โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

“ทัวริสต์จีน”ผวาไม่ปลอดภัย ก.พ.มาเที่ยวไทยหาย 45% ลุ้นยอดในประเทศ

ประชาชาติธุรกิจ

อัพเดต 04 มี.ค. 2568 เวลา 14.32 น. • เผยแพร่ 04 มี.ค. 2568 เวลา 23.28 น.
นายสรวงศ์ เทียนทอง-ดร.อดิษฐ์ ชัยรัตนานนท์

ท่องเที่ยวซึม ! กระแสความไม่ปลอดภัย-คอลเซ็นเตอร์ยังกระทบเชื่อมั่น สมาคมแอตต้าเผย ก.พ.-มี.ค. ชะลอตัวหนัก ตะลึงตัวเลขนักท่องเที่ยวจีนรายวันร่วงต่ำหมื่น เมืองหลัก “กรุงเทพฯ-พัทยา” เงียบ ครึ่งปีหลังยังไร้ปัจจัยบวก เดินหน้าปั๊ม “กรุ๊ปทัวร์” จีน-อินเดีย-เกาหลีใต้-ตะวันออกกลาง-อาเซียน แตะ 10 ล้านคนหนุน ก.ท่องเที่ยวฯ เปิด 2 เดือนแรกต่างชาติเข้าไทย 6.82 ล้านคน ก.พ.จีนติดลบพุ่ง 45% แจงสัปดาห์ที่ผ่านมาเป็นช่วงถือศีลอดมุสลิม บวกกับสิ้นสุดท่องเที่ยวฤดูหนาวยุโรป ทุบนักท่องเที่ยวติดลบทุกตลาด

ดร.อดิษฐ์ ชัยรัตนานนท์ เลขาธิการสมาคมไทยธุรกิจการท่องเที่ยว (ATTA) เปิดเผย “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า ภาคการท่องเที่ยวของไทยเริ่มอยู่ในภาวะชะลอตัวและนิ่งมาตั้งแต่ต้นเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา (หลังตรุษจีน) ต่อเนื่องมาถึงต้นเดือนมีนาคม โดยเฉพาะตลาดจีนที่พบว่า 1-2 สัปดาห์ที่ผ่านมา ตัวเลขนักท่องเที่ยวจีนเดินทางเข้าไทยมีจำนวนต่ำกว่า 10,000 คนต่อวัน จากปกติที่อยู่ในระดับ 12,000-14,000 คนต่อวัน (ต้นเดือนกุมภาพันธ์) ขณะที่ตลาดยุโรปก็ได้รับผลกระทบจากภาวะวิกฤตโลก ส่งผลให้นักท่องเที่ยวเดินทางกลับเร็วกว่าปกติ

ทั้งนี้ เชื่อว่าสถานการณ์ดังกล่าวจะทรงตัวอยู่แบบนี้ต่อไปอีกระยะหนึ่ง เนื่องจากมีซีซั่นเรื่องช่วงรอมฎอน ซึ่งจะเป็นอีกปัจจัยหนึ่งที่ทำให้นักท่องเที่ยวมาเลเซียและอินโดนีเซียชะลอเดินทางเข้ามาท่องเที่ยวภูเก็ตเพิ่มอีกปัจจัยหนึ่ง ขณะที่ตลาดนักท่องเที่ยวจีนยังต้องลุ้นต่อ หากภาพรวมของปัญหาความไม่ปลอดภัยและคอลเซ็นเตอร์นิ่งขึ้น เชื่อว่านักท่องเที่ยวจีนจะเริ่มกลับมาเดินทางกันอีกครั้งในช่วงเทศกาลสงกรานต์ในเดือนเมษายนนี้

“หลายคนมองว่าประเด็นที่ไทยส่งอุยกูร์กลับจีน และมีประกาศเตือนของญี่ปุ่นและสหรัฐอเมริกาเรื่องให้ระมัดระวังความปลอดภัยจะส่งผลต่อบรรยากาศการท่องเที่ยวของประเทศไทยนั้น สมาคมแอตต้ามองว่าเป็นการเตือนขั้นพื้นฐานให้เฝ้าระวังเท่านั้น ยังไม่ได้เป็นปัจจัยลบแต่อย่างใด” ดร.อดิษฐ์กล่าวและว่า แต่หากสถานการณ์ดังกล่าวรุนแรง กระทั่งรัฐบาลต่างประเทศออกประกาศเป็นสีแดง และบริษัทประกันไม่รับประกันการเดินทางจะส่งผลกระทบอย่างชัดเจนแน่นอน

