โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

รัฐพลาดซ้ำ! น้ำมันปาล์มแพง ปี๊บละพันบาท-ลากยาวถึงกลางปี

ประชาชาติธุรกิจ

อัพเดต 23 ม.ค. 2565 เวลา 15.28 น. • เผยแพร่ 22 ม.ค. 2565 เวลา 09.45 น.

สต๊อกน้ำมันปาล์มในประเทศวิกฤต สิ้นเดือนมกราคมต่ำกว่า 100,000 ตันแน่ ดันราคาน้ำมันปาล์มบริสุทธิ์พุ่งพรวด ทั้งขนาดบรรจุขวด 1 ลิตรใกล้ 70 บาท แบบปี๊บราคา 1,000 กว่าบาท เหตุนโยบายรัฐบาลผิดพลาด เร่งส่งออกน้ำมันปาล์มดิบมากเกินไป กรมการค้าภายในทำได้แค่ให้โรงงาน “ตรึงราคา” ส่งผลห้างบางสาขาเริ่มไม่มีน้ำมันปาล์มวางจำหน่าย ผู้ประกอบการร้านอาหาร-ภัตตาคารรวมตัวสั่งออร์เดอร์ใหญ่ บริหารจัดซื้อ-ยืดเครดิต

ราคาน้ำมันปาล์มบริสุทธิ์ได้พุ่งขึ้นสูงเป็นประวัติการณ์จนสร้างความเดือดร้อนให้กับผู้ประกอบการในอุตสาหกรรมอาหาร รวมไปถึงร้านอาหารทั่วไป โดยล่าสุดน้ำมันปาล์มบรรจุขวดขนาด 1 ลิตรในท้องตลาด ซึ่งเป็นสินค้าควบคุม มีราคาจำหน่ายใกล้ขวดละ 70 บาท ในขณะที่น้ำมันปาล์มบรรจุปี๊บขนาด 18 ลิตร ขายกันเกินกว่าปี๊บละ 1,000 บาท

สต๊อกปาล์มใกล้วิกฤต

ผู้สื่อข่าว “ประชาชาติธุรกิจ” รายงานการตรวจสอบปริมาณสต๊อกน้ำมันปาล์มคงเหลือภายในประเทศล่าสุด ณ วันที่ 29 ธันวาคม 2564 ปรากฏน้ำมันปาล์มดิบที่สต๊อกเหลืออยู่แค่ 161,092 ตัน น้ำมันปาล์มกึ่งบริสุทธิ์ 27,690 ตัน น้ำมันปาล์มบริสุทธิ์ 23,052 ตัน

ในขณะที่ไบโอดีเซล B100 มีสต๊อก 46,305 ตัน โดยปริมาณสต๊อกน้ำมันปาล์มดิบถือว่า “ต่ำ” หรือต่ำกว่า Safety Stock ที่กำหนดไว้ให้อยู่ในระดับ 250,000 ตัน

ทั้งนี้มีข้อน่าสังเกตว่า ปริมาณสต๊อกน้ำมันปาล์มดิบปัจจุบันลดลงอย่างฮวบฮาบเมื่อเทียบกับตัวเลขสต๊อกในเดือนตุลาคมที่ยังอยู่ในระดับ 245,165 ตัน ส่งผลให้สต๊อกคงเหลือ ณ สิ้นเดือนมกราคม 2565 จะ “ต่ำกว่า” 100,000 ตันแน่นอน

โดยปริมาณสต๊อกน้ำมันปาล์มดิบที่ลดลง “สวนทาง” กับราคาผลปาล์มทะลายที่พุ่งสูงขึ้น โดยราคาเฉลี่ยปาล์มทะลาย 3 แหล่งผลิตสำคัญ (สุราษฎร์ธานี-กระบี่-ชุมพร) ในเดือนมกราคมที่โรงสกัดน้ำมันปาล์มรับซื้ออยู่ที่ระหว่าง 10-11 บาท/กก. ขณะที่โรงสกัดขายน้ำมันปาล์มดิบ (CPO) ให้กับโรงรีไฟน์ หรือโรงงานน้ำมันปาล์มบริสุทธิ์ อยู่ระหว่าง 55-56 บาท/กก. ส่งผลให้น้ำมันปาล์มบริสุทธิ์บรรจุขวด 1 ลิตร กับน้ำมันปาล์มบรรจุปี๊บราคาพุ่งไม่หยุด

