โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

หุ้น การลงทุน

TURBO สุดปลื้ม! เปิดเทรดราคาพุ่งกว่า 53% ตั้งเป้าพอร์ตสินเชื่อโตเฉลี่ยปีละ 20-30% ยกธุรกิจประกันเป็นพระเอก หนุนผลงานโตแกร่ง

Wealthy Thai

อัพเดต 30 เม.ย. เวลา 08.26 น. • เผยแพร่ 30 ก.ย 2568 เวลา 05.35 น.

เข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แล้วสำหรับหุ้นไอพีโอน้องใหม่ในกลุ่มไฟแนนซ์อย่าง TURBO หรือ บริษัท เงินเทอร์โบ จำกัด (มหาชน) โดยเปิดตลาดที่ 2.30 บาท เพิ่มขึ้น 53.33% จากราคาจองซื้อ IPO ที่ 1.50 บาทต่อหุ้น
นายสุธัช เรืองสุทธิภาพ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เงินเทอร์โบ จำกัด (มหาชน) หรือ TURBO ระบุว่า การเข้าตลาดหลักทรัพย์จะช่วยบริษัทฯ ในสองเรื่องสำคัญคือเรื่องบุคลากรและเงินทุน โดยการเข้าจดทะเบียนจะทำให้บริษัทฯ เป็นที่สนใจของคนเก่ง ๆ มากขึ้น แม้อาจไม่ได้เห็นผลทันที แต่ในระยะยาวถือว่าเป็นประโยชน์อย่างยิ่ง เพราะใครมีบุคลากรที่มีคุณภาพมากกว่าก็ย่อมมีโอกาสประสบความสำเร็จมากกว่า อีกเรื่องคือธุรกิจของบริษัทฯ เป็นธุรกิจที่ต้องพึ่งพาเงินทุน เพราะการปล่อยสินเชื่อหรือขยายพอร์ตล้วนต้องใช้เงินทุนจำนวนมาก ดังนั้น การเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ จะช่วยให้บริษัทสามารถเข้าถึงแหล่งเงินทุนที่จำเป็นต่อการเติบโตได้มากขึ้น
ในเชิงกลยุทธ์ “เงินเทอร์โบ” มุ่งให้บริการลูกค้าฐานรากที่ต้องการความรวดเร็ว โดยตั้งเป้าให้พอร์ตสินเชื่อและรายได้เติบโตเฉลี่ยปีละ 20-30% ใน 5 ปีข้างหน้า ขณะที่ธุรกิจนายหน้าประกันภัยถูกยกให้เป็นพระเอกของการเติบโต หลังทำ CAGR ได้เฉลี่ยกว่า 50% ปัจจุบันคิดเป็นรายได้ราว 9-10% แต่เป้าหมายคือขยับเกิน 15% เพื่อสร้างความคุ้มครองที่จับต้องได้สำหรับกลุ่มรากหญ้า โดยเน้นความ “ง่าย” เป็นจุดแข่งหลักในการแข่งขัน
ด้านการขยายสาขา บริษัทตั้งเป้าเปิดสาขาเพิ่มราว 10% ต่อปีแบบสุทธิ โดยเลือกเจาะพื้นที่ทางราบที่เข้าถึงง่าย เพื่อบริหารงานได้มีประสิทธิภาพ แม้สาขาที่มีอยู่เดิมก็ยังมีโอกาสเติบโตสูง เพราะอายุเฉลี่ยยังไม่มาก
สำหรับนโยบายปันผล บริษัทฯ จะปันผลราว 20% แต่หากยังมีโอกาสสร้างผลตอบแทน 20-30% ต่อปีได้ ก็จะกันกำไรไปขยายธุรกิจมากกว่า หากวันใดบริษัทเติบโตต่อไม่ได้ก็พร้อมคืนเงินผู้ถือหุ้นผ่านการปันผลสูงถึง 80-100% หรือซื้อหุ้นคืน ทั้งนี้ยืนยันว่าจะไม่แตกไลน์ไปทำธุรกิจที่ไม่เกี่ยวข้อง
“ผมทำธุรกิจนี้มาตั้งแต่อายุ 32 ปี และไม่มีแผนจะไปทำงานที่อื่น ปัจจุบันผมและครอบครัวยังถือหุ้นอยู่กว่า 70% และไม่คิดจะขาย เพราะเราตั้งใจทำธุรกิจนี้จริง ๆ ถ้าผมไม่ทำที่นี่ ผมก็คงตกงานและไม่รู้จะไปทำอะไร ดังนั้นนักลงทุนมั่นใจได้ว่า ผมจะทำทุกวิถีทางเพื่อให้บริษัทนี้เติบโตอย่างแข็งแกร่ง เพื่อให้สมกับความเชื่อมั่นที่ทุกคนมีให้” นายสุธัช ฝากถึงนักลงทุน
ขณะเดียวกัน ยังเตือนประชาชนถึงการแอบอ้างชื่อบริษัทในโลกออนไลน์ โดยย้ำว่าไม่มีการเชิญชวนลงทุนหรือให้ผลตอบแทนสูงเกินจริงผ่านโซเชียล หากต้องการลงทุนกับบริษัทต้องซื้อหุ้นในตลาดหลักทรัพย์ฯ ผ่านโบรกเกอร์ที่ถูกต้องเท่านั้น และการขอสินเชื่อกับ “เงินเทอร์โบ” ไม่มีการเรียกเก็บค่าใช้จ่ายใด ๆ ยกเว้นค่าเบี้ยประกันหากมีการซื้อประกัน

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...