โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

KEX โบกมือลาตลาดหลักทรัพย์ ปิดฉากอดีตดาวเด่นในยุคเศรษฐกิจใหม่

Reporter Journey

อัพเดต 13 ต.ค. 2568 เวลา 14.48 น. • เผยแพร่ 13 ต.ค. 2568 เวลา 06.46 น. • Reporter Journey

ปิดฉากดาวเด่นในยุคเศรษฐกิจใหม่

14 ตุลาคม 2568 (วันพรุ่งนี้) จะเป็นวันซื้อขายวันสุดท้ายของหลักทรัพย์ ‘KEX’ ก่อนการเพิกเถิน เป็นการโบกมือลาจากตลาดหลักทรัพย์อย่างเป็นทางการของ ‘บริษัท เคอีเอ็กซ์ เอ็กซ์เพรส (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน)’ หรือก็คือ Kerry Express ชื่อเก่าที่เราคุ้นเคย เป็นการปิดฉาก 5 ปีในตลาดหลักทรัพย์

ถ้ากลับไปดูวันแรกที่ KEX ก้าวเท้าเข้าสู่ SET ในปี 2563 หุ้น KEX ทำราคาเปิด 65.25 บาท จากราคา IPO ที่ 28 บาท เพิ่มขึ้นถึง 133.04% คิดเป็นการระดมทุนเข้าบริษัทถึง 8,400 ล้านบาท ณ เวลานั้นหลาย ๆ สถาบันถึงขั้นยกให้ KEX เป็นหุ้นดาวเด่นในยุคเศรษฐกิจใหม่ แต่มา ณ วันที่เขียนบทความนี้ (10 ตลาคม) ราคาหุ้น KEX เหลือเพียง 0.50 บาท/หุ้น ถ้าใครซื้อที่ 65 บาทในวันนั้น และถือจนวันนี้เรียกได้เต็มปากว่า “เจ๊ง” จากดาวเด่นเป็นดาวดับ

ต้องยอมรับว่าช่วงเวลา 5 ปีในตลาดหลักทรัพย์ถือเป็นช่วงเวลาที่ “สั้นมาก” เมื่อมองควบคู่ไปกับการที่เทรนด์ e-commerce และการสั่งซื้อของออนไลน์มาแรงในประเทศไทย ถ้าถามว่าตอนนั้นผู้บริหารคาดคิดไหมว่าจะมีวันนี้ ต้องตอบว่าไม่ เพราะ ณ เวลานั้น Kerry Express ถือเป็นผู้เล่นเบอร์ต้น ๆ ในตลาดขนส่งและโลจิสติกส์ เป็นผู้ให้บริการจัดส่งพัสดุด่วนภาคเอกชนรายแรกและรายใหญ่ที่สุด ณ ตอนนั้น จากข้อมูลของ Frost & Sullivan และยังมีอัตราการเติบโตสูงสุดนำหน้าบริษัทให้บริการจัดส่งพัสดุด่วนภาคเอกชนรายอื่น ๆ เมื่อพิจารณาจากปริมาณพัสดุที่จัดส่ง

คือจากการวิเคราะห์เชิงคุณภาพ Kerry Express เป็นดาวเด่นของธุรกิจจริง ๆ

แล้วมันเกิดอะไรขึ้นกับดาวเด่นดวงนี้ ต้องมีอะไรผิดพลาดตรงไหนแน่ ๆ

ปัจจัยที่ควบคุมไม่ได้สร้างผลกระทบมากเกินไป

จริงอยู่ที่ Kerry Express ทำตลาดในไทยมานานกว่า 14 ปีก่อนที่จะตัดสินใจเข้าสู่ตลาดหลักทรัพย์ แต่เพราะโลกเปลี่ยนแปลงไว มีปัจจัยที่ควบคุมไม่ได้มากระทบถึง Kerry อย่างไม่หยุดหย่อน

ปัจจัยที่ควบคุมไม่ได้ประการแรก ต้นทุนการขนส่งสินค้าจากราคาน้ำมันที่ผันผวนรุนแรง ต้นทุนส่วนนี้คิดเป็นสัดส่วน 40% ของต้นทุนค่าขนส่งทั้งหมด แปลว่าช่วงไหนที่น้ำมันปรับตัวสูงขึ้นบริษัทก็จะต้องแบกต้นทุนในการดำเนินงานเพิ่มขึ้นตาม และในช่วงหลายปีที่ผ่านมานี้สงครามรัซเซียยูเครนก็ส่งผลกระทบต่อราคาน้ำมันให้ปรับตัวสูงขึ้น

