โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

เชื่อได้หรือไม่? บนเรือ 6 คน แต่ ‘แตงโม’ เมาคนเดียว เทียบดื่ม 12 แก้ว ชี้ไม่แฟร์กับคนตาย

The Bangkok Insight

อัพเดต 22 มี.ค. 2565 เวลา 06.39 น. • เผยแพร่ 22 มี.ค. 2565 เวลา 06.27 น. • The Bangkok Insight

เชื่อได้หรือไม่? แตงโม นิดา เมาคนเดียว หลังพบปริมาณแอลกอฮอล์ 93 mg% เทียบดื่ม 12 แก้ว หมอพรทิพย์ ชี้ไม่แฟร์กับคนตาย เหตุเพื่อน 5 คน บนเรือไม่ถูกตรวจทันที

ความคืบหน้ากรณีการเสียชีวิตของ แตงโม นิดา จากเหตุการณ์พลัดตกเรือกลางแม่น้ำเจ้าพระยา ยังสรุปไม่ได้ว่าเป็นอุบัติเหตุล้วน ๆ หรือถูกกระทำ โดยก่อนหน้านี้ พญ.คุณหญิงพรทิพย์ โรจนสุนันท์ ซึ่งร่วมสังเกตการณ์การผ่าชันสูตรศพครั้งที่ 2 ของแตงโม เปิดเผยว่า แตงโมมีปริมาณแอลกอฮอล์ที่ตรวจพบในลูกตา 93 มิลลิกรัมเปอร์เซ็นต์ ขณะที่เพื่อน 5 คน บนเรือไม่ยอมตรวจแอลกอฮอล์ แล้วมาตรวจภายหลัง ซึ่งมองว่าไม่แฟร์กับคนตาย ทำไมไม่ตรวจทันที อีกทั้งมีการให้ข่าวว่าไม่พบปริมาณแอลกอฮอล์ ไม่เจอแก้วและขวดไวน์ ซึ่งแสดงให้เห็นว่าพยานหลักฐานถูกทำลาย

หมอพรทิพย์ ชี้ไม่แฟร์กับคนตาย ผลตรวจ แตงโม คาดดื่มหนัก 12 แก้ว แต่คนบนเรือไม่ถูกตรวจทันที

ล่าสุด (22 มี.ค.) นายมงคลกิตติ์ สุขสินธารานนท์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ หัวหน้าพรรคไทยศรีวิไลย์ ได้โพสต์ข้อความในเฟซบุ๊ก มงคลกิตติ์ สุขสินธารานนท์ ตั้งคำถามเกี่ยวกับเรื่องนี้ด้วยเช่นกันว่า

“เชื่อได้หรือไม่ #แตงโมเมาคนเดียว ผลตรวจเลือด ปอ ,จ๊อบ , โรเบิร์ต ไม่พบแอลกอฮอล์และสารเสพติด

ผลตรวจเลือด แตงโม พบ แอลกอฮอล์ 93 mg% (เทียบดื่มเหล้า 11.16 แก้ว มีเหล้าแก้วละ 2 ฝา หรือ ดื่มไวน์ 150 cc/แก้ว แอลกอฮอล์ 12 mg% หรือดื่ม 7.75 แก้ว)

เรือสปีดโบ๊ตทั้งลำ 6 คน ขี้เมาคนเดียว จริงหรือไม่

ข้อมูล

Alcohol 50 mg% การมองเห็นลดลง ความสามารถควบคุมร่างกายช้าลง

Alcohol 90mg%-100mg% คลื่นไส้ อาเจียน เดินเซ พูดไม่รู้เรื่อง การตอบสนองตัดสินใจช้าลง

ถ้าขับรถทางบก ชนคนตาย ถ้ามีแอลกอฮอล์ เกิน 50 mg% ทำผู้อื่นเสียชีวิต ปรับ 60,000-200,000 บาท จำคุก 3-10 ปี”

ทั้งนี้ จากการสังเกตที่ร่าง แตงโม ทางด้าน หมอพรทิพย์ ยังกล่าวอีกว่า หมอรู้ว่ามันมีอะไรบางอย่างไม่ยอมไปด้วยกัน หลักสากลต้องบูรณาการร่วมกัน ประกอบด้วย

สัญญาณครั้งที่ 1 เหมือนมีการแทรกแซง โดยการที่คนบนเรือหายไปแล้วไปรวมตัวกันกลับมาให้ข้อมูล

สัญญาณครั้งที่ 2 เรือไม่เป็นวัตถุพยาน คนก็ไม่เป็นหลักฐานโดยอ้างว่าเขายังไม่เป็นผู้ต้องหา มันแปลก

สัญญาณครั้งที่ 3 สั่งย้ายศพ เดิมจะส่งไปชันสูตรที่สถาบันนิติวิทยาศาสตร์ กระทรวงยุติธรรม แต่กลับเปลี่ยนสถานที่ไปชันสูตรที่นิติเวช รพ.ตำรวจ ทำให้สังคมไม่วางใจว่าแตงโม จะได้รับความยุติธรรมหรือไม่

“คดีนี้เรื่องศพไม่น่าใช่ปัญหา ปัญหาใหญ่อยู่ที่การรวบรวมพยานหลักฐาน ตัวคดีไม่ยากเพราะที่เกิดเหตุมันบังคับ มันคือเรือและคนทั้ง 5 บวกผู้ตาย ศพไม่สามารถตอบได้หมด คดีนี้มีการปล่อยให้เรือหลุดออกจากห่วงโซ่วัตถุพยาน ทำให้ไม่ได้เก็บพยานหลักฐานคนบนเรือโดยทันที มาเก็บภายหลังแล้วมาใช้ในคดีไม่ได้ มันมีอะไรไม่ตรงตั้งแต่เริ่มต้น”

หมอพรทิพย์ ยังระบุอีกว่า การผ่าชันสูตรศพแตงโม รอบสอง ตนเข้าไปสังเกตการณ์เป็นที่ปรึกษา มีข้อมูลครบแต่ขอไม่บอก เป็นหน้าที่ที่เราจะทำงานต่อ คนที่จะตอบได้คือหมอที่ทำการชันสูตรครั้งแรกกับครั้งที่สอง เรามีกระบวนการไม่อยากให้สังคมสับสน “ไม่มีอะไรฝืนความจริง เชื่อว่าความจริงจะปรากฎทั้งหมด”

“คดีแตงโม เป็นเหมือนยอดเขาน้ำแข็ง ของหุบเขาของปัญหากระบวนการยุติธรรม หลายคนกำลังสนใจเพียงแค่ว่าความจริงคืออะไร ช่วยกันสืบ ขนาดคดีแตงโม ยังเป็นแบบนี้ ถ้าเป็นประชาชนที่ไม่มีที่มาที่ไปคงยากมากที่จะทำให้เกิดความยุติธรรมขึ้น เพราะฉะนั้นภาพที่เห็นคือภาพใหญ่ของกระบวนการยุติธรรม ที่ว่าด้วยเรื่องการพิสูจน์ศพ การเก็บพยานหลักฐาน ที่สำคัญที่สุดคือสิทธิที่จะรับรู้ และเรื่องกระบวนการสอบสวน”

ขอบคุณที่มา เรื่องเล่าเช้านี้ , เฟซบุ๊ก มงคลกิตติ์ สุขสินธารานนท์

อ่านข่าวเพิ่มเติม

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...