โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

Virtual Bank มุ่งใช้ AI ต้นทุนต่ำ สู้ตลาดสินเชื่อ Underserved

การเงินธนาคาร

อัพเดต 09 ต.ค. 2568 เวลา 14.26 น. • เผยแพร่ 09 ต.ค. 2568 เวลา 06.59 น.

Virtual Bank มุ่งใช้ AI ต้นทุนต่ำ สู้ตลาดสินเชื่อ Underserved แอสเซนด์ มันนี่ ใช้ดอกเบี้ยแข่งได้ สร้างวินัยการเงินผ่านการออม เอสซีบี เอกซ์ เน้นย้ำความปลอดภัยของระบบ

9 ต.ค.2568 นายธัญญพงศ์ ธรรมาวรานุคุปต์ กรรมการผู้จัดการใหญ่ (ร่วม) บริษัท แอสเซนด์ มันนี่ จำกัด ผู้ให้บริการ ทรูมันนี่ เปิดเผยถึงความคืบหน้าในการจัดตั้ง ธนาคารพาณิชย์ไร้สาขา หรือ Virtual Bank ซึ่งเป็นหนึ่งในสามของผู้ที่ได้ใบอนุญาตในนาม บริษัท เอซีเอ็ม โฮลดิ้ง จำกัด ว่า ขณะนี้ยังอยู่ระหว่างการเตรียมความพร้อม ซึ่งการเป็นธนาคารจะแตกต่างกับการเป็นวอลเล็ต

โดยอาจจะมีการใช้เทคโนโลยีบางส่วนจากทรูมันนี่เข้ามาผสมผสานกับVirtual Bank แต่จะต้องสร้างฐานลูกค้าใหม่ แต่อาจจะเป็นทางเลือกสำหรับลูกค้าเดิม โดยทรูมันนี่ยังคงอยู่และแยกจากVirtual Bank

“ในตอนนี้ Virtual Bank ของ แอสเซนด์ มันนี่ ยังไม่มีชื่อ คาดว่าจะได้ชื่อในสิ้นปีนี้แต่ในเริ่มต้นจะให้บริการเงินฝากและสินเชื่อก่อน ปัจจุบันคนไทยมีบัญชีเงินฝากอยู่แล้ว ก็ต้องหาสิทธิประโยชน์ที่ทำให้ลูกค้าเลือกเปิดบัญชีเงินฝากเพิ่ม โดยต้องมีดอกเบี้ยที่แข่งขันได้หรือดีกว่า แต่จะต้องไม่กระทบต่อระบบสถาบันการเงิน”

นายธัญญพงศ์ กล่าวอีกว่า นอกจากหน้าที่ของ Virtual Bank ในการให้สินเชื่อแล้ว อีกหน้าที่คือการสร้างความรู้ทางการเงินให้กับคนไทย (Financial literacy) ช่วยให้คนเข้าใจเรื่องการเงินและมีวินัยทางการเงินมากขึ้น

ตัวอย่างเช่น การออมเงิน ที่จะต้องนำเครื่องมือทางดิจิทัล (Digital Tools) มาทำให้การออมเงินเป็นเรื่องที่สนุกกว่าเดิม และเป็นการออมเงินแบบมีเป้าหมาย สำหรับกลุ่มเป้าหมายแรกของVirtual Bank พนักงานเงินเดือน หรืออาชีพอิสระ และผู้ประกอบการขนาดเล็ก

ในงาน Thailand Economic Outlook 2026 Out of the Trap จัดโดย กรุงเทพธุรกิจ ในหัวข้อ Virtual Bank - Game Changer Financial Thailand นายธัญญพงศ์ เผยว่า ธนาคารพาณิชย์ไร้สาขา หรือVirtual Bank คือ ธนาคารดิจิทัลเต็มรูปแบบที่ถูกออกแบบมาเพื่อสร้างความแตกต่างจากธนาคารพาณิชย์แบบดั้งเดิม โดยมีพันธกิจหลักในการ ผลักดันการเข้าถึงบริการทางการเงิน (Financial Inclusion) ให้แก่คนไทย

“Virtual Bank ถูกสร้างขึ้นมาให้เป็น Digital-Only และ No Legacy ซึ่งหมายความว่าธนาคารเหล่านี้จะไม่มีต้นทุนด้านสาขา หรือระบบ Core Banking แบบเก่า แต่จะถูกสร้างบนพื้นฐานของเทคโนโลยีสมัยใหม่ เช่น Cloud-based และ API base ระบบถูกสร้างขึ้นในลักษณะนี้เพื่อรองรับความยืดหยุ่น Agility (ความคล่องตัว) ด้วยโครงสร้างแบบ Microservice ทำให้การพัฒนาและนำเสนอผลิตภัณฑ์ใหม่ใช้เวลาเพียงหลักสัปดาห์ ไม่ใช่หลักเดือนหรือปี”