ปัจจัยที่ควบคุมไม่ได้ประการที่สอง แพลตฟอร์ม e-commerce จากจีนจัดทำโลจิสติกส์เอง เปิดให้ขายเอง ส่งเอง คือถ้าบริษัทคุณทำแค่โลจิสติกส์ก็มีแนวโน้มที่จะขาดทุนแน่นอน เพราะขนาดผู้เล่นเจ้าอื่น ๆ อย่าง Flash, ไปรษณีย์ไทยก็ขาดทุนเหมือนกัน แต่ถ้าคุณคือ Lazada, Shopee ที่เปิดให้พ่อค้าแม่ค้าขายของบนแพลตฟอร์มตัวเอง และดำเนินการเป็นผู้เล่นที่จัดส่งให้เองด้วยแบบนี้ก็จะทำให้สามารถจัดการบริหารต้นทุนการดำเนินงานได้ดีกว่า มีรายได้จากช่องทางอื่นนอกเหนือแค่จัดส่ง พอแพลตฟอร์มลงมาเล่นเองแบบนี้ไม่ว่าจะเป็นโลจิสติกส์เจ้าไหนก็ได้รับผลกระทบ

ปัจจัยที่ควบคุมไม่ได้ประการที่สาม การเปลี่ยนแปลงเชิงโครงสร้างในอุตสาหกรรมโลจิสติกส์และการจัดส่งพัสดุด่วน ที่มาพร้อมกับการแข่งขันด้านราคาจากผู้ประกอบการรายอื่นในอุตสาหกรรม และแรงกดดันด้านราคาจากลูกค้าอย่างต่อเนื่อง

ที่น่าสงสัยคือปัจจัยที่ควบคุมไม่ได้เหล่านี้ก็เกิดขึ้นกับเจ้าอื่น ๆ ในอุตสหกรรมเช่นกัน

แต่ทำไมหลาย ๆ เจ้ายังพอจะไปรอด ?

คู่แข่งรอดได้อย่างไรในสมรภูมิส่งด่วน

ถ้าเรามองไปที่คู่แข่งเจ้าใหญ่อื่น ๆ ในตลาดเราจะพบว่า

  • ไปรษณีย์ไทย-อยู่คู่กับคนไทยมานาน ได้รับเสียงตอบรับที่ดีจากผู้ใช้งานว่ารู้จักทุกบ้าน รู้จักทุกที่ อยู่ไหนก็ส่งถึง

  • Flash Express-ถ้าคนไม่นึกถึง logo สีเหลืองก็ต้องนึกถึงหน้า ‘คุณคมสันต์ แซ่ลี’ เป็นแน่ ยิ่งก่อนหน้านี้มีซีรีส์ Thunder Express ฉายใน Netflix อีกยิ่งทำให้ Flash Express กลับมาอยู่ในใจผู้บริโภคไม่มากก็น้อย

  • DHL-แบรนด์โลจิสติกส์ระดับโลก มี Logo อยู่ในการแข่งขัน Formular 1

  • ตัดภาพมาที่ Kerry Express เราในฐานะลูกค้ากลับไม่ได้นึกถึงแบรนด์หรือตัวตนอะไรของ Kerry มากนัก

เรื่องนี้คือหนึ่งในสถานการณ์ที่ Kerry เผชิญอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ผลิตภัณฑ์ของทั้งไปรษณีย์ไทย, Flash Express และ DHL สุดท้ายคือการบริการส่งพัสดุให้ถึงมือของลูกค้า เป็นการบริการในรูปแบบคล้าย ๆ กัน ดังนั้นสุดท้ายแล้วแต่ละผู้ให้บริการนอกจากจะแข่งขันเรื่องราคา ยังต้องแข่งขันเรื่อง branding อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ เรื่องนี้มีผลไม่มากก็น้อย

  • ปี 2567 ไปรษณีย์ไทย มีรายได้รวม 10,602.30 ล้านบาท คิดเป็นกำไรสุทธิ 136 ล้านบาท (ชูโรงกลยุทธ์เครือข่ายที่แข็งแกร่ง)

