โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

"รมช.คลัง" ลั่น "ศก.ไทย" ครึ่งปีแรกโตแกร่ง หนุนทั้งปีทะลุ 2.2% จ่อกระตุ้นเพิ่ม

สยามรัฐ

อัพเดต 27 ส.ค. 2568 เวลา 05.06 น. • เผยแพร่ 27 ส.ค. 2568 เวลา 05.06 น.

เมื่อวันที่ 27 ส.ค.67 นายเผ่าภูมิ โรจนสกุล รมช.คลัง กล่าวในงาน Thailand Focus 2025 : Beyond the Challenges หัวข้อ "Policy & Markets: Building Confidence in Thailand’s Investment Climate" โดยคาดว่าเศรษฐกิจไทยปี 68 อาจจะโตมากกว่า 2.2% จากแรงส่งครึ่งปีแรกที่เติบโตดี ซึ่งกระทรวงการคลังได้ปรับเพิ่มประมาณการจีดีพีเป็นเติบโตที่ 2.2% ในปีนี้ และอาจจะโตมากกว่านี้ได้

ขณะที่เศรษฐกิจโลกปีนี้เติบโตในระดับปานกลาง ท่ามกลางผลกระทบจากปัญหาภูมิรัฐศาสตร์ ปัญหาโลกร้อน การเติบโตของเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) และกระแสพลังงานงานสะอาด

ความเสี่ยงด้านสภาพภูมิอากาศและทรัพยากรกลายเป็นตัวแปรทางเศรษฐกิจมหภาคที่สำคัญ เรากำลังเตรียมความพร้อมผ่านการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงาน การบริหารจัดการน้ำ และโครงสร้างพื้นฐานที่ยืดหยุ่น เพื่อให้การเติบโตสอดคล้องกับสิ่งแวดล้อมและความสามารถในการแข่งขันในระยะยาว

การส่งออกของไทยในช่วงครึ่งแรกของปี 68 มีความแข็งแกร่งขึ้น โดยได้แรงหนุนจากห่วงโซ่อุปทานอิเล็กทรอนิกส์และยานยนต์ ซึ่งได้รับการสนับสนุนจากการเข้าถึงตลาดที่หลากหลาย และประสิทธิภาพด้านโลจิสติกส์ที่ดีขึ้นผ่านประตูการค้าและระเบียงเศรษฐกิจที่สำคัญ

ขณะที่การท่องเที่ยวฟื้นตัวอย่างต่อเนื่อง โดยมีการใช้จ่ายต่อหัวของนักท่องเที่ยวเพิ่มขึ้น ในขณะที่กลุ่มตลาดระดับพรีเมียม เช่น การท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ การแพทย์ กีฬา และ MICE กำลังขยายตัว และสนับสนุนการจ้างงานในภาคบริการทั่วทุกภูมิภาค

นายเผ่าภูมิ กล่าวว่า เศรษฐกิจไทยปรับตัวไปกับกระแสโลก เศรษฐกิจในประเทศมีความเข้มแข็งและสามารถเผชิญกับความท้าทายได้ โดยเศรษฐกิจในครี่งปีแรกเติบโตได้ดี 3% ความท้าทายคือ การรักษาโมเมนตัมของการเติบโตในช่วงครึ่งแรกให้ยั่งยืน

ด้านการเจรจาการค้ากับสหรัฐฯ ไทยถูกเก็บภาษีนำเข้า 19% ซึ่งถือเป็นดีลที่ดีกว่าหากเทียบกับประเทศคู่แข่งในภูมิภาคก สินค้าไทยจำนวนมากมีโอกาสที่จะถูกเก็บภาษีในอัตราต่ำมากกว่า เพราะมีสัดส่วนการผลิตในประเทศมากกว่าหลายประเทศคู่แข่ง นายภูมิธรรมอ้างถึง ระบบภาษีตอบโต้ของสหรัฐที่จะเก็บภาษีสินค้าที่ถูกสวมสิทธิสูงกว่าภาษีสำหรับสินค้าที่ผลิตในประเทศคู่ค้า

ประกอบกับตัวเลขขอส่งเสริมการลงทุนจากบีโอไอที่สูงเป็นประวัติการณ์ในครี่งปีแรก

นอกจากนี้รัฐบาลยังทำนโยบายปฏิรูปภาคตลาดทุนและตลาดการเงิน มีการออกผลิตภัณฑ์ทางการออกเงินระยะยาว กองทุน ThaiESGX พันธบัตรเพื่อความยั่งยืน พันธบัตรสีเขียว หรือ Green Bond

ขณะเดียวกัน รัฐบาลมีนโยบายส่งเสริมให้ไทยเป็นศูนย์กลางการเงินของภูมิภาค ซึ่งคาดว่า พระราชบัญญัติจะเข้าสู่การพิจารณาของสภาในเร็วๆนี้

นายเผ่าภูมิยังย้ำว่า พื้นที่ทางการคลังยังคงมี เพราะหนี้สาธารณะไทยยังต่ำ ขณะที่ธนาคารแห่งประเทศไทยก็ได้ลดดอกเบี้ยนโยบายลง

นายเผ่าภูมิให้สัมภาษณ์หลังว่า หากสถานการณ์จำเป็น รัฐบาลก็อาจจะมีมาตรการการคลังเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจเพิ่มเติมอีกหลังจากที่ออกแพคเก็จการคลังมูลค่า 1.5 แสนล้านบาทไปแล้ว ส่วนธนาคารแห่งประเทศไทยก็มีช่องที่จะลดดอกเบี้ยได้อีก ซึ่งขึ้นอยู่กับคณะกรรมการนโยบายการเงินจะพิจารณา

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...