โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ลูกทีมมารีญายังมีโอกาสไหม เมื่อดีลลับติดปีกทีมอื่นขึ้น แต่ทีมตัวเองเข้าแค่คนเดียว

The Momentum

อัพเดต 03 ก.ย 2568 เวลา 18.29 น. • เผยแพร่ 04 ก.ย 2568 เวลา 02.50 น. • THE MOMENTUM

รอบไฟนอลวอล์กหรือรอบการเดินแบบบนเวทีในวันที่ 6 กันยายนที่จะถึงนี้ ถือเป็นไฮไลต์และรอบสุดท้ายของการแข่งขัน The Face Thailand Season 6รายการเรียลลิตีเฟ้นหานางแบบ และจะได้รู้ผลว่าใครจะได้เป็น The Face คนที่ 6 ของประเทศไทย

เชื่อว่า The Face Thailand เป็นรายการที่คนไทยรอคอย เพราะหลังจากซีซันที่ 5 ออกอากาศในปี 2562 บางคนคิดว่านี่อาจเป็นจุดสิ้นสุดของรายการนี้แล้ว แต่ตำนานของ The Face นั้นฆ่าไม่ตาย เมื่อเหตุผลหนึ่งที่ทำให้The Face Thailand ได้รับความนิยมคือรายการนี้ไม่มีสคริปต์ เพราะฉะนั้น คำพูดและสถานการณ์ที่เกิดขึ้นในรายการมีความธรรมชาติสูง คำพูดและวลีเด็ดของเมนเทอร์ในรายการทั้ง ลูกเกด-เมทินี กิ่งโพยม,บี-น้ำทิพย์ จงรัชตวิบูลย์, มาช่า วัฒนพานิช ฯลฯ ยังคงถูกแชร์ในโซเชียลฯ ช่วงปีที่ผ่านมา หรือถูกหยิบยกมาใช้ในสถานการณ์ต่างๆ เช่น

“เป็นอะไรกันมากหรือ แพ้ไม่ได้ ต้องชนะทุกครั้ง” - มาช่า

“หนูไม่พอใจหรือโกรธอะไร แล้วมาลงกับพี่ทำไมคะ” และ “แผนของพี่คือทำให้ชีมึน” - ลูกเกด

“คุณได้ซีนแล้ว แต่ซีนคุณแย่มาก” และ “การแสดง ถ้ามันเฟก มันดูออก” - บี

รวมถึงคลิปการทำแคมเปญของรายการในหลายซีซันที่มีทั้งความท้าทายและแฝงความตลกก็วนเวียนมาบนโซเชียลฯ เสมอ เติมเต็มความคิดถึงของแฟนรายการมาตลอด 6 ปี จนกระทั่งปีนี้ The Face Thailandก็มีซีซัน 6 และผู้ชนะยังได้เป็น The Face Thailand คนที่ 6 ในรอบ 6 ปีอีกด้วย เมื่อมองดูแล้วเลข 666 ตามความเชื่อของศาสนาคริสต์ถือเป็นเลขของปีศาจ ซาตาน หรือมารร้าย

และหากจะมีใครเป็นซาตานในซีซันนี้ ก็คงไม่พ้นทีมงานรายการที่ทำข้อตกลงกับ มารีญา พูลเลิศลาภ เมนเทอร์ของรายการที่ส่งผลให้เธอเลือกผู้เข้าแข่งขันในทีมไปเดินไฟนอลวอล์กได้แค่คนเดียว ทั้งที่ควรจะมีถึง 2 คน

กติกาใหม่ที่เล่นกับใจและอนาคต

รายการ The Face Thailand Season 6มีเมนเทอร์ทั้งหมด 3 คน ได้แก่ มารีญา, แอนโทเนีย โพซิ้ว และแพนเค้ก-เขมนิจ จามิกรณ์ โดยเมนเทอร์แต่ละคนจะมีลูกทีม 5 คน ที่ผ่านการคัดเลือกด้วยตัวเองและจากมาสเตอร์เมนเทอร์ แอน ทองประสม คัดเลือกให้

โดยผู้เข้าแข่งขันทั้ง 15 คนจะต้องพิสูจน์ตัวเองในเส้นทางนางแบบผ่านการแข่งขันทั้งหมด 8 EP ในแต่ละ EP ประกอบด้วยการแข่งขันรอบมาสเตอร์คลาส (แบบเดี่ยว) และรอบแคมเปญ (แบบทีม) ซึ่งผู้ที่ชนะรอบมาสเตอร์คลาสจะได้รับสิทธิพิเศษในรอบแคมเปญ และสมาชิกทีมที่ชนะแคมเปญจะได้อยู่ต่อจนถึง EP ถัดไป ส่วนอีก 2 ทีมที่แพ้ เมนเทอร์จะต้องเลือกลูกทีมของตนเองมา 1 คน เพื่อให้เมนเทอร์ทีมที่ชนะแคมเปญคัดออกในรอบห้องดำ จนกว่าจะถึง EP ที่เมนเทอร์ต้องคัดเลือกว่า ลูกทีมคนไหนคือคนที่จะได้เดินไฟนอลวอล์ก