  • ปี 2567 Flash Express มีรายได้รวม 24,728 ล้านบาท คิดเป็นกำไรสุทธิ 940 ล้านบาท (ชูโรงกลยุทธ์เน้นการสร้างภาพลักษณ์ที่ดีของบริษัทฯ และทำยอดจำนวนรับเข้าพนักงานให้มากที่สุด)

  • ปี 2567 KEX มีรายได้รวม 9,616 ล้านบาท พลิกขาดทุน 5,911 ล้านบาท

คือไม่ว่า KEX ตลอดหลายปีที่ผ่านมาชูโรงอะไร ใช้กลยุทธ์อะไรอยู่ จากนี้คงต้องกลับมาทำการบ้านและตั้งหลักกันใหม่อีกครั้งเพราะดูเหมือนว่าสิ่งที่ทำอยู่ดูจะไม่ค่อยได้ผลลัพธ์ที่ต้องการซักเท่าไหร่

แค่ 5 ปีของอดีตดาวเด่นในตลาดหุ้นไทย สะท้อนอะไรบางอย่าง

ย้อนกลับไปเมื่อช่วงเดือนกุมภาพันธ์ของตลาดหุ้นไทย ปี 2568 Finnomena รายงานว่าจากการลงลึกในหุ้นไทย 700 ตัว มีหุ้นที่พอจะปรับราคาขึ้นได้จากปีก่อนหน้าเพียงแค่ 72 ตัวเท่านั้น และส่วนใหญ่กระจุกตัวอยู่ในหุ้นกลุ่มธนาคารและการสื่อสาร

หรือถ้าเราข้ามไปดูที่บทวิเคราะห์ของหลาย ๆ สถาบันว่าเกิดอะไรขึ้นกับหุ้นไทยเราก็จะพบแก่นของบทวิเคราะห์ในทิศทางเดียวกันคือตลาดหุ้นไทยได้รับผลกระทบจากปัญหาเชิงโครงสร้างในประเทศ สถานการณ์รัฐบาล และการที่ตลาดติดอยู่ในอุตสาหกรรมเดิม ๆ ตามโลกไม่ทัน ซ้ำร้ายตลาดหุ้นไทยยังมีข่าวเสีย ๆ หายของผู้บริหารจากบริษัทมหาชนหลาย ๆ เจ้าออกมาให้เห็นเป็นระยะ ๆ

สถานการณ์ในตลาดหุ้นไทยอึมครึมแบบนี้มีแต่เพียงเจ้ามือและปลาใหญ่เท่านั้นที่อยู่รอด บางทีการที่ SF ตัดสินใจนำเอา KEX ออกจากตลาดหลักทรัพย์ประเทศไทยตอนนี้เพื่อไปตั้งหลักอาจเป็นทางเลือกที่ดีแล้วก็ได้ถ้าจ้องมองไปที่สถานการณ์ตลาดหุ้นไทย ณ ปัจจุบัน

จริง ๆ มีหนึ่งเคสที่น่าสนใจคือ ตอนที่การบินไทย (THAI) ยื่นเข้าสู่กระบวนการล้มละลายและนำเอาหลักทรัพย์ออกจากตลาดหุ้น ตอนนั้นอาจมีคนซื้อทิ้งไว้ที่ราคาถูก ๆ วันสุดท้าย ก่อนที่การบินไทยจะบินกลับเข้าตลาดหุ้นในวันที่ 4 สิงหาคม ที่ผ่านมาที่ราคา 10.50 บาท จากราคาเสนอขาย 4.48 บาท คิดเล่น ๆ ว่าคนที่ซื้อหุ้น THAI วันสุดท้ายก่อนจะออกจากตลาดจะได้กำไรมากแค่ไหน

บางทีเคสของ KEX ก็อาจจะเกิดขึ้นกับคุณผู้อ่านก็ได้ ขอแค่คุณ “ศรัทธา” มากเพียงพอ

อ้างอิง

Brand Buffet
Techsauce
The Standard
Thailand Post
SET
PPTV
จากสตาร์ทอัพสู่ยูนิคอร์น: ศึกษากรณีการปรับตัวด้านกลยุทธ์การบริหารจัดการทรัพยากรมนุษย์ของ บริษัท แฟลช เอ็กซ์เพรส จำกัด
Finnomena

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...