โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

ตลาดไวน์โลกวิกฤติ ผลิตต่ำสุดรอบ 60 ปี คนดื่มน้อยลง เน้นคุณภาพ Gen Z นำเทรนด์ ดันผู้ผลิตเร่งปรับตัว

Thairath Money

อัพเดต 07 มี.ค. 2568 เวลา 12.13 น. • เผยแพร่ 07 มี.ค. 2568 เวลา 09.56 น.
ภาพไฮไลต์

ในช่วงสิบปีที่ผ่านมา"อุตสาหกรรมไวน์" เคยเป็นหนึ่งในตลาดที่มั่นคงและเติบโตต่อเนื่อง โดยมีฐานผู้บริโภคที่ภักดีและวัฒนธรรมการดื่มที่ฝังรากลึกในหลายภูมิภาคทั่วโลก ทว่า กระแสการบริโภคไวน์เริ่มเปลี่ยนแปลงอย่างมีนัยสำคัญ ส่งผลให้อุตสาหกรรมไวน์ต้องปรับตัวเพื่อรองรับพฤติกรรมผู้บริโภคที่เปลี่ยนแปลงไป บวกกับความตระหนักด้านสุขภาพที่เพิ่มขึ้นและอัตราเงินเฟ้อที่ส่งผลต่อพฤติกรรมการใช้จ่ายของผู้บริโภค
อย่างไรก็ตาม แม้การบริโภคไวน์โดยรวมจะลดลง แต่อุตสาหกรรมไวน์กลับเห็นโอกาสใหม่ ๆ ในตลาดเฉพาะกลุ่ม พบว่ากลุ่มไวน์ออร์แกนิก ไวน์พรีเมียม ไวน์ส้ม รวมถึงไวน์ไร้แอลกอฮอล์ กลายเป็นตัวเลือกที่ได้รับความสนใจมากยิ่งขึ้น

การผลิตไวน์ลดลงต่ำสุดในรอบกว่า 60 ปี

องค์การระหว่างประเทศด้านองุ่นและไวน์ (International Organization of Wine and Vine – OIV) คาดการณ์ว่าการผลิตไวน์ทั่วโลกในปีที่ผ่านมาลดลงราว 2% ซึ่งเป็นระดับต่ำสุดนับตั้งแต่ปี 1961 โดยมีปัจจัยสำคัญจาก ‘ปัญหาสภาพอากาศ’ และ ‘ภัยธรรมชาติ’ ที่กระทบต่อผลผลิตไวน์ โดยเฉพาะในฝรั่งเศส ผู้นำด้านการผลิตและส่งออกไวน์ของโลกที่ผลผลิตลดลงอย่างมีนัยสำคัญจนส่งผลกระทบต่ออุปทานไวน์ทั่วโลก

แนวโน้มการผลิตไวน์ที่ลดลงยังสอดคล้องกับการบริโภคที่ลดลง โดยสถิติล่าสุดระบุว่า การบริโภคไวน์ทั่วโลกลดลง 2.6% ในปี 2023 เมื่อเทียบกับปี 2022 ซึ่งเป็นช่วงที่ตัวเลขการบริโภคอยู่ในระดับต่ำอยู่แล้ว

ริชาร์ด ฮอลสเตด (Richard Halstead) ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายปฏิบัติการด้านการวิจัยผู้บริโภคของ IWSR อธิบายว่า “ผู้คนพยายามลดการดื่มแอลกอฮอล์ลงอย่างเห็นได้ชัด” เขาเสริมว่า แม้เครื่องดื่มประเภทสุรา เช่น คอนยัคและวิสกี้ จะยังคงได้รับความนิยมในโอกาสพิเศษ แต่ไวน์และเบียร์ซึ่งเคยเป็นตัวเลือกที่บริโภคกันเป็นประจำ กำลังได้รับผลกระทบจากพฤติกรรมที่เปลี่ยนแปลงไปของผู้บริโภค

ผู้บริโภคให้ความสำคัญกับคุณภาพมากกว่าปริมาณ

ทาเทียนา โฟคินา (Tatiana Fokina) ประธานเจ้าหน้าที่บริหารของ Hedonism Wines ร้านจำหน่ายไวน์และสุราหายากในย่านเมย์แฟร์ เปิดเผยว่า ตั้งแต่ปี 2012 เป็นต้นมา เธอสังเกตเห็นความเปลี่ยนแปลงที่ชัดเจนในพฤติกรรมของผู้บริโภค โดยเฉพาะในด้านความรู้และความเข้าใจเกี่ยวกับไวน์

“ฉันคิดว่าผู้บริโภคมีความรู้เกี่ยวกับไวน์มากขึ้น พวกเขามีรสนิยมที่ซับซ้อนขึ้น และให้ความสนใจกับไวน์คุณภาพสูงมากกว่าการซื้อไวน์ทั่วไปที่มีคุณภาพระดับต่ำลงมา” โฟคินากล่าว

อย่างไรก็ตาม นักวิเคราะห์ในอุตสาหกรรมคาดการณ์ว่า ตลาดไวน์ระดับพรีเมียมจะฟื้นตัวหลังจากที่ราคาลดลง 11% ในปี 2024 โดยโครงสร้างของผู้บริโภคไวน์ระดับนี้กำลังเปลี่ยนแปลงไป กลุ่มเบบี้บูมเมอร์ (ผู้ที่เกิดระหว่างปี 1946-1964) ซึ่งเคยเป็นตลาดหลักของไวน์กำลังลดบทบาทลง ในขณะที่คนรุ่นใหม่เริ่มเข้าสู่ตลาดผ่านช่องทางดิจิทัล ซึ่งช่วยให้การเข้าถึงไวน์ระดับสูงเป็นไปได้ง่ายขึ้น

