โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

หุ้น การลงทุน

เงินบาทแข็งค่า จับตาสัปดาห์หน้า 3 ปัจจัยสำคัญ-ราคาทองคำตลาดโลก

ประชาชาติธุรกิจ

อัพเดต 07 ก.ย 2568 เวลา 05.20 น. • เผยแพร่ 07 ก.ย 2568 เวลา 06.02 น.
ภาพ : ประชาชาติธุรกิจ

เงินบาทแข็งค่า ธนาคารกสิกรไทยคาดสัปดาห์หน้าเคลื่อนไหวในกรอบ 31.80-32.80 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐ จับตา 3 ปัจจัยสำคัญในสัปดาห์หน้า ทั้งปัจจัยการเมืองในประเทศ ทิศทางฟันด์โฟลว์ของต่างชาติ และราคาทองคำในตลาดโลก

ศูนย์วิจัยกสิกรไทย สรุปความเคลื่อนไหวของค่าเงินบาทว่า เงินบาทแข็งค่าตามทองคำ ขณะที่ เงินดอลลาร์ฯ อ่อนค่าลงจากการคาดการณ์เฟดลดดอกเบี้ย เงินบาทแข็งค่าขึ้นช่วงสั้น ๆ ต้นสัปดาห์ ก่อนจะทยอยอ่อนค่าในเวลาต่อมาเนื่องจากตลาดกลับมารอติดตามสถานการณ์การเมืองในประเทศอย่างใกล้ชิด

นอกจากนี้ เงินดอลลาร์ฯ ยังแข็งค่าขึ้นตามทิศทางบอนด์ยีลด์สหรัฐฯ และได้รับแรงหนุนทางอ้อมจากทิศทางที่อ่อนค่าของเงินเยนและเงินปอนด์จากปัจจัยเฉพาะของทั้ง 2 สกุลด้วยเช่นกัน

อย่างไรก็ดี เงินบาทฟื้นตัวกลับมาแข็งค่าขึ้น โดยได้รับอานิสงส์จากการปรับตัวขึ้นทำสถิติสูงสุดใหม่ของราคาทองคำในตลาดโลก และแรงซื้อสุทธิหุ้นไทยของต่างชาติช่วงท้ายสัปดาห์หลังความกังวลต่อประเด็นทางการเมืองคลายตัวลงบางส่วนหลังการโหวตเลือกนายกรัฐมนตรีคนใหม่

ขณะที่ เงินดอลลาร์ฯ เผชิญแรงขายท่ามกลางการคาดการณ์เกี่ยวกับโอกาสการปรับลดอัตราดอกเบี้ยของเฟดในการประชุมเดือนก.ย. นี้ หลังจากที่ข้อมูลตลาดแรงงานของสหรัฐฯ (ตัวเลขการเปิดรับสมัครงานเดือนก.ค. และตัวเลขการจ้างงานภาคเอกชนเดือนส.ค.) ออกมาต่ำกว่าตัวเลขคาดการณ์ของตลาด

กรอบเงินบาทสัปดาห์หน้า

ในวันศุกร์ที่ 5 ก.ย. 2568 เงินบาทปิดตลาดในประเทศที่ 32.19 บาทต่อดอลลาร์ฯ เทียบกับระดับ 32.39 บาทต่อดอลลาร์ฯ ในวันศุกร์ก่อนหน้า (29 ส.ค.) สำหรับสถานะพอร์ตการลงทุนของนักลงทุนต่างชาติระหว่างวันที่ 25-29 ส.ค. 2568 นั้น นักลงทุนต่างชาติซื้อสุทธิหุ้นไทย 689 ล้านบาท แต่มีสถานะอยู่ในฝั่ง Net Outflows ออกจากตลาดพันธบัตรไทย 2,130 ล้านบาท (ขายสุทธิพันบัตร 1,029 ล้านบาท และตราสารหนี้หมดอายุ 1,102 ล้านบาทตามลำดับ

สำหรับสัปดาห์หน้า หรือระหว่างวันที่ 8-12 ก.ย. 2568 ธนาคารกสิกรไทยมองกรอบการเคลื่อนไหวของค่าเงินบาทที่ระดับ 31.80-32.80 บาทต่อดอลลาร์ฯ

ขณะที่ศูนย์วิจัยกสิกรไทยประเมินปัจจัยสำคัญที่ต้องติดตาม ได้แก่ ปัจจัยการเมืองในประเทศ ทิศทางฟันด์โฟลว์ของต่างชาติและราคาทองคำในตลาดโลก

