โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ไอที ธุรกิจ

Grab โชว์วิชั่นปี’68 ชูกลยุทธ์ "S.M.A.R.T" จับลูกค้าทุกเซ็กเมนต์

ประชาชาติธุรกิจ

อัพเดต 18 มี.ค. 2568 เวลา 08.40 น. • เผยแพร่ 18 มี.ค. 2568 เวลา 07.55 น.

Grab เปิดปี 2568 พร้อม “เอ็มดี” คนใหม่ ชูกลยุทธ์ “S.M.A.R.T” ขยายบริการ-เพิ่มฟีเจอร์-เปิดตัวโปรแกรม GrabVIP จับเซ็กเมนต์ลูกค้าทุกกลุ่ม สานต่อความสำเร็จปี 2567

นางสาวจันต์สุดา ธนานิตยะอุดม กรรมการผู้จัดการใหญ่ แกร็บ ประเทศไทย กล่าวว่า ปี 2567 “แกร็บ” (Grab) สร้างการเติบโตอย่างต่อเนื่องในทุกธุรกิจ โดยมีไฮไลต์ความสำเร็จมากมาย ไม่ว่าจะเป็นการส่งเสริมการท่องเที่ยวให้กับประเทศไทย ผ่านกิจกรรมสำคัญอย่างการเปิดให้บริการจุดรับ-ส่งในสนามบินหลักทั้ง 4 แห่ง ได้แก่ สนามบินสุวรรณภูมิ ดอนเมือง ภูเก็ต และเชียงใหม่

การทำแคมเปญเพื่อโปรโมตการท่องเที่ยวร่วมกับการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) ตลอดทั้งปี โดยเฉพาะการส่งเสริมการท่องเที่ยวในจังหวัดเมืองรอง ควบคู่ไปกับการขยายบริการเรียกรถไปยังพื้นที่ใหม่ ๆ เพื่ออำนวยความสะดวกให้กับนักท่องเที่ยว

ตลอดจนการร่วมกับพันธมิตรภาคเอกชนจัดตั้งภาคีเครือข่ายเพื่อขับเคลื่อนอุตสาหกรรมการท่องเที่ยว (Tourism Taskforce) เพื่อสนับสนุนนโยบายของรัฐบาลในการส่งเสริมอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวและผลักดันให้ไทยกลายเป็นศูนย์กลางการท่องเที่ยวในภูมิภาค และด้วยอานิสงส์ของนโยบายดังกล่าวทำให้ในปี 2567 ยอดใช้บริการเรียกรถในกลุ่มนักท่องเที่ยวต่างชาติเติบโตขึ้นถึง 138%

ในปีที่ผ่านมาแกร็บยังมีการอัพเกรดฟีเจอร์ Group Order หรือบริการสั่งอาหารแบบกลุ่ม ที่มียอดสั่งอาหารเติบโตขึ้น 2 เท่า การปรับโฉมฟีเจอร์ Advance Booking หรือบริการจองรถล่วงหน้า โดยมียอดใช้บริการพุ่งขึ้นถึง 60% ในช่วงเทศกาล รวมถึงบริการ Dine Out Deals หรือการขายดีลพิเศษสำหรับการรับประทานที่ร้าน ซึ่งมียอดการใช้บริการเติบโตขึ้นกว่า 11 เท่า

รวมถึงมีการเสนอทางเลือกใหม่ของบริการในราคาที่เข้าถึงได้ เช่น GrabCar SAVER และ GrabBike SAVER ซึ่งมียอดใช้บริการที่เติบโตขึ้นมากกว่า 4 เท่า การเพิ่มตัวเลือก Delivery SAVER ในบริการสั่งอาหาร มีผู้ใช้บริการเพิ่มขึ้นถึง 3 เท่า รวมถึงการเปิดตัวซับแบรนด์ Hot Deals เพื่อนำเสนอดีลส่วนลดจากร้านอาหารดังทั่วประเทศ โดยในปีที่ผ่านมาช่วยให้ผู้ใช้บริการประหยัดเงินรวมกว่า 2 พันล้านบาท

นอกจากนี้ แกร็บยังเดินหน้าขยายธุรกิจในกลุ่มลูกค้าองค์กร (B2B) โดยเฉพาะบริการ GrabAds ที่ปรับรูปแบบจากการขายโฆษณาเป็นการนำเสนอโซลูชั่นการตลาดแบบสร้างสรรค์ (Creative Marketing Solutions) เพื่อช่วยให้ลูกค้าและพันธมิตรธุรกิจสามารถสร้างแบรนด์และยอดขายจากออนไลน์ไปสู่ออฟไลน์ รวมถึงบริการ GrabForBusiness ที่มีการขยายกลุ่มเป้าหมายไปยังอุตสาหกรรมอื่น ๆ จนมีฐานลูกค้าเพิ่มขึ้นถึง 80%