แม้คนไทยส่วนใหญ่ 95-97% จะมีบัญชีธนาคารอยู่แล้ว แต่การเข้าไม่ถึงบริการทางการเงินที่แท้จริงคือเรื่องของ สินเชื่อ การลงทุน และประกัน ซึ่งกลุ่มลูกค้าสำหรับ Virtual Bankมุ่งเน้นไปที่การให้บริการกลุ่ม Underserved

โดยความท้าทายหลักของVirtual Bank คือการปล่อยสินเชื่อให้แก่กลุ่มที่มีความเสี่ยงสูงขึ้น

โดย Virtual Bankใช้เทคโนโลยีใหม่เพื่อจัดการกับปัญหานี้ ใช้ Alternative Data และ Machine Learning แทนที่จะพึ่งพารายได้ประจำหรือประวัติบูโรเพียงอย่างเดียว แต่จะใช้ข้อมูลพฤติกรรมอื่น ๆ ของลูกค้า เช่น พฤติกรรมการจ่ายเงิน การเติมเงิน การสมัครสมาชิกต่าง ๆ เพื่อวิเคราะห์สินเชื่อ

โดยที่ผ่านมาการคัดกรองแบบละเอียดโดยใช้เทคโนโลยีช่วยให้สามารถแบ่งกลุ่มความเสี่ยงลูกค้าได้ละเอียดมากยิ่งขึ้น อาจแบ่งได้ถึง 20 กลุ่ม หรือ 50 กลุ่ม ผลลัพธ์ที่เป็นรูปธรรม

“สินเชื่อที่ส่งใบสมัครเข้ามา 8 ล้านใบต่อปีถูกอนุมัติโดยระบบ Machine ถึง 99.5% โดยใช้บุคลากรวิเคราะห์สินเชื่อที่เป็นคนเพียง 7 คนเท่านั้น หากเป็นธนาคารแบบเดิมจะต้องใช้คนกว่า 500 คน ซึ่งเป็นหนึ่งในความแตกต่างของระบบดิจิทัล”

อย่างไรก็ดีรายได้ที่ธนาคารจะได้ต่อหัวของVirtual Bank จะต่ำกว่าธนาคารทั่วไป เช่น วงเงินสินเชื่ออาจอยู่ที่ 3,000–5,000 บาท ขณะที่ธนาคารทั่วไปอาจอยู่ที่ 70,000–100,000 บาท แต่Virtual Bank จะสามารถสร้างฐานลูกค้าได้ในปริมาณที่มากถึง 7 - 10 ล้านคน ซึ่งมากกว่าธนาคารดั้งเดิมที่มีฐานลูกค้าด้านสินเชื่อ 3 - 4 ล้านคน

นายปุณณมาศ วิจิตรกุลวงศา Chief Digital Platform Business Officer บริษัท เอสซีบี เอกซ์ จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า โครงสร้างรายได้ระหว่างธนาคารดั้งเดิมกับVirtual Bank อาจจะไม่ได้แตกต่างกันมาก 70 - 80 % เป็นรายได้จากดอกเบี้ย และที่เหลืออาจจะมาจากรายได้ค่าธรรมเนียม

แต่สิ่งที่ทำให้Virtual Bank แตกต่างคือเรื่องของนวัตกรรม ซึ่งคนไทยมีการใช้ดิจิทัลติดอันดับโลกอยู่แล้ว และพร้อมเพย์ก็ทำให้ไทยติดอันดับโลกเหมือนกัน ซึ่งเรื่องของการปรับใช้Virtual Bank ไม่ห่วงอยู่แล้ว

“สิ่งที่ต้องจับคือความเสี่ยงของ Virtual Bank ทั้งความเสี่ยงที่มาจากการปล่อยสินเชื่อที่ต้องคัดกรองลูกค้าและบริหารจัดการท่ามกลางสถานการณ์หนี้ที่สูงในปัจจุบัน ซึ่งเป็นความท้าทาย และสองคือเรื่องภัยทุจริตและความปลอดภัย ที่ Virtual Bank ใช้เทคโนโลยีมากขึ้นจะต้องลดความเสี่ยงในเรื่องความปลอดภัยให้ได้อย่างมีนัยยะ”

แต่การใช้ AI Embedded หรือฝังเข้าไปในกระบวนการให้บริการลูกค้าตั้งแต่เริ่มต้น ทำให้มีความได้เปรียบด้านต้นทุน การไม่มีสาขาถือเป็นการลดต้นทุนไปประมาณหนึ่งในสามของธนาคารดั้งเดิม นอกจากนี้ การใช้ AI และกระบวนการที่คล่องตัวจะช่วยให้Virtual Bank สามารถใช้พนักงานน้อยกว่า ซึ่งธนาคารดั้งเดิมอาจจะต้องใช้คนมากกว่าถึง 10 เท่า

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...