โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

เกาหลีใต้วอนอย่าตระหนกหลังพบยอดป่วยโควิดพุ่งสูงสุด

สำนักข่าวไทย Online

อัพเดต 23 ก.พ. 2565 เวลา 03.42 น. • เผยแพร่ 23 ก.พ. 2565 เวลา 03.42 น. • สำนักข่าวไทย อสมท

โซล 23 ก.พ. – นายกรัฐมนตรีคิม บู-คยอม ของเกาหลีใต้ วอนประชาชนอย่าตื่นตระหนก หลังเกาหลีใต้พบผู้ป่วยติดเชื้อโควิดรายใหม่กว่า 170,000 คน ซึ่งทำสถิติสูงสุดเป็นประวัติการณ์ของประเทศ

นายกรัฐมนตรีคิมกล่าวในที่ประชุมรับมือการระบาดของโรคโควิดว่า แม้เกาหลีใต้จะพบผู้ป่วยติดเชื้อโควิดรายใหม่ทำสถิติสูงสุดในวันนี้ แต่ก็มียอดผู้ป่วยอาการหนักและผู้เสียชีวิตอยู่ในระดับที่ควบคุมได้ ประชาชนไม่ควรตื่นตระหนกกับรายงานตัวเลขผู้ป่วยติดเชื้อโควิดรายใหม่ดังเช่นในอดีต ขณะที่รัฐบาลเกาหลีใต้จะยังคงใช้มาตรการควบคุมการระบาดของโรคโควิดต่อไป

นายกรัฐมนตรีคิม บู-คยอม

สำนักงานควบคุมและป้องกันโรคเกาหลี หรือเคดีซีเอ รายงานวันนี้ว่า เกาหลีใต้พบผู้ป่วยติดเชื้อโควิดรายใหม่ 171,452 คน ทำสถิติสูงสุดครั้งใหม่และเพิ่มขึ้นจากวันจันทร์ที่มี 99,273 คน และพบผู้เสียชีวิตเพิ่มขึ้น 99 คน ทำสถิติสูงเป็นอันดับสี่ของประเทศ ทำให้มียอดผู้เสียชีวิตสะสมกว่า 2.3 ล้านคน และผู้เสียชีวิตกว่า 7,600 คน โดยมีชาวเกาหลีใต้เข้ารับการฉีดวัคซีนโควิดครบสองโดสกว่าร้อยละ 86 และฉีดวัคซีนเข็มสามเกือบร้อยละ 60 จากประชากรทั้งหมด 52 ล้านคน

ในขณะเดียวกัน กระทรวงความปลอดภัยอาหารและยาของเกาหลีใต้ เผยวันนี้ว่า เกาหลีใต้ได้อนุมัติการใช้วัคซีนโควิดของไฟเซอร์ในเด็กอายุ 5-11 ปีแล้ว โดยจะฉีดวัคซีนด้วยปริมาณโดสที่ลดลงเหลือหนึ่งในสามของวัคซีนที่ฉีดในประชาชนทั่วไป และเว้นระยะระหว่างเข็มที่หนึ่งกับเข็มที่สองนาน 3 สัปดาห์ ส่วนเด็กที่มีภูมิคุ้มกันลดลงอย่างมีนัยสำคัญหลังฉีดวัคซีนครบสองโดสสามารถเข้ารับการฉีดวัคซีนเข็มที่สามเพื่อกระตุ้นภูมิคุ้มกันหลังฉีดวัคซีนครบสองโดสไปแล้ว 4 สัปดาห์.-สำนักข่าวไทย

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...