นางสาวจันต์สุดากล่าวด้วยว่า สำหรับปี 2568 แกร็บยังคงเดินหน้าขับเคลื่อนธุรกิจเพื่อสร้างการเติบโตอย่างยั่งยืน ภายใต้วิสัยทัศน์ “Lead with Purpose” มุ่งสร้างความได้เปรียบในเชิงการแข่งขันและการเป็นผู้นำตลาด ควบคู่ไปกับการสานต่อพันธกิจ GrabForGood ที่มุ่งใช้เทคโนโลยีและแพลตฟอร์มดิจิทัลเพื่อสร้างความเปลี่ยนแปลงเชิงบวกให้กับสังคมและสิ่งแวดล้อม พร้อมสนับสนุนนโยบายของรัฐบาลในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจดิจิทัลและสร้างชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีขึ้นให้กับคนไทย

โดยจะมุ่งไปที่ 5 แนวทางหลักภายใต้กลยุทธ์ “S.M.A.R.T” ได้แก่

S : Sustainability สร้างความยั่งยืนในทุกมิติ

  • สานต่อโครงการ Grab EV ที่ส่งเสริมให้คนขับใช้ยานยนต์ไฟฟ้า (EV) เพื่อลดผลกระทบในด้านสิ่งแวดล้อม ปัจจุบันมียอดการใช้รถ EV แล้วกว่า 1 หมื่นคัน ควบคู่ไปกับโครงการชดเชยคาร์บอน ที่ให้ผู้ใช้บริการร่วมบริจาคเงินผ่านฟีเจอร์ Carbon Offset เพื่อนำไปซื้อคาร์บอนเครดิตและทำกิจกรรมปลูกต้นไม้เพื่อเพิ่มพื้นที่สีเขียว
  • เริ่มทดลองกิจกรรมใหม่ ๆ เช่น โครงการ Grab Go Green อิ่มคุ้มช่วยโลกกับ GrabFood ที่ส่งเสริมให้ผู้ใช้บริการสั่งอาหารในราคาพิเศษในช่วงก่อนปิดร้านเพื่อช่วยลดขยะอาหารจากร้านค้า
  • สร้างโอกาสให้กับกลุ่มเยาวชนคนรุ่นใหม่ผ่าน “โครงการ GrabSpark” ที่เปิดเวทีให้นักศึกษาระดับมหาวิทยาลัยได้แสดงศักยภาพผ่านการประกวดแผนธุรกิจ พร้อมโอกาสในการฝึกงานกับแกร็บ
  • โครงการ GrabScholar มอบทุนการศึกษาให้กับนักเรียนนักศึกษาที่มีศักยภาพ โดยลงทุนกว่า 3 ล้านบาทต่อปี

M : Market Expansion ขยายบริการให้เข้าถึงคนทุกรุ่น

  • เปิดตัว “Friends of Grab” เพื่อดึงดูดกลุ่ม Gen Z และ Millennials นอกจากกลุ่ม Gen Y ที่มีการใช้แกร็บเป็นส่วนใหญ่อยู่แล้ว
  • ผลักดันการใช้ฟีเจอร์บัญชีครอบครัว (Family Account) เพื่อขยายการให้บริการไปยังกลุ่ม Baby Boomer และ Gen Alpha ผ่านผู้ใช้บริการหลัก (Core User) ที่ต้องการเรียกรถให้กับสมาชิกในครอบครัว ไม่ว่าจะเป็นกลุ่มคนอาวุโสและกลุ่มเด็กเล็ก
  • สนับสนุนการท่องเที่ยวไทยโดยเฉพาะนโยบาย “Amazing Thailand Grand Tourism and Sports Year 2025” ของรัฐบาล ผ่านการสนับสนุนและเข้าร่วมอีเวนต์สำคัญระดับประเทศและเทศกาลเชิงวัฒนธรรมต่าง ๆ

A : Affordability นำเสนอทางเลือกในราคาที่เข้าถึงได้

  • ขยายบริการ GrabCar SAVER และ GrabBike SAVER ให้ครอบคลุมทั่วประเทศ จากเดิมที่ทดลองให้บริการเฉพาะหัวเมืองหลัก
  • ชูไฮไลต์ซับแบรนด์“Hot Deals” พร้อมเพิ่มจำนวนร้านที่เข้าร่วมโปรแกรม ควบคู่ไปกับการนำเสนอโปรโมชั่นตามช่วงเทศกาลหรือโอกาสพิเศษต่าง ๆ รวมถึงชูแคมเปญใหญ่ “GrabFood Mega Sale” ที่มอบส่วนลดจัดสูงสุด 80% พร้อมส่งฟรีให้กับผู้ใช้บริการทั่วประเทศ