ในซีซันก่อนหน้านี้ เมนเทอร์ที่ชนะแคมเปญสามารถเลือกให้ผู้เข้าแข่งขันอยู่ต่อได้ โดยไม่ตัดใครออกเลยก็ได้ แต่ในซีซันนี้มีกติกาเพิ่มเติมเข้ามาคือ เมนเทอร์สามารถคัดผู้เข้าแข่งขันออกได้มากกว่า 1 คน แต่ไม่สามารถสละสิทธิ์ในการคัดออกได้เหมือนซีซันที่ผ่านมา เท่ากับว่าในทุกสัปดาห์จะต้องมีผู้เข้าแข่งขันอย่างน้อย 1 คนที่ต้องตกรอบ

แต่เมื่อรายการออกอากาศมาเกินครึ่งทาง ใน EP ที่ 5 ทีมมารีญาเป็นทีมที่ชนะแคมเปญ ทำให้แพนเค้กส่ง ภูมิ-ณภัทรศรา บรรลือพรมราช เข้าสู่ห้องดำ ในขณะที่แอนโทเนียเลือก กวาง-กฤษฎา วันเพ็ญ เข้ามาต่อสู้เพื่อให้ได้รับโอกาสอีกครั้ง

ทั้งภูมิและกวางถือเป็นผู้เข้าแข่งขันที่โดดเด่น และทั้งคู่ยังเป็น LGBTQIA+ เพียงแค่ 2 คนที่ผ่านเข้ามาในรายการ แต่ใน EP 5 ทั้งคู่ยืนอยู่บนปากเหว โดยมีมารีญาเป็นผู้ตัดสินว่า ใครไม่ใช่ The Face ซึ่งมารีญามีสิทธิตัดผู้เข้าแข่งขันออกทั้ง 2 คน แต่เธอเล็งเห็นศักยภาพที่สามารถพัฒนาต่อได้ จึงได้ให้โอกาสทั้งคู่ยังอยู่ในรายการต่อไป และคิดว่าหากไม่ตัดลูกทีมของคนอื่น ในสัปดาห์ถัดไปแพนเค้กกับแอนโทเนียจะไม่ตัดลูกทีมของมารีญา

อย่างไรก็ตามการเก็บไว้ทั้งคู่เป็นการที่มารีญาผิดกฎกติกาของรายการ ทีมงานจึงได้ทำข้อตกลงแลกเปลี่ยนกับมารีญาคือ “รายการขอแลกกับอะไรบางอย่าง ที่อยากจะให้มารีญาทำในวันไฟนอลวอล์ก” ซึ่งยังไม่ระบุว่าคืออะไร และเธอตอบตกลง

ดีลวันไฟนอลวอล์ก ไม่ใช่วันก่อนไฟนอลวอล์ก

ใน EP 7 คือรอบคัดเลือกที่ใกล้จะได้รู้แล้วว่า ใครจะได้เดินไฟนอลวอล์ก (ในอีกแง่หนึ่งเท่ากับว่าเป็นผู้ชนะของทีม) ซึ่งกติกาคือเมนเทอร์จะเลือกลูกทีมไปสู่ไฟนอลวอล์กได้แค่คนเดียว แต่สิทธิพิเศษสำหรับทีมที่ชนะแคมเปญสามารถเลือกเพิ่มได้อีก 1 คน โดยแพนเค้กได้เลือก บีบี-บียังคา ณฐมน โพลัค นางแบบวัย 16 ปีที่มากความสามารถ ซึ่งกวางจากทีมแอนโทเนียที่มารีญาเซฟชีวิตไม่คัดออก ก็ได้ถูกเลือกให้เป็นไฟนอลวอล์กของแอนโทเนีย ในขณะที่มารีญเลือก ไฮดี้-อมันดา อแมนด้า เจนเซ่น

เมื่อเมนเทอร์เลือกไฟนอลวอล์กของตัวเองแล้ว ทีมงานจึงประกาศชื่อผู้ชนะในแคมเปญ ได้แก่ ไฮดี้ ส่งผลให้ทีมมารีญมีสิทธิเลือกไฟนอลวอล์กได้อีก 1 คน แต่ความหวังของลูกทีมมารีญาอีก 2 คน ต้องพังทลายลง เมื่อรายการประกาศว่า ข้อตกลงที่มารีญาทำไว้เมื่อ EP 5 มีผลต่อ EP นี้ คือแม้มารีญาจะชนะแคมเปญก็ไม่สามารถเลือกไฟนอลวอล์กคนที่ 2 ได้ ทั้งเมลล่าเม-เมลิณี มาร์การ์ และเกล-นภัสกร เจียรอดิศักดิ์ จึงหมดโอกาสไป ซึ่งเมลล่าเมกล่าวในรายการว่า