ทั้งนี้ หากจะคำนวณราคาน้ำมันปาล์มบรรจุขวดขนาด 1 ลิตรตาม สูตรโครงสร้างการคำนวณราคาประมาณการของผลปาล์มน้ำมัน น้ำมันปาล์มดิบ (CPO) ที่จัดทำโดยกรมการค้าภายใน จะพบว่า หากราคาน้ำมันปาล์มดิบ ณ กทม.มีราคา 55 บาท/กก. ราคาจำหน่ายปลีกน้ำมันปาล์มบรรุขวด 1 ลิตร รวม VAT จะต้องขายกันที่ขวดละไม่ต่ำกว่า 70 บาทแน่นอน

แต่ราคาน้ำมันปาล์มขวด ซึ่งเป็นสินค้าควบคุมยังจำหน่ายอยู่ที่ขวดละ 55-60 บาทนั้น เป็นเพราะกรมการค้าภายในยังไม่อนุญาตให้ขึ้นราคา ประกอบกับขอให้โรงงานน้ำมันปาล์มบริสุทธิ์ “ตรึงราคา” จำหน่ายต่อไป ทั้ง ๆ ที่ “ต้นทุน” น้ำมันปาล์มดิบขึ้นไปหมดแล้ว

ยอดไบโอ B100 พุ่ง

นายมนัส พุทธรัตน์ ประธานสมาพันธ์ชาวสวนปาล์มน้ำมันแห่งประเทศไทย กล่าวว่า ราคารับซื้อผลปาล์มทะลายในขณะนี้ปรับขึ้นไปถึง กก.ละ 11 บาทแล้ว โดยในบางที่อาจจะสูงกว่านั้น เช่น จ.สุราษฎร์ธานีไปถึง กก.ละ 11.70-11.80 บาท หรือสูงสุดในรอบ 10 ปี

ส่วนราคาน้ำมันปาล์มดิบ (CPO) ปรับขึ้นไปเป็น กก.ละ 55-56 บาท เนื่องจากผลปาล์มรอบใหม่จะเริ่มออกช้ากว่าปกติเล็กน้อย โดยจะเริ่มออกในช่วงเดือนกุมภาพันธ์ประมาณ 20-30% จากนั้นจะทยอยเพิ่มเป็น 40-50% ในเดือนมีนาคมและคาดว่าจะเก็บผลผลิตสิ้นสุดในเดือนมิถุนายน

“สาเหตุที่ราคาปรับขึ้นเพราะปีนี้ผลผลิตออกล่าช้ากว่าปกติ จากตอนแรกที่กังวลว่าช่วงนี้ราคาจะลดลงเพราะช่วง ก.พ.-มี.ค.จะมีปัญหาราคาผลปาล์มตกทุกปี ทำให้รัฐบาลเร่งส่งออกน้ำมันปาล์มดิบออกไปนอกประเทศ แต่พอเปิดประเทศหลังสถานการณ์โควิด-19 คลี่คลายลง ทำให้ความต้องการใช้น้ำมันไบโอดีเซล (B100) เพิ่มขึ้นจากปกติ 60,000-70,000 ตันขึ้นไปเป็น 80,000-100,000 ตัน

โดยในส่วนของราคา B100 นั้น เบื้องต้นปรับไปตามสูตรที่กรมการค้าภายในกำหนดคือราคา CPO+3 บาท ถ้าราคา CPO กก.ละ 56+3 เท่ากับ 59 บาทราคาน้ำมันบริโภคก็จะใกล้เคียงกันคือ 59 บาทต่อขวด” นายมนัสกล่าว

สอดคล้องกับนายทิวา ปานจันทร์ นายกสมาคมลานเทปาล์มน้ำมันจังหวัดชุมพร กล่าวว่า เพิ่งขายปาล์มทะลายไปในราคา กก.ละ 11.70 บาท ถือว่าเป็นราคาสูงที่สุดในรอบ 6-7 ปีเลยทีเดียว สาเหตุส่วนหนึ่งมาจากปาล์มขาดคอ หรือผลผลิตออกน้อยด้วย

