหลาย ๆ แห่งรวมกันจะเรียกว่า “นคร”

ชุมชนขนาดเล็กหรือหมู่บ้าน > เมืองเล็ก ๆ > เมืองใหญ่ ๆ หรือ นคร

เวียงไม่ว่าจะมีขนาดเล็กหรือใหญ่ ต้องมีการจัดการวางผังเมืองให้เป็นระบบระเบียบเพื่อประโยชน์ต่าง ๆ เช่น สร้างวัดไว้กลางเวียงเพื่อเป็นศูนย์กลางของชุมชน ขุดคลองเชื่อมแม่น้ำกับคูเมือง สร้างกำแพงดินเพื่อป้องกันเวียง เป็นต้น

ในราวพุทธศตวรรษที่ 8 ผังเมืองในสมัยทวราวดี บริเวณตอนบน เช่น ชัยนาท นครสวรรค์ และเพชรบูรณ์ เริ่มมีการแบ่งผังเมืองออกเป็น 2 ชั้น คือชั้นนอกและชั้นใน แสดงให้เห็นถึงพัฒนาการของสังคมมนุษย์ที่เริ่มซับซ้อนมากขึ้น โดยผังเมืองชั้นในนั้นมีหน้าที่พิเศษหรือวัตถุประสงค์บางอย่างที่มนุษย์ให้ความสำคัญ เช่น เป็นเขตประกอบพิธีกรรมทางศานา หรือเป็นเขตอาศัยของเจ้าเมือง

ผังเมืองแบบสี่เหลี่ยมที่มีคูน้ำคูดินล้อมรอบนี้ได้รับอิทธิพลจากขอมราวพุทธศตวรรษที่ 10 เป็นต้นมา ซึ่งยึดจากคติเขาพระสุเมรุอันเป็นศูนย์กลางของโลก และจะต้องมีศาสนสถานสำคัญอยู่กลางเวียง คติเหล่านี้ส่งผลมาถึงการสร้างเวียงสุโขทัย ซึ่งเป็นต้นแบบของการสร้างเวียงเชียงใหม่อีกทอดหนึ่ง

เวียงเชียงใหม่ถอดแบบจากเวียงสุโขทัย

ศิลาจารึกวัดเชียงมั่น บันทึกว่า พระยาพระร่วงหรือพ่อขุนรามคำแหง พระยามังราย และพระยางำเมือง ได้เสด็จมาร่วมในการวางแผนสร้างเวียงเชียงใหม่ ซึ่งการสร้างเวียงเชียงใหม่ก็ยึดเอาแนวทางการสร้างเวียงสุโขทัยมาแทบทั้งสิ้น

กล่าวคือ เวียงเชียงใหม่มีผังเมืองแบบสี่เหลี่ยมจัตุรัส ยาวด้านละ 1,600 เมตร คล้ายคลึงกับผังเมืองเวียงสุโขทัยที่มีลักษณะเป็นสี่เหลี่ยมผืนผ้า แตกต่างกันตรงที่เวียงสุโขทัยมีคูและกำแพงเมือง 3 ชั้น แต่เวียงเชียงใหม่มีเพียงชั้นเดียว

เวียงเชียงใหม่ตั้งอยู่บนที่ราบเชิงเขาระหว่างดอยสุเทพกับแม่น้ำปิง ในขณะที่เวียงสุโขทัยก็ตั้งอยู่บนที่ราบระหว่างเขาหลวงกับแม่น้ำยม ซึ่งมีลักษณะการเลือกทำเลที่ตั้งที่เหมือนกัน

“เวียงเชียงใหม่” ที่ว่านี้หมายถึงบริเวณเขตหนึ่งของ “นครเชียงใหม่” ที่เป็นพื้นที่สี่เหลี่ยมจัตุรัสมีคูน้ำและกำแพงเมืองล้อมรอบเท่านั้น แต่เวียงเชียงใหม่นี้เป็นเพียงเวียงชั้นใน ซึ่งยังมีเวียงชั้นนอกอยู่อีกชั้นหนึ่งด้วย

“เวียงเชียงใหม่ชั้นนอก” เริ่มจากลำน้ำแม่ข่า ไหลจากแจ่งศรีภูมิทางตะวันออกเฉียงเหนือไหลอ้อมลงมาทางทิศตะวันออก และโอบล้อมเวียงทางทิศใต้ไว้ทั้งหมด แล้วมาจรดที่แจ่งกู่เฮืองทางทิศตะวันตกเฉียงใต้ เวียงเชียงใหม่ชั้นนอกอาจสร้างมาก่อนเวียงเชียงใหม่ชั้นในก็ได้ เพราะด้วยรูปแบบที่ไม่เป็นระบบระเบียบ ทั้งยังเป็นแต่เพียงกำแพงดิน ซึ่งสะท้อนว่าการก่อสร้างยังไม่ได้ใช้เทคโนโลยีขั้นสูง อย่างเช่นการสร้างผังเมืองแบบสี่เหลี่ยม หรือการก่อกำแพงเมืองด้วยอิฐ

