เรื่องนี้โรงเรียนไม่ได้สอน : แชร์ทริคอ่านภาษาจีนง่าย ๆ ฉบับมือใหม่เริ่มเรียน!!!
ต้องเริ่มอย่างไร? มือใหม่เรียนภาษาจีน
หนีห่าว! น้อง ๆ ชาวDek-D ทุกคนค่ะ ไหนใครเป็นสาวกซีรีส์บ้างคะ? ไม่ว่าจะเป็นซีรีส์จีน เกาหลี แต่ถ้าพูดถึงซีรีส์จีน เกาหลี ภาษาที่สามก็เป็นอีกเรื่องที่สำคัญมาก ๆ อย่างหนึ่ง สำหรับการทำงาน และเรียนในปัจจุบัน แล้วภาษาที่สามที่น้อง ๆ นึกถึงมีอะไรกันบ้างคะ? วันนี้พี่มีทริคการอ่านภาษาจีน และการเรียนภาษาจีนมาฝากน้อง ๆ กันค่ะ
แต่ก่อนที่เราจะไปทำความรู้จักภาษาจีน เรามาดูกันก่อนว่า ภาษาจีนแตกต่างกับภาษาไทยของเราอย่างไร?ภาษาไทยนั้นมีตัวพยัญชนะ มีตัวสระที่เราสามารถนำมาผสม และสามารถสะกดเพื่อออกเสียงได้แต่ภาษาจีนจะเป็นคำ ๆ ซึ่งถ้าหากเราไม่คุ้นเคยหรือเคยผ่านตาในคำนั้น ๆ มาเราจะไม่สามารถอ่านหรือรู้ความหมายคำนั้น ๆ ได้ ดังนั้นภาษาจีนจึงมี “พินอิน” เพื่อช่วยในการออกเสียงตัวอักษรจีน
1. รู้จัก “pīnyīn”
พินอินคืออะไร?
พินอิน คือ ระบบการถอดเสียงภาษาจีน พินอินจะถูกเขียนแทนด้วยตัวอักษรภาษาอังกฤษและมีสัญลักษณ์แทนเสียงหรือวรรณยุกต์คล้ายกับภาษาไทย เพื่อช่วยถอดเสียงจากคำภาษาจีน และสามารถออกเสียงภาษาจีนได้อย่างถูกต้อง อีกทั้งพินอินยังเป็นตัวช่วยที่ทำให้ชาวต่างชาติที่เริ่มเรียนภาษาจีนเป็นภาษาที่สองหรือสาม สามารถออกเสียงภาษาจีนได้อย่างถูกต้องมากขึ้น พินอินจะแบ่งเป็นพยัญชนะ และสระ ดังนี้
พยัญชนะ
พยัญชนะจะเหมือนภาษาอังกฤษ แต่ออกเสียงต่างกัน พยัญชนะทั่วไปของภาษาจีนจะมีทั้งหมด 21 ตัว ดังนี้
พยัญชนะกึ่งสระ
พยัญชนะกึ่งสระ มี 2 ตัวดังนี้
สระเดี่ยว
สระเดี่ยวแบ่งเป็น 6 ตัว ดังนี้
สระประสม
สระประสมแบ่งเป็น 30 ตัว ดังนี้
วรรณยุกต์
วรรณยุกต์จะถูกเติมอยู่ด้านบนของสระ เมื่อผู้อ่านพบวรรณยุกต์จะทำให้สามารถออกเสียงคำภาษาจีนได้อย่างถูกต้อง โดยเสียงของวรรณยุกต์มีดังนี้
เสียง 1 ā เสียงสูงราบ เช่น bā (ปา)
เสียง 2 á เสียงขึ้นสูง เช่น bá (ป๋า)
เสียง 3 ǎ เสียงต่ำแล้วขึ้น เช่น bǎ (ป่า)
เสียง 4 à เสียงลงต่ำ เช่น bà (ป้า)
กฎการออกเสียงวรรณยุกต์
เสียง 3 ǎ
- เสียง 3 อยู่ติดกันทั้ง 2 พยางค์ เราจะเปลี่ยนเสียงพยางค์แรกเป็นเสียง 2