รัฐพลาดเร่งส่งออกน้ำมันปาล์ม

ด้านแหล่งข่าวจากโรงงานสกัดน้ำมันปาล์มใน จ.สุราษฎร์ธานี กล่าวว่า ราคารับซื้อผลปาล์ม กก.ละ 11.70-11.80 บาท หรือคิดเป็นราคาน้ำมันปาล์มดิบ CPO 56.25 บาท “ถือว่าปรับตัวขึ้นสูงมากในรอบหลายปี แต่ราคาผลปาล์มเคยขึ้นไปสูงถึง กก.ละ 12 บาท ส่วนแนวโน้มปีนี้ยังคาดการณ์ได้ยากเพราะผลผลิตปาล์มรอบใหม่ (ปี 2565/2566) จะออกช่วงปลายเดือน ก.พ.-มี.ค. ซึ่งมีแนวโน้มจะเพิ่มขึ้นจากปกติที่ปลูก 6 ล้านไร่ คาดการณ์ 16-17 ล้านตัน

“โรงสกัดน้ำมันปาล์มดิบซึ่งมีอยู่นับ 100 แห่ง ต่างไม่กล้าเก็บสต๊อก เมื่อซื้อมาก็รีบผลิตและขายให้หมดเพราะมีความเสี่ยง ถ้าซื้อมาราคาสูงไม่รีบขายแล้วราคาลงอาจจะขาดทุน” แหล่งข่าวกล่าว

ตอนนี้ผลกระทบที่เกิดขึ้นจากราคาน้ำมันปาล์มบริสุทธิ์ปรับตัวขึ้นสูงมากนั้นต้องมองก่อนว่า ราคาพืชน้ำมันในตลาดโลกปรับขึ้นทุกตัว ขณะที่สต๊อกน้ำมันปาล์มดิบของไทยก็ปรับลดลงไปเยอะ (สิ้นเดือนธันวาคมสต๊อก 161,092 ตัน) อันเป็นผลมาจากการบริหารจัดการสต๊อกน้ำมันปาล์มดิบที่มีก่อนหน้านี้มีถึง 300,000 ตัน จนรัฐบาลกลัวว่า จะทำให้ราคาผลปาล์มทะลายลดลง

ดังนั้นรัฐบาลจึงตัดสินใจมุ่งที่จะลดสต๊อกน้ำมันปาล์มดิบภายในประเทศในช่วงกลางปี 2564 ลงด้วยการ “อุดหนุน” การส่งออกน้ำมันปาล์มดิบจ่ายชดเชยให้ผู้ส่งออก กก.ละ 2 บาทแต่พอมาเปิดประเทศเมื่อเดือนพฤศจิกายน 2564 ปรากฏ ปริมาณการใช้ไบโอดีเซล (B100) ปรับขึ้นไปมาก ทะลุหลัก 100,000 ตัน ทั้งที่ตอนนี้นโยบายของกระทรวงพลังงานก็ลดการใช้ไบโอดีเซล B10 เหลือเป็น B7ไปจนถึงเดือนมีนาคมแล้วก็ตาม

ทั้งนี้ ประเทศไทยส่งออกปาล์มน้ำมันปี 2564 คิดเป็นมูลค่า 383.26 ล้านบาท หรือเพิ่มขึ้น 298.21% จากปี 2563 โดยตลาดส่งออกหลัก 5 อันดับแรก ได้แก่ มาเลเซีย 349.22 ล้านบาท หรือเพิ่มขึ้น 385.33%, อินเดีย 23.36 ล้านบาท หรือเพิ่มขึ้น 55.70%, ฟิลิปปินส์ 5.86 ล้านบาท หรือเพิ่มขึ้น 5.97%

น้ำมันขวดใกล้ทะลุ 70 บาท

แหล่งข่าวจากบริษัทผู้ผลิตน้ำมันปาล์มบริสุทธิ์รายใหญ่กล่าวว่า ตอนนี้ผลปาล์มทะลายมีน้อยและอยู่ในช่วงปลายฤดู ราคาผลปาล์มจึงปรับตัวสูงขึ้นอย่างต่อเนื่องตั้งแต่ช่วงปลายปีที่ผ่านมา ประกอบกับมีการ “ส่งออกน้ำมันปาล์ม” มากในช่วงไตรมาสสุดท้ายของปี 2564 จนทำให้น้ำมันปาล์มขาดแคลนและมีราคาสูงไปอีกระยะหนึ่ง อย่างน้อย ๆ อาจจะลากยาวไปจนถึงช่วงเดือนเมษายน-พฤษภาคมที่จะถึงนี้

