'สติสตัง = สติสตางค์' - นำโชค
สติสตัง = สติสตางค์
คำที่เขียนถูกต้องคือ สติตัง (Consciousness) เป็นคำที่เกิดจากการผลักเสียง เช่น ปนเป สะอาดสะอ้าน บางคนเขียนเป็นสติสตางค์ ซึ่งจริงๆ แล้วก็ไม่ได้ผิดไปเสียทั้งหมด เพราะสตางค์มักจะมาคู่กับสติเสมอ หรือพูดอีกทีคือ เมื่อมีสติ ก็จะมี สตางค์ และในทางกลับกัน ถ้าใช้สตางค์อย่างไม่มีสติก็หมดตัวได้ทันตาเห็น
สติ แปลว่า ความรู้สึก ความรู้ตัว และความรู้สึกรับผิดชอบ ดังนั้น เมื่อมีสติในทุกเวลาก็จะก่อให้เกิดการลดรายจ่าย และเพิ่มรายได้ให้เราตลอดเวลาเช่นกัน ตัวอย่างสำหรับคุณผู้ชายที่เมาขาดสติแล้วกลายเป็นป๋าสายเปย์จ่ายไม่อั้น ตื่นเช้ามาเงินหายหมดกระเป๋า หรือติดแฮชแทคของมันต้องมีจัดเต็มทุกคอลพอสิ้นเดือนก็บาดเจ็บกันไป หรือแค่เรื่องเล็กน้อยอย่างหิวขาดสติสั่งอาหารมาเต็มโต๊ะทานไม่หมดก็น่าเสียดายเงิน ในทางกลับกัน หากมีสติในการใช้จ่ายเงินรวมไปถึงการทำงานและลงทุนอย่างรอบคอบแล้ว แน่นอนว่าจะมีสตางค์เต็มกระเป๋าอย่างแน่นอน
สติ เกิดขึ้นได้จากการมีสมาธิ หรือการมีจิตใจที่สงบตั้งมั่นอยู่ในอารมณ์เดียวอย่างต่อเนื่อง ไม่ฟุ้งซ่าน ซึ่งปัจจัยสำคัญในความสงบของอารมณ์นั้นเกิดขึ้นได้จากการรักษาศีล 5 อันได้แก่ 1. ห้ามฆ่าสัตว์หรือฆ่าคน 2. ห้ามลักทรัพย์ 3. ห้ามประพฤติผิดในกาม 4. ห้ามโกหก 5. ห้ามดื่มเครื่องดองของมึนเมา ฟังดูเชยแต่เป็นเรื่องจริงเพราะหากทำผิดศีลข้อใดข้อหนึ่งหรือมากกว่าหนึ่งข้อแล้ว จิตใจจะมีแต่เรื่องกังวล มืดมัว และตกต่ำ คอยพะวงคิดจินตนาการถึงผลที่จะตามมามากหรือน้อยขึ้นอยู่กับสิ่งที่ทำลงไป และไม่มีทางเลยที่บุคคลนั้นจะมีสติมีสมาธิพอที่จะคิด อ่าน เขียน ได้อย่างรอบคอบแม่นยำ จนส่งผลเสียให้กับชีวิตส่วนตัว ชีวิตครอบครัว หน้าที่การงาน และสุดท้ายก็ไปกระทบถึงสตางค์ในกระเป๋า
การรักษาศีล 5 จึงเป็นสิ่งที่พึงกระทำเพื่อให้มีจิตใจและอารมณ์ที่สงบ สามารถมองเห็นความจริงเป็นไปตามความจริง ไม่โกรธโมโห ไม่มโนฟุ้งซ่าน ไม่คิดไปเอง สามารถสร้างสรรค์ชิ้นงานที่มีคุณภาพ เป็นที่น่าพึงพอใจแก่ลูกค้าหรือเจ้านาย มีโอกาสขายงาน หรือขึ้นเงินเดือนได้มากขึ้น ไม่ต้องมีค่าใช้จ่ายไว้ปกปิดความผิดหรือความเลวที่ก่อไว้ ไม่มีเรื่องให้เสียเงินโดยใช่เหตุ มีชีวิตที่ปกติสุขทั้งส่วนตัว และครอบครัว มีสติในการใช้จ่ายอย่างพอดี เพียงเท่านี้ สติ จึงเท่ากับ สตางค์ แต่จะเป็นบวกหรือเป็นลบ อยู่ที่ท่านเป็นผู้กำหนด