โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

สุขภาพ

วัคซีนป้องกันโรคไวรัสโรต้า | โรงพยาบาลบำรุงราษฎร์

Bumrungrad International

อัพเดต 30 พ.ค. 2568 เวลา 06.12 น. • เผยแพร่ 24 มี.ค. 2568 เวลา 08.29 น.

ไวรัสโรต้าเป็นไวรัสที่ทำให้เกิดอาการท้องเสียโดยเฉพาะในทารกและเด็กเล็ก บางรายอาจท้องเสียรุนแรงและเกิดภาวะขาดน้ำได้ ไวรัสโรต้าสามารถแพร่กระจายได้ง่ายและรวดเร็ว โดยเชื้อไวรัสอาจติดมากับมือหรือของเล่นที่เปื้อนน้ำมูก น้ำลาย หรืออุจจาระของผู้ที่ติดเชื้อ เมื่อเด็กสัมผัสและเอามือเข้าปาก เชื้อโรคก็จะเข้าสู่ร่างกาย การระบาดของไวรัสโรต้ามักเกิดในครอบครัว โรงเรียนเด็กเล็ก หรือสถานเลี้ยงเด็ก

อาการแสดงเมื่อติดเชื้อไวรัสโรต้า

ส่วนใหญ่เริ่มมีอาการหลังจากได้รับเชื้อ 1-3 วัน เริ่มจากมีไข้ต่ำๆ (ผู้ป่วย 1 ใน 3 จะมีไข้สูงกว่า 39 องศาเซลเซียส) และอาเจียนร่วมด้วย ตามมาด้วยถ่ายเหลว โดยปกติแล้วอาการดีขึ้นภายใน 3-7 วัน หากอาการรุนแรงจะถ่ายอุจจาระและอาเจียนมาก อาจเกิดภาวะขาดน้ำได้ ควรติดตามอาการอย่างใกล้ชิด หากมีอาการปากแห้ง กระหายน้ำ ปัสสาวะน้อยลง ควรรีบไปพบแพทย์โดยด่วน

ใครควรได้รับวัคซีนป้องกันโรคไวรัสโรต้า

เด็กทุกคนที่มีอายุ 2 เดือนและมีภูมิคุ้มกันปกติควรได้รับวัคซีนนี้ วัคซีนไวรัสโรต้าจะป้องกันอาการท้องเสียและอาเจียนจากไวรัสโรต้าได้ดี แต่ไม่ได้ป้องกันอาการท้องเสียหรืออาเจียนที่เกิดจากเชื้อโรคอื่น

วิธีใช้วัคซีนป้องกันโรคไวรัสโรต้า

  • วัคซีนไวรัสโรต้าเป็นวัคซีนที่ให้ทางปาก (กลืน) ไม่ต้องฉีด
  • วัคซีนไวรัสโรต้าในท้องตลาดมี 2 ชนิด คือ Rotarix® และ Rotateq® โดยวัคซีนทั้งสองมีประสิทธิภาพเทียบเคียงกัน
  • ควรรับวัคซีนยี่ห้อเดียวกันให้ครบตามกำหนด

ชื่อการค้า

ครั้งที่ 1

ครั้งที่ 2

ครั้งที่ 3

Rotarix® หยอด 2 ครั้ง

อายุ 2 เดือน

อายุ 4 เดือน

---

Rotateq® หยอด 3 ครั้ง

อายุ 2 เดือน

อายุ 4 เดือน

อายุ 6 เดือน

***คำแนะนำการรับวัคซีน ครั้งที่ 1 อายุไม่ควรเกิน 15สัปดาห์ และวัคซีนครั้งสุดท้ายเมื่ออายุไม่เกิน 8 เดือน***

ใครไม่ควรได้รับวัคซีนไวรัสโรต้า หรือควรชะลอไว้ก่อน

  • เด็กที่แพ้วัคซีนหรือส่วนผสมของวัคซีนไวรัสโรต้าอย่างรุนแรงถึงขั้นเป็นอันตรายต่อชีวิตไม่ควรรับวัคซีนครั้งต่อไปอีก
  • เด็กที่เป็นโรคขาดภูมิต้านทานอย่างรุนแรง (severe combined immunodeficiency: SCID) หรือเคยเป็นโรคลำไส้กลืนกัน (intussusceptions) ไม่ควรได้รับวัคซีนไวรัสโรต้า
  • แจ้งให้แพทย์ทราบหากเด็กมีประวัติแพ้รุนแรง รวมถึงมีประวัติแพ้ยาง (latex)
  • ตรวจสอบกับแพทย์หากเด็กมีภูมิคุ้มกันลดลงอันเนื่องมาจากเอชไอวี/เอดส์หรือโรคอื่นๆ ที่มีผลกระทบต่อภูมิคุ้มกัน การรักษาด้วยยา เช่น สเตียรอยด์ หรือมะเร็ง
  • เด็กที่มีอาการป่วยเล็กน้อยสามารถรับวัคซีนได้ตามปกติ แต่เด็กที่มีอาการป่วยขั้นปานกลางหรือขั้นรุนแรง รวมถึงอาการท้องเสียหรืออาเจียนทั้งปานกลางและรุนแรง ควรจะเลื่อนการรับวัคซีนออกไปก่อน จนกว่าจะหายเป็นปกติ

ผลไม่พึงประสงค์จากวัคซีนป้องกันไวรัสโรต้า

อาการไม่พึงประสงค์เล็กน้อย

อาการไม่สบายตัว ไข้ หรือท้องเสียชั่วคราวหลังจากได้รับวัคซีน

อาการไม่พึงประสงค์รุนแรง

พบได้น้อยมากๆ แต่หากเกิดหรือสังเกตพบให้รีบพาเด็กไปพบแพทย์ทันที โดยแนะนำให้สังเกตความผิดปกติต่างๆ หลังรับวัคซีนใน 1 สัปดาห์ เช่น เด็กร้องไห้มากขึ้นอาจเนื่องจากปวดท้องรุนแรง อาเจียนบ่อยๆ หรือมีเลือดปนในอุจจาระ เป็นต้น รวมทั้งสังเกตอาการผิดปกติอื่นๆ เช่น ไข้สูงหรืออาการแสดงของการแพ้อย่างรุนแรง เช่น หายใจไม่สะดวก หายใจมีเสียงวี้ด อ่อนเพลีย เสียงแหบ หัวใจเต้นเร็ว หากมีอาการดังกล่าวให้รีบพาเด็กไปพบแพทย์ทันที

อันตรกิริยาระหว่างยา (ผลต่อยาอื่น)

วัคซีนไวรัสโรต้าสามารถให้ได้พร้อมๆ กับการให้วัคซีนสำหรับเด็กชนิดอื่นๆ
ยาบางตัวอาจมีผลต่อประสิทธิภาพของวัคซีนไวรัสโรต้า เช่น ยากดภูมิคุ้มกัน หากเด็กรับประทานยาในกลุ่มนี้หรือกลุ่มอื่นๆ อยู่ ควรแจ้งแพทย์หรือเภสัชกรทราบก่อนที่จะรับวัคซีนไวรัสโรต้า
***หากท่านต้องการข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับวัคซีนป้องกันไวรัสโรต้า กรุณาสอบถามแพทย์ เภสัชกร หรือบุคลากรที่เกี่ยวข้อง***
เอกสารอ้างอิง:

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...