ยันไม่เห็นปัจจัยบวกครึ่งปีหลัง

ดร.อดิษฐ์กล่าวว่า ด้วยสถานการณ์ที่ค่อนข้างนิ่งในช่วง 2 เดือนนี้ ทำให้คาดการณ์ว่าจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติรวมในปีนี้ น่าจะอยู่ระดับประมาณ 37-38 ล้านคน จากเป้าหมายที่รัฐบาลตั้งไว้ที่ประมาณ 39 ล้านคน เนื่องจากยังมองไม่เห็นปัจจัยบวกในช่วงช่วงครึ่งปีหลัง นอกจากการประกาศเป็นปี Amazing Thailand Grand Tourism and Sports Year 2025

ประกอบกับการกระตุ้นการตลาดผ่านช่องทางเอเย่นต์ หรือกรุ๊ปทัวร์ ยังน้อยเกินไป ผู้ประกอบการที่ทำตลาดกรุ๊ปทัวร์และซัพพลายเชนของตลาดกรุ๊ปทัวร์ อาทิ ร้านจำหน่ายสินค้าที่ระลึก ยังไม่ได้รับอานิสงส์มากนัก ส่วนใหญ่ยังแจ้งว่ายอดขายยังไม่กลับมา

ขณะที่แผนการของบประมาณ 3,500 ล้านบาท มาทำโครงการเที่ยวคนละครึ่ง รวมถึงแผนการอัดเมกะอีเวนต์ในช่วงตั้งแต่เดือนมีนาคม-กันยายน ยาวตลอด 7 เดือนของรัฐบาลนั้น น่าจะเป็นปัจจัยบวกของตลาดการท่องเที่ยวภายในประเทศเป็นหลัก

“การจะปั๊มตัวเลขการท่องเที่ยวภายในประเทศมาชดเชยตลาดต่างประเทศนั้นเป็นไปได้ยากมาก เพราะการใช้จ่ายเฉลี่ยของนักท่องเที่ยวต่างชาติ 1 คน เท่ากับตลาดไทยเที่ยวไทย 5 คน” ดร.อดิษฐ์กล่าว

เร่งกระตุ้นตลาด “กรุ๊ปทัวร์”

ดร.อดิษฐ์กล่าวด้วยว่า จากแนวโน้มที่เกิดขึ้นนี้ ทำให้สมาคมแอตต้าในฐานะองค์กรทำตลาดอินบาวนด์ นำนักท่องเที่ยวต่างชาติเข้ามาเที่ยวไทยผ่านเอเย่นต์ จึงมีแผนร่วมกับการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) เร่งทำการตลาดเชิงรุกกับตลาดกรุ๊ปทัวร์ให้ชัดเจนมากยิ่งขึ้น โดยจะโฟกัสตลาด 5 ตลาดหลัก ประกอบด้วย จีน อินเดีย เกาหลีใต้ ตะวันออกกลาง (Middle East) และอาเซียน

โดยในส่วนของตลาดจีนนั้น ปีนี้วางเป้าหมายไปโรดโชว์ 2 ครั้งในช่วงเดือนพฤษภาคม เพื่อเร่งกระตุ้นการเดินทางในช่วงที่เป็นโลว์ซีซั่นเดือนกรกฎาคม-สิงหาคม และครั้งที่ 2 ในเดือนกันยายน เพื่อรับไฮซีซั่นตั้งแต่ช่วงโกลเด้นวีก (วันหยุดชาติจีน) เดือนตุลาคมต่อเนื่องถึงปลายปี โดยเน้นเจาะพื้นที่เมืองรองอันดับ 2 และ 3 (เมืองTier 2-3) ขณะที่ตลาดมิดเดิร์นอีสต์ ซึ่งเป็นตลาดที่ยังไม่เคยทำมาก่อน ปีนี้จะไปจัดครั้งแรกที่ซาอุดีอาระเบีย เช่นกันกับตลาดอินเดียและเกาหลีใต้ ที่ตั้งเป้าอย่างน้อยตลาดละ 1 ครั้ง