โฟคินากล่าวเสริมว่าปัจจุบันผู้บริโภคยอมจ่ายเงินเพื่อซื้อไวน์คุณภาพดีเพียงขวดเดียว มากกว่าที่จะซื้อไวน์ธรรมดาหลายขวด นอกจากนี้ ความนิยมในการซื้อไวน์ขวดเล็กครึ่งขวดก็กำลังเพิ่มขึ้น เนื่องจากผู้บริโภคไม่ต้องการเปิดไวน์ขวดใหญ่เมื่อดื่มเพียงคนเดียวในวันธรรมดา

การเติบโตของไวน์ไร้แอลกอฮอล์

ขณะเดียวกัน กลุ่มคนรุ่นใหม่กำลังเป็นกลุ่มที่ขับเคลื่อนการเติบโตของ ‘ตลาดไวน์ไร้แอลกอฮอล์’ โดยเฉพาะ Gen Z (ผู้ที่เกิดระหว่างปี 1996-2012) ปัจจุบันคิดเป็น 45% ของกลุ่มผู้ดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ และพวกเขามีแนวโน้มดื่มน้อยกว่าคนรุ่นก่อนหน้าอย่างมีนัยสำคัญ โดยเหตุผลหลักมาจากการให้ความสำคัญกับสุขภาพและไลฟ์สไตล์ที่สมดุล ผลสำรวจของ Mintel ระบุว่า คนวัย 20-24 ปีในสหราชอาณาจักรมีแนวโน้มซื้อเครื่องดื่มแอลกอฮอล์น้อยกว่าคนรุ่นก่อนถึงครึ่งหนึ่ง

โดย IWSR คาดการณ์ว่า ตลาดเครื่องดื่มไร้แอลกอฮอล์จะเติบโตอย่างก้าวกระโดด โดยเฉพาะไวน์ไร้แอลกอฮอล์ ซึ่งมีอัตราการเติบโตเฉลี่ยต่อปีที่ 12% ในช่วงปี 2023-2027 ในขณะที่ตลาดเบียร์และไซเดอร์ไร้แอลกอฮอล์เติบโตเพียง 2%

มิเชล ดูเคริส (Michel Doukeris) ประธานเจ้าหน้าที่บริหารของ AB InBev บริษัทผู้ผลิตเบียร์รายใหญ่ กล่าวว่า ตัวเลือกไร้แอลกอฮอล์ช่วยให้ผู้บริโภคสามารถเข้าร่วมกิจกรรมทางสังคมได้โดยไม่ต้องกังวลเกี่ยวกับผลกระทบของแอลกอฮอล์

“ปกติแล้ว คนที่ต้องขับรถอาจไม่สามารถดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ได้ แต่ปัจจุบันพวกเขาสามารถเลือกเบียร์ไร้แอลกอฮอล์ ดื่มสังสรรค์กับเพื่อน และขับรถกลับบ้านได้” ดูเคริสกล่าว พร้อมเสริมว่าผู้บริโภคจำนวนมากกำลังปรับเปลี่ยนพฤติกรรมของตนโดยหันมาเลือกเครื่องดื่มไร้แอลกอฮอล์มากขึ้น

แนวโน้มใหม่ ไวน์ออร์แกนิกและไวน์ส้มได้รับความนิยมเพิ่มขึ้น

“อุตสาหกรรมกำลังคิดหาวิธีทำให้ผู้บริโภคยินดีจ่ายเงินมากขึ้น ด้วยการนำเสนอผลิตภัณฑ์ที่น่าสนใจขึ้น” ฮอลสเตดกล่าว “คุณจะเห็นว่า ไวน์ธรรมชาติ ไวน์ออร์แกนิก ไวน์ส้ม และไวน์ที่ผลิตด้วยวิธีดั้งเดิมเริ่มได้รับความนิยมมากขึ้น เพราะผู้บริโภคต้องการควบคุมการเลือกของตนเอง และสนใจคุณลักษณะของผลิตภัณฑ์มากกว่าที่จะมองว่าเป็นเพียงเครื่องดื่มแอลกอฮอล์”

แนวโน้มนี้ทำให้ตลาดไวน์เฉพาะกลุ่มเติบโตขึ้นอย่างมาก รายงานจากบริษัทวิจัยตลาด Horizon ระบุว่า ตลาดไวน์ออร์แกนิกจะมีอัตราการเติบโตเฉลี่ยต่อปีที่ 10.3% ระหว่างปี 2024-2030 โดยยุโรปจะเป็นภูมิภาคที่สร้างรายได้สูงสุด ขณะเดียวกันไวน์ส้ม ซึ่งเป็นไวน์ขาวที่หมักพร้อมกับเปลือกองุ่นนานขึ้น ก็กำลังได้รับความนิยมอย่างต่อเนื่องเช่นเดียวกัน

อ้างอิงข้อมูลจาก CNBC

ติดตามเพจ Facebook : Thairath Money ได้ที่ลิงก์นี้ -

https://www.facebook.com/ThairathMoney

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : ตลาดไวน์โลกวิกฤติ ผลิตต่ำสุดรอบ 60 ปี คนดื่มน้อยลง เน้นคุณภาพ Gen Z นำเทรนด์ ดันผู้ผลิตเร่งปรับตัว

ข่าวอื่นที่เกี่ยวข้อง

ตามข่าวก่อนใครได้ที่
- Website : Thairath Money
- LINE Official : Thairath

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...