โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

เล่านาทีชีวิต น้องเต้ย ผู้เสียสละดวงตาข้างซ้าย ปกป้องชาติ จากชายแดน

มุมข่าว

เผยแพร่ 19 ส.ค. 2568 เวลา 02.11 น. • ทีมข่าวสยามนิวส์
เล่านาทีชีวิต น้องเต้ย ผู้เสียสละดวงตาข้างซ้าย ปกป้องชาติ จากชายแดน

พลทหารตะวัน สิงห์เรือง หรือน้องเต้ย อายุ 21 ปี ชาว ต.ประชาสุขสันต์ อ.ลานกระบือ จ.กำแพงเพชร สังกัด ร.4 พัน 1 ค่ายจิรประวัติ จ.นครสวรรค์ ได้เปิดเผยว่า หลังได้รับบาดเจ็บจากการสู้รบถูกลูกระเบิดที่ภูมะเขือ จ.อุบลฯ เมื่อ 28 ก.ค.68 ที่ผ่านมา ทำให้มีอาการบาดเจ็บที่ดวงตาข้างซ้าย หลังได้รับการรักษา และพักฟื้นแต่ดวงตาข้างซ้ายยังไม่สามารถมองเห็นได้ปกติ แม้ดวงตาจะกลับมามองเห็นได้ไม่เหมือนเดิม ในฐานะทหารภูมิใจที่มีส่วนร่วมในการปกป้องประเทศไทย แต่ยังอยากจะทำตามความฝันรับใช้ชาติเป็นทหารต่อไปด้วยใจรัก ขณะนี้ก็ได้เข้าพบแพทย์เพื่อรับการรักษาอย่างต่อเนื่อง และได้รับการอำนวยความสะดวกจากภาครัฐเป็นอย่างดี

ล่าสุด วันที่ 18 ส.ค.68 เวลา 16.30 น. มีการเดินทางไปเยี่ยม ที่ บ้าน ต.ประชาสุขสันต์ อ.ลานกระบือ จ.กำแพงเพชร ของ พลทหารตะวัน สิงห์เรือง อายุ 21 ปี เล่าด้วยความภาคภูมิใจ ว่า ในช่วงเกิดเหตุปะทะกันอย่างดุเดือด ระหว่างกองกำลังทหารไทยกับทหารกัมพูชา ที่ภูมะเขือ จ.อุบลราชธานี ส่งผลให้มีทหารได้รับบาดเจ็บหลายนาย โดยหนึ่งในนั้นคือตนเอง ซึ่งถูกสะเก็ดระเบิดจนสูญเสียการมองเห็นที่ตาข้างซ้าย เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นขณะที่พลทหารตะวัน กำลังปฏิบัติหน้าที่สำคัญปกป้องอธิปไตย จากนั้นมีลูกระเบิดยิงจากฝั่งตรงข้ามตกลงมา ทำให้พลทหารตะวันและเหล่ากล้าได้รับบาดเจ็บ

พลทหารตะวัน สิงห์เรือง เล่าต่ออีกว่า หลังเข้ารับการรักษาตัวที่โรงพยาบาลแล้ว ก็ได้เดินทางกลับมาพักฟื้นต่อที่บ้าน ซึ่งมีเพียงดวงตาข้างขวาเพียงอย่างเดียวที่ใช้มอง ส่วนข้างซ้ายได้รับบาดเจ็บถูกสะเก็ดระเบิด และขาข้างขวากระดูกแตกเดินไม่คล่อง ยามนอนหลับจะมีอาการเพ้อสะดุ้งตื่นถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นบ่อยครั้ง ทำให้นอนไม่หลับ ตนไม่เสียใจ เพราะมันคือการทำหน้าที่ของลูกผู้ชายไทยที่ได้ปกป้องผืนแผ่นดินไทย

ซึ่งในส่วนของสถานการณ์การพูดรบตอนนี้ยังไม่จบตนยังอยากที่จะกลับไปช่วยเหลือเพื่อนทหารด้วยกันในการป้องกันประเทศแต่ติดตรงเรื่องของอาการเจ็บที่ตาซึ่งต้องพักรักษาตัวอยู่ในตอนนี้ ซึ่งในช่วงก่อนที่จะถูกเรียกตัวไปแนวหน้าตนได้พูดคุยกับเพื่อนว่า หากถูกเรียกตัวไปแนวหน้าตนเองก็อยากไปเต็มใจที่จะไปช่วย โดยเหตุการณ์ในวันที่ถูกระเบิดถล่ม ตนเองและเพื่อนทหารคนอื่นนั่งหลบอยู่ในคูเวต

ซึ่งทหารรุ่นน้องก็ได้ปรับวิทยุซึ่งก็อาจไม่รู้ว่าข้าศึกฝั่งตรงข้ามจะสามารถระบุพิกัดโจมตีได้ ซึ่งหลังจากถูกระเบิดก็หมดสติทุกคน จนมีหัวหมู่มาปลุกตนให้ตื่น ซึ่งก็ได้ช่วยทหารรุ่นน้องให้หลบเข้ามาในหลุมโดยตนเองได้ใช้ตัวกันไว้ ซึ่งหากหายดีแล้ว ตนก็อยากกลับไปทำหน้าที่ช่วยเหลือแนวหน้าให้จบ เพราะเป็นความฝันของชายชาติทหารที่จะไม่ยอมให้เขมรมาทำร้ายคนไทยเด็ดขาด

ทางด้าน นางศรสวรรค์ คล่องแคล่วมีชัย อายุ 43 ปี ป้าของ พลทหารตะวัน สิงห์เรือง เล่าว่า สภาพจิตใจของน้องตอนนี้ไม่ดีนัก ภายนอกอาจจะดี แต่ภายในตนในฐานะที่เลี้ยงพลทหารตะวันมาตั้งแต่เด็ก สภาพมีความกังวลหวาดระแวง พอได้ยินเสียงอะไรจะมีความผวาขาจะขยับตลอดเหมือนวิ่งไปไหนสักแห่ง ส่วนมือจะปกป้องที่ใบหน้า แล้วจะได้ยินเสียงพูดออกมาให้ทุกคนหลบ ซึ่งได้พบแพทย์อย่างต่อเนื่อง แม้ว่าพลทหารตะวันจะกลับมาด้วยการเสียดวงตา ตนเองมีความภาคภูมิใจที่พลทหารตะวัน ได้รับใช้ชาติอย่างลูกผู้ชายชาติทหาร

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...