นอกจากนี้ ยังมีแผนต่อยอดงาน ATTA Connex Expo งานในรูปแบบ B2B ซึ่งได้จัดขึ้นเป็นครั้งแรกเมื่อเดือนตุลาคมปีที่ผ่านมา โดยเชิญเอเย่นต์ทัวร์เข้าร่วมจำนวน 180 บริษัท จาก 15 ประเทศ เข้ามาพบปะกับผู้ประกอบการท่องเที่ยวไทย ซึ่งปีนี้มีแผนขยายงานให้ใหญ่ขึ้น คาดว่าจะเชิญเอเย่นต์ทัวร์ไม่ต่ำกว่า 300 ราย จากประมาณ 25-30 ประเทศ เข้ามาพบปะผู้ประกอบการท่องเที่ยวไทย

ตั้งเป้าปั๊ม 10 ล้านคน

เลขาธิการสมาคม ATTA กล่าวเพิ่มเติมอีกว่า สมาคมยังเชื่อว่าการกระตุ้นตลาดกรุ๊ปทัวร์จะเป็นส่วนสำคัญที่ช่วยทำให้มูลค่ารายได้จากการท่องเที่ยวของประเทศบรรลุเป้าหมายได้ เพราะยังเชื่อว่าจำนวนการใช้จ่ายเฉลี่ยต่อคนต่อทริปสูงกว่ากลุ่ม FIT เนื่องจากเป็นกลุ่มที่ต้องการบริการที่เป็นฟูลเซอร์วิส และมีความพร้อมในการใช้จ่าย ขณะที่กลุ่ม FIT นั้นมีแนวโน้มค่าเฉลี่ยอายุนักท่องเที่ยวต่ำลง ซึ่งอาจทำให้ศักยภาพในการใช้จ่ายลดลงไปด้วย

“ที่ผ่านมารัฐบาลให้ความสำคัญกับการกระตุ้นตลาดในกลุ่มนักท่องเที่ยว FIT หรือเดินทางด้วยตัวเอง และผ่านช่องทางออนไลน์เป็นหลัก ซึ่งตัวเลขในช่องทางดังกล่าวเติบโตในทิศทางที่ดี แต่ในตลาดกรุ๊ปทัวร์ที่ผ่านเอเย่นต์ยังไม่กลับมามากนัก” ดร.อดิษฐ์กล่าว

ทั้งนี้ ตั้งเป้าภาพรวมนักท่องเที่ยวต่างชาติทั้งที่เป็นกรุ๊ปทัวร์และ FIT เดินทางผ่านบริการของสมาคม ATTA รวมทั่วประเทศไม่ต่ำกว่า 10 ล้านคน ซึ่งเป็นตัวเลขที่สมาคมเคยทำได้เมื่อก่อนวิกฤตโควิด-19

คาดปีนี้อัดเต็มที่ได้ 37.5 ล้านคน

เช่นเดียวกับ นายกิตติ พรศิวะกิจ นายกสมาคมการตลาดท่องเที่ยวไทย และประธานเครือข่าย Green Alliance กล่าวกับ “ประชาชาติธุรกิจ” โดยภาพรวมของการท่องเที่ยวในเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมาพบว่า มีจำนวนรวม 3.11 ล้านคน ลดลงจากปีก่อนประมาณ 5% ตลาดที่ชะลอการเดินทางไปมากที่สุดคือ จีน หายไปกว่า 40% โดยมีตลาดยุโรปเข้ามาช่วยพยุงไว้ ทำให้ภาพรวมติดลบไม่มากนัก

โดยคาดว่าหากรัฐบาลไม่ออกแรงหนุนแรง ๆ ปีนี้ประเทศไทยอาจมีจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติรวมที่ประมาณ 37.5 ล้านคนเท่านั้น แบ่งเป็นไตรมาสแรกประมาณ 10 ล้านคน ไตรมาส 2 ประมาณ 9 ล้านคน ไตรมาส 3 ประมาณ 8 ล้านคน และไตรมาส 4 ประมาณ 10.5 ล้านคน