“ดีลว่าเราต้องแลกอะไรวันของไฟนอลวอล์ก ไม่ใช่วันที่เลือกคนเข้าไฟนอลวอล์ก”

หลังรายการออกอากาศทำให้มีกระแสวิพากษ์วิจารณ์รายการว่านี่เป็นการตัดโอกาสผู้เข้าแข่งขัน ผู้เสียเปรียบไม่ใช่เมนเทอร์มารีญา หากแต่เป็นอนาคตของเกลและเมลล่าเม ที่คนใดคนหนึ่งควรได้เดินไฟนอลวอล์ก เนื่องจากไฟนอลวอล์กเป็นหมุดหมายของผู้เข้าแข่งขันทุกคน เพราะเหลืออีกแค่ก้าวเดียวก็ถึงเส้นชัยของเดอะเฟซแล้ว ซึ่งการได้ตำแหน่ง The Face Thailand ไม่เพียงแค่รางวัลที่จะได้รับพร้อมกับการเซ็นสัญญา แต่ยังหมายถึงโอกาสในชีวิตอีกหลายด้าน ที่แน่นอนว่ามากกว่าการเป็นนางแบบ

นอกจากนี้ความเห็นของแฟนรายการที่มีต่อซีซันนี้ยังระบุว่า มีจำนวน EP น้อยเกินไป ทำให้ยังไม่ได้เห็นศักยภาพของผู้เข้าแข่งขันได้มากเท่าซีซันก่อน รวมถึงการถ่ายทำรอบแคมเปญที่ส่วนใหญ่อยู่ในสตูดิโอ Kantana Virtual Production Studio ไม่ได้เห็นความท้าทายที่หลากหลายของแคมเปญอย่างที่ผ่านมา

อย่างไรก็ตาม แม้จะผู้เข้าแข่งขันหลายคนจะไม่ผ่านเข้ารอบ และไม่ได้เดินไฟนอลวอล์ก แต่ไม่ได้หมายความว่า หมดโอกาสในการค้นหาความฝัน เพราะยังมีประตูอีกหลายบานที่เปิดต้อนรับ ดังเช่นรุ่นพี่ The Face ไทยแลนด์ในซีซันที่ผ่านมาอย่างแอนโทเนีย เธอเคยเป็นผู้เข้าแข่งขันซีซันแรกปี 2557 แม้จะไม่ได้เดินบนเวทีไฟนอลวอล์ก แต่อีก 5 ปีถัดมาเธอได้คว้ามงกุฎระดับโลกในตำแหน่งมิสซูปราเนชันแนล 2019 (Miss Supranational 2019) และเป็นถึงรองอันดับ 1 นางงามจักรวาลปี 2566 หรือมิสยูเวิร์ส 2023 (Miss Universe)

และคารีสา สปริงเก็ตต์ จากซีซันเดียวกับแอนโทเนีย ที่ในวันนี้ได้พิสูจน์ฝีมือทางด้านการแสดง มีผลงานมากมายในวงการบันเทิง รวมถึงผู้เข้าประกวดที่ต่อยอดไปยังเวทีนางงาม โกโก้-อารยะ ศุภฤกษ์ (ซีซัน 2) เป็นมิสแกรนด์ไทยแลนด์ 2019, แจสซี่-กิระนา จัสมิน ชูว์เทอร์ (ซีซัน 2 และซีซัน 4) อดีตรองอันดับ 1 มิสยูนิเวิร์สไทยแลนด์ 2566, เทีย ทวีพาณิชย์พันธุ์ (ซีซัน 3) รองอันดับ 1 มิสแกรนด์ไทยแลนด์ 2023 และมิสทัวริซึมอินเตอร์เนชันแนล 2023 (Miss Tourism International)

ซึ่งรอบไฟนอลวอล์กในวันที่ 6 กันยายนที่จะถึงนี้ ไม่ว่า The Face Thailand คนที่ 6 จะเป็นกวางจากทีมแอนโทเนีย, ไฮดี้จากทีมมารีญา หรือบีบีจากทีมแพนเค้ก เชื่อว่าทั้ง 3 คนจะเดินเฉิดฉายบนเวทีไฟนอลวอล์กอย่างเต็มที่ที่สุด เพื่อโอกาสในชีวิตตัวเอง เพื่อเมนเทอร์ และอาจเพื่อเพื่อนร่วมทีมหลายคนที่ฝากความหวังเอาไว้กับพวกเธอ

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...