โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ต่างประเทศ

ศาลสั่งประหาร “คริสตา ไพก์” หญิงคนแรกของเทนเนสซีในรอบกว่า 200 ปี

Thaiger

อัพเดต 3 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 10 ชั่วโมงที่ผ่านมา • Thaiger ข่าวประเทศไทย

นับถอยหลังฉีดยาพิษประหารชีวิต คริสตา ไพก์ วันพุธที่ 30 ก.ย. 69 เวลา 22.00 น. ตามเวลาไทย กลายเป็นนักโทษหญิงคนแรกของรัฐเทนเนสซีที่ถูกประหารในรอบกว่า 200 ปี หลังผู้ว่าการรัฐปฏิเสธคำขอลดโทษ

บิล ลี (Bill Lee) ผู้ว่าการรัฐเทนเนสซี สหรัฐอเมริกา ปฏิเสธคำขอลดโทษของคริสตา เกล ไพก์ (Christa Gail Pike) นักโทษประหารหญิงวัย 50 ปี เมื่อวันจันทร์ที่ 28 กันยายน 2569 ทำให้ไพก์มีกำหนดถูกประหารด้วยการฉีดยาพิษในวันพุธที่ 30 กันยายน

ผู้ว่าการระบุในแถลงการณ์ว่า หลังพิจารณาคำร้องและทบทวนคดีอย่างละเอียดแล้ว จะยืนตามโทษของรัฐเทนเนสซีและไม่เข้าแทรกแซง

การประหารมีกำหนดเวลา 10.00 น. ตามเวลาท้องถิ่น ตรงกับ 22.00 น. วันเดียวกันตามเวลาประเทศไทย ที่เรือนจำริเวอร์เบนด์ (Riverbend Maximum Security Institution) เมืองแนชวิลล์ รัฐเทนเนสซีใช้การฉีดยาเพนโทบาร์บิทัล (Pentobarbital) เพียงชนิดเดียว ตามระเบียบที่มีผลตั้งแต่เดือนธันวาคม 2567

หากการประหารเกิดขึ้นตามกำหนด ไพก์จะเป็นผู้หญิงคนแรกที่รัฐเทนเนสซีประหารนับตั้งแต่ปี 2363 หรือกว่า 200 ปี ไพก์จะเป็นผู้หญิงคนที่ 19 ที่ถูกประหารในสหรัฐฯ นับตั้งแต่ปี 2519 และเป็นคนแรกที่รัฐเทนเนสซีประหารจากคดีที่ก่อเมื่ออายุ 18 ถึง 20 ปีในยุคปัจจุบันของโทษประหาร

ไพก์ถูกตัดสินประหารชีวิตจากคดีฆาตกรรมคอลลีน สเลมเมอร์ (Colleen Slemmer) วัย 19 ปี ทั้งสองเป็นนักเรียนศูนย์ฝึกอาชีพน็อกซ์วิลล์จ็อบคอร์ปส์ (Knoxville Job Corps) เมืองน็อกซ์วิลล์

แฟ้มภาพ – ภาพถ่ายไม่ระบุวันที่ซึ่งได้รับจากกรมราชทัณฑ์รัฐเทนเนสซีภาพนี้ เผยให้เห็น Christa Pike (กรมราชทัณฑ์รัฐเทนเนสซี ผ่าน AP, แฟ้มภาพ)

คำพิพากษาศาลฎีการัฐเทนเนสซีระบุว่า วันที่ 11 มกราคม 2538 ไพก์บอกเพื่อนว่าจะฆ่าสเลมเมอร์ คืนถัดมา ไพก์ในวัย 18 ปีหลอกสเลมเมอร์ว่าซ่อนกัญชาไว้ แล้วพาไปยังพื้นที่เปลี่ยวในวิทยาเขตเกษตรของมหาวิทยาลัยเทนเนสซี มีทาดาริล ชิปป์ (Tadaryl Shipp) แฟนของไพก์ และชาดอลลา ปีเตอร์สัน (Shadolla Peterson) ไปด้วย