“ราคาผลปาล์มหน้าสวนขายกันที่ประมาณ 12 บาท/กก. หากจะคำนวณเป็นราคาขายปลีกน้ำมันปาล์มบรรจุขวด (1 ลิตร) ราคาจะตกอยู่ที่ประมาณขวดละ 80 บาท ซึ่งที่ผ่านมาราคาน้ำมันปาล์มในตลาดได้ปรับตัวเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ตอนนี้ในโมเดอร์นเทรดรายใหญ่ เช่น บิ๊กซี โลตัส แม็คโคร ราคาน้ำมันปาล์มขวดจะอยู่ที่ประมาณ 56-59 บาท/ขวด

แต่บางห้างบางสาขาก็ไม่มีสินค้าบนเชลฟ์แล้ว ขณะที่ซูเปอร์มาร์เก็ตบางแห่งราคาขยับขึ้นไปถึง 62-63 บาท/ขวดแล้ว ส่วนร้านค้าปลีกที่เป็นโชห่วยราคาอยู่ที่ 65-67 บาท และยิ่งต่างจังหวัดที่ไกล ๆ ออกไปราคาก็จะสูงกว่านี้” แหล่งข่าวกล่าว

รวมออร์เดอร์ซื้อลอตใหญ่

นางฐนิวรรณ กุลมงคล นายกสมาคมภัตตาคารไทย กล่าวถึงผลกระทบจากราคาน้ำมันปาล์มที่ปรับเพิ่มสูงขึ้น แต่ผู้ประกอบการร้านอาหาร-ภัตตาคารยังไม่สามารถขึ้นราคาได้ทันที แม้จะต้องแบกรับต้นทุนอื่น ๆ ถ้าไม่เหลือบ่ากว่าแรง ผู้ประกอบการไม่เลือกจะขึ้นราคาแน่นอน เพราะตลาดมีการแข่งขันสูง

ขณะเดียวกันก็ต้องพยายามเร่งปรับตัว เช่น การพยายามสั่งออร์เดอร์วัตถุดิบร่วมกัน เป็นการสั่งรวมกันเพื่อให้ได้ปริมาณมาก ๆ จะได้มีราคาที่ถูกลง เพื่อเป็นการลดต้นทุนทางอีกทางหนึ่ง ซึ่งอาจจะเป็นการรวบรวมออร์เดอร์สินค้าจำเป็น ๆ เช่น น้ำมัน แก๊สหุงต้ม ข้าวสาร อาหารทะเล

ก่อนหน้านี้สมาคมฯพยายามจะลดภาระต้นทุนให้สมาชิกด้วยการจัดหาน้ำมันปาล์มจากซัพพลายเออร์รายย่อยและมีการสั่งซื้อเป็นลอตใหญ่ ซึ่งทำให้ต้นทุนต่อขวดลดลงมาประมาณ 10 บาท จากเดิมขวดละกว่า 50 บาท เหลือประมาณ 40 บาท อีกด้านหนึ่งก็มีการเจรจากับซัพพลายเออร์เพื่อขอ “ยืดเครดิต” จากเดิมที่ซื้อสินค้าเงินสดทั้งหมด เพื่อเป็นการช่วยเหลือและประคับประคองกันไป

ด้าน นายสุภัค หมื่นนิกร กรรมการผู้จัดการ บริษัทอีซี่ส์ อินเตอร์เนชั่นแนล แฟรนไชส์ จำกัด ผู้บริหารร้านแฮมเบอร์เกอร์ Siam Steak และไส้กรอกพรีเมี่ยมอีซี่ส์ กล่าวว่า ราคาน้ำมันปาล์มที่เพิ่มขึ้น รวมถึงวัตถุดิบอื่น ๆ ที่ปรับตัวเพิ่มขึ้น เป็นสิ่งที่ผู้ประกอบการร้านอาหารไม่สามารถควบคุมได้และต้องปรับตัวเพื่อรับมือ

สำหรับ “สยาม สะเต๊ค” เบื้องต้นได้มีการปรับตัว เช่น บางเมนูที่ต้องใช้กระบวนการทอดก็ต้องบริหารต้นทุนหรืออาจจะปรับราคาขายปลีก หันมาบริหารจัดการ สร้างแบรนด์แวลู่ให้มันแข็งแรง ควบคู่กับการพัฒนาโปรดักต์ใหม่ ๆ ให้ลูกค้ารู้สึกคุ้มค่าที่จะจ่าย พร้อมกับวิธีการบริหาร ลดปริมาณเนื้อสัตว์ที่จะเอาไปทอดลง หรือแม้บางอย่างต้องมีเทคนิคในการแยกน้ำมันให้ได้มากขึ้น

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...