“ผมมองว่าในระยะสั้นนี้กระแสเรื่องความปลอดภัยยังมีผลกระทบต่อนักท่องเที่ยวกลุ่มทัวร์จีน และคอร์ปอเรตที่ชะลอการเดินทางเข้าไทย” นายกิตติกล่าวและว่า ขณะเดียวกันก็มีปัจจัยลบระยะยาว ได้แก่ 1.ประเทศคู่แข่งพัฒนาขึ้นและมีแคมเปญการตลาดเชิงรุก เช่น ญี่ปุ่น จีน สิงคโปร์ เวียดนาม 2.ข้อจำกัดด้านความพร้อมและขีดความสามารถในการแข่งขันของผู้ประกอบการ SMEs และเมืองรอง

3.สภาพคล่องของผู้ประกอบการ ทำให้ไม่สามารถพัฒนาสินค้า บริการ มาตรฐานได้เพียงพอ และ 4.ความยั่งยืน คือความเสี่ยงที่ผู้ประกอบการท่องเที่ยวไทยส่วนใหญ่ยังไม่ได้ยกระดับสู่มาตรฐาน Sustainable Tourism ทำให้เสียฐานลูกค้ากลุ่มคนรุ่นใหม่และกลุ่มองค์กร

อย่างไรก็ตาม ก็ยังมีปัจจัยบวกให้เป็นความหวังเช่นกัน ประกอบด้วย 1.แนวโน้มการเปิดเส้นทางการบินมากขึ้น และราคาตั๋วเครื่องบินที่เริ่มถูกลงสำหรับตลาดอินบาวนด์ (นักท่องเที่ยวขาเข้า) 2.การเปิดฟรีวีซ่า ทำให้เกิดการเติบโตของกลุ่มตลาดใหม่ที่มีศักยภาพสูง เช่น ซาอุดีอาระเบีย คาซัคสถาน ไต้หวัน และยุโรปตะวันออก

3.เทรนด์ท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ และกระแสความนิยม Mindfulness ทำให้นักท่องเที่ยวยุโรปมาเที่ยวไทยมากขึ้น 4.การจัดอีเวนต์ใหญ่ ๆ เช่น สงกรานต์ ลอยกระทง วิจิตรเจ้าพระยา ที่มีการประกาศล่วงหน้า เริ่มเข้าสู่ปฏิทินการท่องเที่ยวโลก ทำให้มียอดจองล่วงหน้าอย่างชัดเจน 5.กระแสภาพยนตร์และซีรีส์ต่าง ๆ ที่ถ่ายทำในไทยจำนวนมาก ในช่วง 2 ปีที่ผ่านมา เช่น Jurassic World/The White Lotus เริ่มออกฉายในปีนี้ ทำให้เกิดกระแสเที่ยวตามรอยหนัง

6.กลุ่ม LGBTQ มีกระแสความสนใจในการท่องเที่ยวไทยมากขึ้น หลังมีกฎหมายสมรสเท่าเทียม และ 7.กลุ่ม Gastronomy ท่องเที่ยวชิมอาหาร คาเฟ่ ร้านเบเกอรี่เติบโตสูงมาก และมีการใช้สื่อโซเชียลและอินฟลูเอนเซอร์อย่างได้ผล

2 เดือนแรก นทท. 6.8 ล้านคน

รายงานข่าวจากกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาเปิดเผยว่า ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม-28 กุมภาพันธ์ 2568 ประเทศไทยมีจำนวนนักท่องเที่ยวสะสมรวม 6,828,547 คน เพิ่มขึ้น 8.83% สร้างรายได้สะสม 333,901 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 18.64% โดยนักท่องเที่ยวสูงสุด 5 อันดับแรก ประกอบด้วย จีน 1,034,321 คน ตามด้วย มาเลเซีย 861,060 คน รัสเซีย 486,520 คน เกาหลีใต้ 377,155 คน และอินเดีย 355,797 คน

ส่วนอันดับ 6-9 เป็นตลาดระยะไกล (Long-haul) ได้แก่ ฝรั่งเศส 239,145 คน สหราชอาณาจักร (UK) 228,848 คน เยอรมัน 226,966 คน สหรัฐอเมริกา (USA) 220,580 คน