ไพก์ใช้มีดคัตเตอร์และมีดสับขนาดเล็กทำร้ายสเลมเมอร์นานราว 30 นาทีถึง 1 ชั่วโมง ก่อนใช้ก้อนยางมะตอยทุบศีรษะ แพทย์นิติเวชระบุว่าสเลมเมอร์เสียชีวิตจากการถูกของแข็งกระแทกศีรษะ พบรูปดาวห้าแฉกถูกแกะไว้บนหน้าอกของสเลมเมอร์ ภายหลังชิปป์ยอมรับว่าเป็นคนแกะ ไพก์ยังเก็บชิ้นส่วนกะโหลกของผู้ตายกลับไปที่ศูนย์ด้วย

อัยการระบุว่าไพก์มองสเลมเมอร์เป็นคู่แข่งด้านความรัก ไพก์ให้การกับตำรวจว่าสเลมเมอร์พยายามแย่งแฟนของตน

คณะลูกขุนตัดสินให้ไพก์มีความผิดฐานฆาตกรรมโดยไตร่ตรองไว้ก่อนและสมคบคิดฆาตกรรมในปี 2539 ศาลลงโทษประหารชีวิตในข้อหาฆาตกรรม และจำคุก 25 ปีในข้อหาสมคบคิด

ชิปป์อายุ 17 ปีขณะก่อเหตุ จึงไม่เข้าเกณฑ์รับโทษประหาร ศาลตัดสินจำคุกตลอดชีวิตแบบมีสิทธิ์พักโทษ แต่ถูกปฏิเสธการพักโทษเมื่อปีที่แล้ว ส่วนปีเตอร์สันรับสารภาพฐานเป็นผู้สนับสนุนหลังการกระทำผิด ให้การเป็นพยาน และได้รับโทษคุมประพฤติ

ก่อนผู้ว่าการตัดสินใจ ทีมทนายยื่นคำร้อง 226 หน้า ขอให้เปลี่ยนโทษเป็นจำคุกตลอดชีวิตโดยไม่มีสิทธิ์พักโทษ ทนายระบุว่าไพก์ถูกล่วงละเมิดทางเพศตั้งแต่วัยเตาะแตะ และถูกข่มขืนเมื่ออายุ 11 ปีและ 17 ปี ไพก์ได้รับการวินิจฉัยว่ามีโรคไบโพลาร์และภาวะเครียดหลังเหตุการณ์รุนแรง (PTSD) หลังถูกคุมขัง

สตีเฟน เฟอร์เรลล์ (Stephen Ferrell) ทนายฝ่ายจำเลยของรัฐบาลกลาง ระบุว่าทนายชุดเดิมไม่ได้นำประวัติเหล่านี้เสนอต่อคณะลูกขุนในชั้นพิจารณาโทษ ทีมทนายยังโต้แย้งว่าสมองของคนอายุ 18 ปียังพัฒนาไม่เต็มที่ ไพก์ไม่ปฏิเสธว่าเป็นผู้ก่อเหตุ ข้อโต้แย้งทั้งหมดใช้เพื่อขอลดโทษเท่านั้น

หลังผู้ว่าการปฏิเสธ ทีมทนายแถลงว่าไพก์ในวัย 18 ปีที่ป่วยทางจิตไม่มีอยู่แล้ว ไพก์ในวันนี้สำนึกผิดและได้รับการรักษาอาการป่วยทางจิต

เมย์ มาร์ติเนซ (May Martinez) แม่ของสเลมเมอร์ ต้องการให้รัฐประหารไพก์ตามคำพิพากษา มาร์ติเนซให้สัมภาษณ์เอพี (AP) ว่ารอการบังคับโทษมาหลายสิบปี และลูกสาวไม่มีโอกาสได้เติบโต

ศาลฎีการัฐเทนเนสซีมีคำตัดสินในคดีของไพก์เมื่อวันที่ 23 กันยายน และปฏิเสธระงับการประหาร วันที่ 25 กันยายน ไพก์ยื่นคำร้องให้ศาลฎีกาสหรัฐฯ ทบทวนคำตัดสินดังกล่าว พร้อมยื่นขอระงับการประหารต่อผู้พิพากษาเบรตต์ คาวานอห์ (Brett Kavanaugh) รัฐเทนเนสซียื่นคัดค้านเมื่อวันที่ 28 กันยายน

ณ เช้าวันที่ 29 กันยายนตามเวลาสหรัฐฯ ศาลฎีกาสหรัฐฯ ยังไม่มีคำสั่งในคดี กำหนดประหารวันที่ 30 กันยายนจึงยังมีผล

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง

แหล่งข่าวอ้างอิง

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...