- เสียง 3 อยู่ติดกันทั้ง 3 พยางค์ โดย 2 พยางค์แรกเป็นคำเดียวกัน เราจะเปลี่ยน 2 พยางค์แรกเป็นเสียง 2
- เสียง 3 อยู่ติดกันทั้ง 3 พยางค์ โดยพยางค์ที่ 2-3 เป็นคำเดียวกัน เราจะเปลี่ยนพยางค์ตรงกลางเป็นเสียง 2
น้อง ๆ สามารถฟังการออกเสียงจากพินอินได้
2. จำจีนจากภาพ
ตัวอักษรภาษาจีนดั้งเดิมมักจะมีวิธีการจำเป็นรูปภาพ โดยอิงจากรูปร่างของสิ่งนั้น ๆ ตัวภาษาจีนที่เป็นรูปภาพส่วนมากมักเป็นคำนาม และคำที่สามารถเจอได้บ่อยในชีวิตประจำวัน เนื่องจากคำนามเป็นสิ่งที่สามารถถ่ายทอดออกมาในรูปแบบของภาพได้ง่ายโดยการจำจากภาพจะต้องอาศัยจินตนาการในการช่วยจำ และมองตัวภาษาจีนให้เป็นไปตามภาพนั้น
ตัวอย่าง
- 水 น้ำ
- 木 ต้นไม้
- 山 ภูเขา
- 月 พระจันทร์
- 火 ไฟ
3. รู้จักการผสมคำและส่วนประกอบของภาษาจีน
ภาษาจีนบางตัวจะมีการผสมรวมกันของคำ เพื่อให้ได้เป็นคำใหม่ หรือคำที่มีความหมายไปในทิศทางเดียวกันกับคำที่นำมาประกอบเข้าด้วยกันดังนั้นถ้าหากเรารู้ส่วนประกอบของแต่ละคำจะทำให้สามารถเข้าใจที่มาและรากของคำนั้น ๆ
ตัวอย่าง
- (森 ป่า) เป็นการนำคำว่า 木 ที่แปลว่าต้นไม้ มารวมกันเนื่องจากป่า คือสถานที่ที่มีต้นไม้จำนวนมากอยู่รวมกัน
- (您 คุณ, ท่าน) เป็นการนำคำว่า 你 ที่แปลว่าคุณ และ 心 แปลว่าหัวใจ มารวมกัน ใช้พูดคุยกับบุคคลที่เคารพ คนอาวุโสกว่า เปรียบเสมือนว่าอยู่ในใจ
4. ฝึกคัดภาษาจีน
การฝึกคัดตัวอักษรจีนเป็นประจำจะทำให้สามารถจำตัวอักษรจีนได้อย่างแม่นยำมากขึ้น เนื่องจากมีความคุ้นเคย และได้เจอผ่านตาอยู่บ่อยครั้ง โดยการฝึกคัดภาษาจีนจะต้องมีการเขียนตามลำดับขีดของภาษาจีนที่ถูกต้องดังนั้นการฝึกทบทวนการการคัดเป็นประจำจึงช่วยให้ทำให้เราคุ้นเคยมากขึ้น และเป็นการจำแบบระยะยาวนั่นเอง และนอกจากช่วยจำแล้วการฝึกคัดยังทำให้เราสามารถสามารถจำส่วนประกอบแยกของคำนั้น ๆ ว่ามีส่วนประกอบของคำใดที่นำมาประกอบกันแล้วได้เป็นคำใหม่
น้อง ๆ สามารถดูลำดับขีดภาษาจีนได้
5. แฟลชการ์ดช่วยจำ
การใช้แฟลชการ์ดในการช่วยจำคำศัพท์ภาษาจีน แฟลชการ์ดจะเป็นกระดาษที่ด้านหน้าจะเป็นคำศัพท์ภาษาจีน ด้านหลังจะเป็นพินอินและคำแปล โดยเราสามารถออกแบบรูปแบบของแฟลชการ์ดได้ตามสะดวกอาจจะแบ่งเป็นหมวดหมู่ของคำ เช่น หมวดคำนาม หมวดคำกริยา เป็นต้น หรืออาจจะใช้แอปพลิเคชันในการทำแฟลชการ์ดแทนการใช้กระดาษ โดยเราสามารถใช้แฟลชการ์ดได้ทุกที่ และสามารถเปิดทบทวนได้ตลอดเวลาเช่น ขณะนั่งพักเที่ยง หรือนั่งรออาหาร เราสามารถหยิบแฟลชการ์ดขึ้นมาเพื่อทบทวนคำศัพท์ได้ตลอดเวลา