แต่ก็อาจสันนิษฐานได้ว่า เวียงเชียงใหม่ชั้นนอกสร้างหลังจากสร้างเวียงเชียงใหม่ชั้นใน เนื่องจากเหตุผลหรือเงื่อนไขบางประการ อาจสร้างคันดินขุดคูน้ำไว้เตรียมรับสงครามเพื่อป้องกันเวียงเชียงใหม่ชั้นในก็เป็นไปได้

นครเชียงใหม่ประกอบจากเวียงหลายเวียง

ในตำนานชินกาลมาลีปกรณ์ระบุว่า กำแพงเมืองเวียงเชียงใหม่ชั้นในก่อสร้างด้วยอิฐในรัชสมัยของพระเมืองแก้ว เมื่อ พ.ศ. 2061 และปรากฏว่าไม่มีการบูรณะกำแพงเมืองอีกเลยจนถึงสมัยพระเจ้ากาวิละ ซึ่งได้บูรณะกำแพงเมืองและคูเมืองใน พ.ศ. 2339-2363 ซึ่งนครเชียงใหม่นอกจากจะมีเวียงเชียงใหม่ชั้นในและเวียงเชียงใหม่ชั้นนอกแล้ว ยังมีเวียงอีก 2 แห่งด้วยกัน คือ เวียงสวนดอก และเวียงเจ็ดลิน

เวียงสวนดอก มีรูปร่างสี่เหลี่ยมจัตุรัสมีความยาวด้านละ 570 เมตร ล้อมรอบด้วยกำแพงดิน ตั้งอยู่ทางด้านทิศตะวันตกของเวียงเชียงใหม่ ห่างออกไปประมาณ 800 เมตร โดยมีวัดสวนดอกตั้งอยู่ใจกลางเวียง ซึ่งเวียงนี้มีความสำคัญเนื่องจากวัดสวนดอกเป็นวัดสำคัญในการบรรจุพระบรมสารีริกธาตุก่อนการสร้างวันบนดอยสุเทพ

เวียงเจ็ดลิน มีลักษณะเป็นรูปวงกลม ขนาดเส้นผ่านศูนย์กลางประมาณ 900 เมตร มีคูเมืองล้อมรอบและกำแพงดิน 2 ชั้น ห่างจากเวียงเชียงใหม่ไปทางทิศตะวันตกเฉียงเหนือ ปัจจุบันอยู่บริเวณเชิงเขาทางขึ้นดอยสุเทพ โดยเวียงนี้เป็นที่ประทับของเจ้านายชั้นผู้ใหญ่ของกษัตริย์เชียงใหม่

ดังนั้นแล้ว นครเชียงใหม่โบราณ นั้นไม่อาจจะรวมได้แค่เวียงเชียงใหม่ชั้นในเพียงแค่เวียงเดียวเท่านั้น ต้องยึดเอาเวียงอื่น ๆ เข้าไปด้วย เพราะทั้งเวียงเชียงใหม่ชั้นนอก เวียงสวดดอก และเวียงเจ็ดลิน ต่างก็มีปฏิสัมพันธ์และขึ้นตรงกับเวียงเชียงใหม่ชั้นในโดยประกอบกันเป็น “นครเชียงใหม่” ที่ไม่ได้มีแต่เพียงเวียงในคูเมืองเท่านั้น

อ่านเพิ่มเติม :

สำหรับผู้ชื่นชอบประวัติศาสตร์ ศิลปะ และวัฒนธรรม แง่มุมต่าง ๆ ทั้งอดีตและร่วมสมัย พลาดไม่ได้กับสิทธิพิเศษ เมื่อสมัครสมาชิกนิตยสารศิลปวัฒนธรรม 12 ฉบับ (1 ปี) ส่งความรู้ถึงบ้านแล้ววันนี้!! สมัครสมาชิกคลิกที่นี่

อ้างอิง :

ศรีศักร วัลลิโภดม. (2545). ประวัติศาสตร์โบราณคดี ของ ล้านนาประเทศ. กรุงเทพฯ: มติชน.

คณะกรรมการชำระประวัติศาสตร์ไทย. (2539). เมืองและแหล่งชุมชนโบราณในล้านนา. กรุงเทพฯ: ไอเดีย สแควร์.

เผยแพร่ในระบบออนไลน์ครั้งแรกเมื่อ 21 พฤษภาคม 2562

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : นครเชียงใหม่โบราณไม่ได้มีเฉพาะแค่เวียงในคูเมืองเท่านั้น!

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.silpa-mag.com

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...