นายสรวงศ์ เทียนทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา กล่าวว่า จากการเก็บตัวเลขล่าสุดเบื้องต้นพบว่า ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม-2 มีนาคม 2568 ประเทศไทยมีนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติสะสม 7.02 ล้านคน โดยมีนักท่องเที่ยวชาวจีนเดินทางเข้ามาสะสมแล้วกว่า 1 ล้านคน โดยช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมาเป็นการเข้าสู่ช่วงเทศกาลถือศีลอดของชาวมุสลิม และการสิ้นสุดการท่องเที่ยวฤดูหนาว ส่งผลให้นักท่องเที่ยวชะลอตัวด้านการเดินทางในทุกกลุ่มตลาด

นักท่องเที่ยวกลุ่มตลาดระยะใกล้ (Short-haul) เดินทางเข้ามาลดลง 15.68% จากสัปดาห์ก่อนหน้าจากการลดลงของตลาดมุสลิม อาทิ มาเลเซีย อินโดนีเซีย และอินเดีย ในขณะที่นักท่องเที่ยวกลุ่มตลาดระยะไกล (Long-haul) เดินทางเข้ามาลดลง 7.67% จากการสิ้นสุดช่วงเวลาการท่องเที่ยวฤดูหนาว ส่งผลให้นักท่องเที่ยวตลาดภูมิภาคยุโรปและอเมริกาลดลง

รวมถึงตลาดภูมิภาคตะวันออกกลางที่เข้าสู่เทศกาลถือศีลอดเช่นกัน ส่งผลให้ภาพรวมในสัปดาห์ล่าสุด (24 กุมภาพันธ์-2 มีนาคม 2568) มีจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติ 668,940 คน ลดลงจากสัปดาห์ก่อนหน้า 94,413 คน หรือ 12.37% คิดเป็นจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติที่เดินทางเข้าประเทศไทยเฉลี่ยวันละ 95,563 คน

โดย 5 อันดับแรกของนักท่องเที่ยวต่างชาติ ได้แก่ มาเลเซีย 70,547 คน จีน 64,687 คน รัสเซีย 55,454 คน อินเดีย 41,962 คน และเกาหลีใต้ 40,945 คน โดยนักท่องเที่ยวชาวมาเลเซีย ลดลง 25.47% อินเดีย ลดลง 16.27% จีน ลดลง 10.30% รัสเซีย ลดลง 4.72% และเกาหลีใต้ ลดลง 2.69

เดือน ก.พ. จีนร่วงหนัก 45%

ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมว่า หากจำแนกรายเดือนพบว่า เดือนมกราคม 2569 มีจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติ 3,709,102 คน เพิ่มขึ้นจากเดือนเดียวกันของปีก่อนที่มีจำนวน 3,035,296 คน หรือเพิ่มขึ้น 22.2% เดือนกุมภาพันธ์ มีจำนวน 3,119,445 คน ลดลงจากเดือนเดียวกันของปีก่อนที่มีจำนวน 3,352,302 คน หรือลดลงประมาณ 7.5%

และหากดูเฉพาะตลาดจีน พบว่าเดือนมกราคม 2568 มีจำนวนนักท่องเที่ยว 662,779 คน เพิ่มขึ้นจากเดือนเดียวกันของปีก่อนประมาณ 30% เดือนกุมภาพันธ์ มีนักท่องเที่ยว 371,542 คน ลดลงจากช่วงเดียวกันของปีก่อนประมาณ 45% โดยวันที่ 28 กุมภาพันธ์ ซึ่งเป็นวันสุดท้ายของเดือน มีจำนวนนักท่องเที่ยวจีนเข้าไทย 9,782 คน

ทั้งนี้ เนื่องจากเทศกาลตรุษจีนของปี 2568 อยู่ในช่วงวันที่ 24 มกราคม-2 กุมภาพันธ์ ขณะที่เทศกาลตรุษจีนของปี 2567 อยู่ในช่วงวันที่ 8-16 กุมภาพันธ์ อย่างไรก็ตาม หากรวม 2 เดือนแรกในปี 2568 พบว่า มีจำนวนนักท่องเที่ยวจีนรวม 1,034,321 คน ต่ำกว่า 2 เดือนแรกของปี 2567 ที่มีจำนวน 1,183,121 คน หรือประมาณ 14.3%

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : “ทัวริสต์จีน”ผวาไม่ปลอดภัย ก.พ.มาเที่ยวไทยหาย 45% ลุ้นยอดในประเทศ

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.prachachat.net

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...