โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

สัญญาณไม่ดี ลดพนักงาน-หันไปจ้างชั่วคราว ‘สภาพัฒน์’ ชี้บริษัทไทยกว่า 25% มีแนวโน้มปรับโครงสร้างองค์กร ลดพนักงานประจำ และ เปลี่ยนไปใช้สัญญาจ้างแทน

The Structure

อัพเดต 25 ส.ค. 2568 เวลา 14.06 น. • เผยแพร่ 25 ส.ค. 2568 เวลา 08.00 น. • The Structure

นายดนุชา พิชยนันท์ เลขาธิการสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) เปิดเผยรายงานภาวะสังคมไทยไตรมาส 2 ปี 2568 ว่า ตลาดแรงงานไทยมีสัญญาณฟื้นตัวเล็กน้อย โดยมีผู้มีงานทำรวม 39.5 ล้านคน เพิ่มขึ้น 0.02% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยแรงงานนอกภาคเกษตรเพิ่มขึ้น 0.4% ขณะที่แรงงานภาคเกษตรลดลง 0.9%

ชั่วโมงการทำงานเฉลี่ยอยู่ที่ 42.7 ชั่วโมงต่อสัปดาห์ ส่วนแรงงานภาคเอกชนทำงานเฉลี่ย 46.9 ชั่วโมง ผู้ทำงานล่วงเวลาลดลง 8% เหลือ 6.3 ล้านคน ขณะที่ค่าจ้างแรงงานโดยรวมลดลง 1.9% แม้ค่าจ้างแรงงานในระบบและภาคเอกชนจะปรับเพิ่มขึ้น 2.5% และ 2.4% ตามลำดับ

อัตราการว่างงานอยู่ที่ 0.91% หรือราว 3.7 แสนคน ใกล้เคียงกับไตรมาสก่อน โดยผู้ว่างงานที่จบอุดมศึกษายังมีสัดส่วนสูง ส่วนผู้เสมือนว่างงานเพิ่มขึ้น 5.2% อยู่ที่ 2.1 ล้านคน ส่วนใหญ่ในภาคเกษตร

สศช.ระบุว่าองค์กรจำนวนมากเริ่มปรับรูปแบบการจ้างงาน โดยหันไปใช้แรงงานพาร์ทไทม์และสัญญาจ้างมากขึ้น เพื่อรับมือกับความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจและลดต้นทุน โดยผลสำรวจจาก Jobsdb พบว่าในปี 2567 บริษัทกว่า 25% มีแนวโน้มลดพนักงานประจำและปรับโครงสร้างองค์กร

ข้อมูลย้อนหลังพบว่าอัตราการจ้างงานพาร์ทไทม์ในองค์กรขนาดกลางและใหญ่เพิ่มขึ้นอย่างชัดเจน โดยพนักงานประจำไม่เต็มเวลาเพิ่มจาก 6% ในปี 2565 เป็น 42% ในปี 2567 ขณะที่พนักงานสัญญาจ้าง/ชั่วคราวไม่เต็มเวลาเพิ่มจาก 4% เป็น 28% ในช่วงเวลาเดียวกัน

สศช.เตือนว่าแนวโน้มนี้อาจกระทบต่อความมั่นคงในการทำงาน รายได้ และสิทธิแรงงาน พร้อมแนะให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องตรวจสอบให้การดำเนินงานของสถานประกอบการเป็นไปตามกฎหมาย นอกจากนี้ ยังมี 4 ปัจจัยเสี่ยงที่ต้องจับตา ได้แก่

1. ผลกระทบจากการปรับภาษีนำเข้าของสหรัฐฯ ซึ่งอาจกระทบต่อการจ้างงานในหลายอุตสาหกรรม โดยเฉพาะสินค้าเกษตร

2. การขาดแคลนแรงงานต่างด้าวจากการไม่ต่อใบอนุญาตทำงาน และมาตรการของประเทศต้นทางที่เร่งให้แรงงานกลับประเทศ

3. ความเสี่ยงจากอันตรายในการทำงานที่เพิ่มขึ้น โดยเฉพาะในภาคการผลิตและก่อสร้าง ซึ่งอาจส่งผลต่อสถานะทางเศรษฐกิจและจิตใจของแรงงาน 4. การเปลี่ยนแปลงรูปแบบการจ้างงานที่อาจส่งผลต่อเสถียรภาพของตลาดแรงงานในระยะยาว

ด้านเศรษฐกิจไทยในไตรมาส 2/2568 ขยายตัว 2.8% ชะลอลงจาก 3.2% ในไตรมาสก่อน โดยได้รับแรงหนุนจากภาคเกษตรและการส่งออก ขณะที่ภาคบริการและการใช้จ่ายภาคเอกชนชะลอตัว ดุลบัญชีเดินสะพัดเกินดุล 600 ล้านดอลลาร์ เงินเฟ้อทั่วไปติดลบ 0.3% เป็นครั้งแรกในรอบ 5 ไตรมาส ส่วนเงินเฟ้อพื้นฐานอยู่ที่ 1%

สศช.ปรับประมาณการ GDP ปี 2568 ใหม่ อยู่ที่ 1.8–2.3% จากเดิม 1.3–2.3% โดยคาดว่าเงินเฟ้อจะอยู่ในช่วง 0.0–0.5% และดุลบัญชีเดินสะพัดเกินดุล 2.1% ของ GDP

#TheStructure

#TheStructureNews

#ว่างงาน #ผู้ประกอบการ #แรงงานไทย

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...