ส่วนตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐฯ ที่สำคัญ ได้แก่ ตัวเลขคาดการณ์เงินเฟ้อของผู้บริโภค ดัชนีราคาผู้ผลิต ดัชนีราคาผู้บริโภค เดือนส.ค. ดัชนีความเชื่อมั่นและมุมมองต่อเงินเฟ้อของผู้บริโภคเดือนก.ย. และจำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานรายสัปดาห์ นอกจากนี้ ตลาดยังรอติดตามผลการประชุมธนาคารกลางยุโรป (ECB) และตัวเลขเศรษฐกิจของจีนในเดือนส.ค. อาทิ การส่งออก ดัชนีราคาผู้บริโภคและดัชนีราคาผู้ผลิตด้วยเช่นกัน

ส่วนความเคลื่อนไหวของตลาดหุ้นไทย ดัชนีหุ้นไทยปรับตัวขึ้นจากความคาดหวังเกี่ยวกับความชัดเจนในประเด็นการเมืองในประเทศ ดัชนีหุ้นไทยดีดตัวขึ้นตั้งแต่ช่วงต้นสัปดาห์ เนื่องจากนักลงทุนคลายความกังวลบางส่วนต่อประเด็นการเมืองในประเทศ (หลังศาลรัฐธรรมนูญมีคำวินิจฉัยให้น.ส.แพทองธาร พ้นจากตำแหน่งนายกรัฐมนตรีในช่วงก่อน) โดยประเมินว่าน่าจะมีความชัดเจนเกี่ยวกับการจัดตั้งรัฐบาลใหม่ภายในระยะเวลาไม่นาน ประเด็นดังกล่าวกระตุ้นให้เกิดแรงซื้อหุ้นบิ๊กแคปในหลายกลุ่ม นำโดย กลุ่มไฟแนนซ์ ค้าปลีก พลังงาน ตลอดจนปิโตรเคมีที่มีประเด็นบวกเฉพาะตัว

อย่างไรก็ดี ดัชนีหุ้นไทยย่อตัวลงช่วงสั้น ๆ ระหว่างสัปดาห์ตามแรงขายทำกำไรของต่างชาติโดยเฉพาะในหุ้นกลุ่มเทคโนโลยี ก่อนจะดีดตัวขึ้นอีกครั้งช่วงท้ายสัปดาห์ตามทิศทางตลาดหุ้นต่างประเทศ โดยมีปัจจัยหนุนจากคาดการณ์เรื่องการปรับลดดอกเบี้ยนโยบายของเฟดในรอบการประชุมเดือนก.ย. นี้ ท่ามกลางสัญญาณที่อ่อนแอของตลาดแรงงานสหรัฐฯ นอกจากนี้ การโหวตนายกรัฐมนตรีคนใหม่ในช่วงท้ายสัปดาห์ก็เป็นอีกปัจจัยหนุนตลาดหุ้นไทยด้วยเช่นกัน

ในวันศุกร์ที่ 5 ก.ย. 2568 ดัชนี SET ปิดที่ระดับ 1,264.80 จุด เพิ่มขึ้น 2.28% จากระดับปลายสัปดาห์ก่อน ขณะที่มูลค่าการซื้อขายเฉลี่ยต่อวันอยู่ที่ 42,259.94 ล้านบาท ลดลง 9.79% จากสัปดาห์ก่อน ส่วนดัชนี mai เพิ่มขึ้น 1.40% มาปิดที่ระดับ 252.34 จุด

สำหรับสัปดาห์ถัดไป (8-12 ก.ย. 68) บริษัทหลักทรัพย์กสิกรไทย จำกัด มองว่า ดัชนีหุ้นไทยมีแนวรับที่ 1,240 และ 1,225 จุด ขณะที่แนวต้านอยู่ที่ 1,270 และ 1,285 จุด ตามลำดับ โดยศูนย์วิจัยกสิกรไทยประเมินปัจจัยสำคัญที่ต้องติดตาม ได้แก่ ประเด็นการเมืองในประเทศ รวมถึงทิศทางเงินทุนต่างชาติ

ส่วนข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐฯ ที่สำคัญ ได้แก่ ดัชนีราคาผู้บริโภคและดัชนีราคาผู้ผลิตเดือนส.ค. รวมถึงจำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานรายสัปดาห์ ขณะที่ปัจจัยเศรษฐกิจต่างประเทศอื่น ๆ ได้แก่ การประชุม ECB ตัวเลขจีดีพีไตรมาส 2/2568 และดัชนีราคาผู้ผลิตเดือนส.ค. ของญี่ปุ่น ผลผลิตภาคอุตสาหกรรมเดือนก.ค.ของญี่ปุ่นและอังกฤษ ตลอดจนข้อมูลเศรษฐกิจเดือนส.ค. ของจีน อาทิ ดัชนีราคาผู้บริโภคและดัชนีราคาผู้ผลิต

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : เงินบาทแข็งค่า จับตาสัปดาห์หน้า 3 ปัจจัยสำคัญ-ราคาทองคำตลาดโลก

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.prachachat.net

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...