R : Retention รักษาฐานลูกค้าและมัดใจคนขับ-พาร์ตเนอร์ร้านค้า

  • GrabUnlimited เป็นโปรแกรมหลักที่ช่วยมัดใจผู้ใช้บริการผ่านการมอบสิทธิประโยชน์และส่วนลดที่คุ้มค่า ครอบคลุมทุกบริการ ด้วยแพ็กเกจสมาชิกรายเดือนเพียง 19 บาทต่อเดือน หรือรายปีเพียง 99 บาทต่อปี
  • พัฒนา GrabVIP หรือโปรแกรมสิทธิพิเศษสำหรับผู้ใช้บริการที่มียอดใช้จ่ายสูงกว่า 30,000 บาทในระยะเวลา 3 เดือน อาทิ รับสิทธิ์ส่งอาหารไว (Priority Delivery) 5 ครั้งต่อเดือน และความช่วยเหลือพิเศษก่อนใคร (Priority Support) จากศูนย์ช่วยเหลือแกร็บ
  • สำหรับคนขับ มีสิทธิประโยชน์ต่าง ๆ อาทิ ฟรีประกันรถจักรยานยนต์ และการลดอัตราดอกเบี้ยสำหรับบริการสินเชื่อเงินสด สำหรับคนขับ GrabBike และฟรีประกันสุขภาพสำหรับคนในครอบครัว สำหรับคนขับ GrabCar พร้อมจัดกิจกรรมเซอร์ไพรส์แจกรถยนต์-รถจักรยานยนต์ในช่วงเทศกาลสำคัญ เป็นต้น
  • สำหรับกลุ่มพาร์ตเนอร์ร้านค้า พัฒนาบริการสินเชื่อเพื่อช่วยเสริมสภาพคล่องและเป็นทุนในการขยายธุรกิจให้กับกลุ่มผู้ประกอบการร้านอาหาร พร้อมทั้งพัฒนาประกันค้าขายหายห่วง เพื่อให้ความคุ้มครองผู้ประกอบการธุรกิจจากเหตุไม่คาดฝันด้วยวงเงินคุ้มครองสูงสุดถึง 5 ล้านบาท

T : Tech & Innovation พัฒนานวัตกรรมและเทคโนโลยี

  • เปิดตัวฟีเจอร์ใหม่ ๆ ตั้งแต่ต้นปี เช่น Advance Booking for Airport Pickups บริการจองรถล่วงหน้าเพื่อให้มารับที่สนามบิน โดยสามารถระบุไฟลต์และเวลาเดินทางเพื่อเป็นข้อมูลให้กับคนขับได้ โดยทดลองให้บริการแล้วที่สนามบินภูเก็ต
  • GrabExecutive บริการเรียกรถล่วงหน้าที่เจาะกลุ่มนักธุรกิจและลูกค้าไฮเอนด์และนักท่องเที่ยว
  • Book Table บริการสำหรับจองร้านอาหารเพื่อรับประทานที่ร้าน ซึ่งเป็นการผสานความร่วมมือและเชื่อมต่อกับระบบของ Chope ซึ่งมีจุดแข็งในด้านระบบการจองร้านอาหาร
  • พัฒนา QR Payment เพื่อเพิ่มทางเลือกการชำระเงินให้กับผู้ใช้บริการ ทั้งยังช่วยแก้ปัญหาให้กับคนขับที่อาจมีเงินสดสำรองไม่เพียงพอ

นางสาวจันต์สุดาทิ้งท้ายด้วยว่า ตลอดระยะเวลาเกือบ 12 ปีของการดำเนินธุรกิจในประเทศไทย แกร็บได้เป็นส่วนหนึ่งในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจดิจิทัล พร้อมสร้างการเปลี่ยนแปลงเชิงบวกให้กับสังคมไทยอย่างเป็นรูปธรรม

สะท้อนผ่านผลการศึกษาของสถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย (TDRI) ที่ระบุว่ากิจกรรมทางธุรกิจที่เกิดขึ้นในวงจรธุรกิจของแกร็บในปี 2566 ได้สร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจให้กับประเทศไทยสูงถึง 1.79 แสนล้านบาท หรือคิดเป็น 1% ของผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ (GDP)

“ความสำเร็จที่ผ่านมาเป็นความภาคภูมิใจและเป็นแรงผลักดันให้แกร็บยังคงเดินหน้าขับเคลื่อนธุรกิจอย่างมีเป้าหมาย และเป็นส่วนหนึ่งที่จะช่วยผลักดันเศรษฐกิจไทยให้เติบโตและยกระดับคุณภาพชีวิตของไทยต่อไป”

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : Grab โชว์วิชั่นปี’68 ชูกลยุทธ์ “S.M.A.R.T” จับลูกค้าทุกเซ็กเมนต์

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.prachachat.net

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...