6. ซีรีส์ช่วยฟัง
วิธีนี้เป็นอีกวิธีที่คนส่วนมากนิยมใช้ในการฝึกภาษา โดยการดูหนังหรือซีรีส์จะช่วยฝึกทักษะในการฟัง ทำให้เราสามารถฝึกการจับใจความโดยอาจเริ่มจากประโยคง่าย ๆ หรือการฝึกออกเสียงตามเจ้าของภาษา เพื่อช่วยให้ออกเสียงภาษาจีนได้อย่างถูกต้อง เราสามารถเริ่มจากการเลือกซีรีส์เรื่องโปรดมาหนึ่งเรื่อง และลองฝึกฟังโดยอาจจะจับจากคำหรือประโยคพื้นฐานที่สามารถพบได้บ่อย เป็นต้น
10 ประโยค เอาตัวรอดเมื่อเที่ยวจีน!!!
1. อันนี้ราคาเท่าไหร่? 这个要多少钱? zhège yào duōshǎo qián? 2. อันนี้ลดราคาได้อีกไหม? 可以打折吗? kěyǐ dǎzhé ma? 3. ฉันจ่ายด้วยเงินสด 我用现金支付。 wǒ yòng xiànjīn zhīfù。 4. ขอโทษนะคะ สนามบินไปทางไหน? 请问,飞机场在那里? Qǐngwèn,fēijī chǎng zài nàlǐ?
คำศัพท์สำหรับการเดินทาง
- สถานีรถไฟ
- สถานีรถไฟใต้ดิน
- รถเมล์
- แท็กซี่
- ตั๋ว
- เลี้ยวซ้าย
- เลี้ยวขวา
- ตรงไปข้างหน้า
- 火车站
- 地铁站
- 公共汽车
- 出驻车
- 票
- 往左拐
- 往右拐
- 往前走
- huǒchē zhàn
- dìtiě zhàn
- gōnggòng qìchē
- chū zhù chē
- piào
- wǎng zuǒ guǎi
- wǎng yòu guǎi
- wǎng qián zǒu
5. ขอโทษ
- ไม่เป็นไร (ใช้เมื่อมีคนขอโทษ)
对不起
- 没关系 。
duì bu qǐ。
- méi guānxi。
6. ฉันเข้าใจแล้ว 明白了。 míngbai le。 7. ฉันจองห้องพักไว้ 我已经预定了。 wǒ yǐjīng yùdìngle。 8. คุณมีห้องว่างไหม? 你还有空房吗? nǐ hái yǒu kòng fáng ma? 9. เช็คเอาท์ 我准备退房了。 wǒ zhǔnbèi tuì fángle。 10. ยังมีที่นั่งว่างไหม? (ใช้สำหรับจองร้านอาหาร) 请问,还有空座位吗? Qǐngwèn,háiyǒu kòng zuòwèi ma?
เป็นอย่างไรกันบ้างคะสำหรับทริคการเริ่มต้นเรียนภาษาจีน? การเรียนภาษาให้สามารถเข้าใจหรือจำได้อย่างแม่นยำนั้น ขึ้นอยู่กับความสม่ำเสมอในการทบทวนคำศัพท์ และการฝึกฝนอย่างเป็นประจำ เพื่อสามารถจำได้อย่างระยะยาว และครั้งหน้าพี่จะมีทริคอะไรมาฝากน้อง ๆ อีกบ้าง อย่าลืมรอติดตามกันนะคะ และใครมีทริคเรียนจีนแบบไหนกันบ้างมาแชร์กันได้ที่ด้านล่างคอมเมนต์เลยค่ะ