โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

พาณิชย์ลุยล้างบาง“นอมินี”เกาะพะงัน

Thairath Money

อัพเดต 23 ต.ค. 2568 เวลา 08.56 น. • เผยแพร่ 24 ต.ค. 2568 เวลา 00.30 น.
ภาพไฮไลต์

นายพูนพงษ์ นัยนาภากรณ์ อธิบดีกรมพัฒนาธุรกิจการค้า เปิดเผยว่า เมื่อวันที่ 21 ต.ค.68 ได้มอบหมายให้ หม่อมหลวงภู่ทอง ทองใหญ่ รองอธิบดีกรมพัฒนาธุรกิจการค้า ลงพื้นที่เกาะพะงัน จังหวัดสุราษฎร์ธานี ร่วมกับคณะทำงานเฉพาะกิจเพื่อป้องกันและปราบปรามการกระทำผิดของคนต่างด้าวในพื้นที่จังหวัดสุราษฎร์ธานี และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ตรวจค้นเป้าหมาย 4 จุด ที่ต้องสงสัยใช้คนไทยถือหุ้นแทนชาวต่างชาติ (นอมินี) ใน 2 กลุ่มธุรกิจ และดำเนินการกับธุรกิจที่ฝ่าฝืนกฎหมายตามพ.ร.บ.การประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว พ.ศ. 2542

สำหรับเป้าหมายที่ตรวจค้น ได้แก่ 1.สำนักงานบัญชี ชื่อ สำนักงานเฟิร์สคอนซัลแทนส์ ยูนิเวอร์แซล เซอร์วิส (บริษัท เฟิร์ส คอนซัลแทนส์ 47 จำกัด) เจ้าของมีชื่อเป็นผู้ถือหุ้นอยู่ใน 66 บริษัท และเป้าหมายทั้ง 3 จุด มีความเชื่อมโยงกับเจ้าของสำนักงานบัญชีนี้ เพราะพบว่า อาคารพาณิชย์ที่ไปตรวจสอบ เป็นที่ตั้งของนิติบุคคลรวมกันถึง 89 แห่ง โดยไม่ปรากฏการประกอบธุรกิจจริงในบางห้อง เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงได้ตรวจยึดเอกสารและคอมพิวเตอร์เพื่อนำไปตรวจสอบว่ามีการใช้คนไทยเป็นนอมินีทำธุรกิจแทนชาวต่างชาติหรือไม่ และใช้เป็นหลักฐานดำเนินคดี นอกจากนี้ กรมยังได้เรียกเอกสารเพิ่มเติม และให้เจ้าของสำนักงานบัญชีและนิติบุคคลที่เกี่ยวข้องชี้แจงต่อกรม ให้ครบถ้วน เพื่อตรวจสอบในเชิงลึกต่อไป

2.ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ (โครงการก่อสร้างอาคารวิลล่าโครงการศิธายา บีช ฟรอนต์ วิลล่า) พบเป็นวิลล่าหรู 8 หลัง เปิดให้นักท่องเที่ยวต่างชาติ เช่าคืนละ 13,000 บาท โดยไม่มีใบอนุญาตประกอบกิจการโรงแรม เจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครองจึงเชิญผู้ดูแลโครงการและนักท่องเที่ยวต่างชาติ 6 ราย ไปสอบสวนเพิ่มเติม เบื้องต้นพบข้อมูลที่น่าสงสัยเกี่ยวกับการถือครองที่ดินของโครงการกว่า 152 ล้านบาท โดยมีนิติบุคคลสัญชาติไทย 2 แห่งถือครอง แต่มีผู้ถือหุ้นชาวอิสราเอล สัดส่วน 49% และต่อมามีการเพิ่มบริษัทที่เป็นชาวอิสราเอลเข้ามาซื้อหุ้นเพิ่มอีก 1 บริษัท จึงอาจเข้าข่ายเป็นการซื้อขายเพื่อหลบเลี่ยงการเสียภาษี และการถือหุ้นอำพรางเข้าข่ายเป็นนอมินี

ทั้งนี้ กรมจะตรวจสอบในเชิงลึก และรวบรวมพยานหลักฐานทั้งหมดส่งให้พนักงานสอบสวนดำเนินการตามกฎหมาย และขยายผลไปยังนิติบุคคลอื่นที่เกี่ยวข้องในพื้นที่ เพื่อป้องกันไม่ให้ใช้ช่องว่างทางกฎหมายครอบครองธุรกิจของชาติอย่างไม่ถูกต้อง

“ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ที่เป็นการซื้อขายที่ดิน หรืออสังหาริมทรัพย์ เป็นธุรกิจที่ห้ามคนต่างด้าวประกอบธุรกิจโดยเด็ดขาด และกรณีธุรกิจให้เช่าหรือนายหน้าหรือตัวแทนอสังหาริมทรัพย์นั้น คนต่างด้าว หากจะประกอบธุรกิจ ต้องได้รับอนุญาตจากอธิบดีกรม โดยความเห็นชอบของคณะกรรมการการประกอบธุรกิจของคนต่างด้าวก่อน เพื่อคุ้มครองประโยชน์ทางเศรษฐกิจประเทศ และสร้างการแข่งขันทางธุรกิจที่เป็นธรรมต่อธุรกิจไทย”

นายพูนพงษ์ กล่าวต่อว่า กรมจะร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ได้แก่ ตำรวจท่องเที่ยว สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง กรมสรรพากร สำนักงานที่ดิน และหน่วยงานในพื้นที่ เดินหน้าปราบปรามการใช้คนไทยถือหุ้นแทนชาวต่างชาติ เพราะเป็นการบิดเบือนโครงสร้างทางเศรษฐกิจ ทำให้ผู้ประกอบการไทยเสียเปรียบในการแข่งขัน

สำหรับการลงพื้นที่ตรวจสอบครั้งนี้ สืบเนื่องจากเมื่อเดือนก.ค.68 กรมได้ตรวจสอบกลุ่มเป้าหมายในจังหวัดสุราษฎร์ธานี ซึ่งเป็นพื้นที่ที่มีธุรกิจกลุ่มเสี่ยงสูงเป็นอันดับ 2 ของประเทศ และพบว่า มีนิติบุคคลเสี่ยงสูงที่ควรตรวจสอบในลำดับแรกคือ มีคนไทย 5 ราย (นิติบุคคล 1 ราย บุคคลธรรมดา 4 ราย) มีชื่อเป็นผู้ถือหุ้นใน 256 บริษัท ตั้งอยู่ในอำเภอเกาะพะงัน รวมทั้งกรณีมีที่ตั้งสำนักงานซ้ำกันกว่า 100 บริษัท จึงลงพื้นที่ตรวจสอบเป้าหมายทั้ง 4 จุด เพื่อปราบปรามนอมินี และธุรกิจผิดกฎหมาย

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : พาณิชย์ลุยล้างบาง“นอมินี”เกาะพะงัน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ตามข่าวก่อนใครได้ที่
- Website : www.thairath.co.th
- LINE Official : Thairath

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...