โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

มวลน้ำแม่กลองจ่อ! เขื่อนเพิ่มการระบาย 2,300 ลบ.ม. เตือน 3 จังหวัดเร่งรับมือ

TNN ช่อง16

เผยแพร่ 1 ชั่วโมงที่ผ่านมา
สถานการณ์แม่น้ำ “แม่กลอง” ยังต้องเฝ้าระวัง หลังเขื่อนวชิราลงกรณ์มีน้ำเกิน 90% และเขื่อนแม่กลองเตรียมเพิ่มการระบายเป็น 2,300 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที โดยรัฐบาลยกระดับการรับมือ 3 จังหวัด ตั้งแต่กาญจนบุรี ราชบุรี ถึงสมุทรสงคราม เน้นแจ้งเตือนล่วงหน้าและอพยพกลุ่มเปราะบางก่อนมวลน้ำถึงพื้นที่ ทุกหน่วยงานเตรียมพร้อม 24 ชั่วโมง ทั้งศูนย์พักพิง เส้นทางอพยพ การเคลื่อนย้ายยานพาหนะ และอาหาร เพื่อให้การช่วยเหลือประชาชนเดินหน้าต่อเนื่องหากสถานการณ์รุนแรงขึ้น

รัฐบาลเร่งรับมือสถานการณ์น้ำท้ายเขื่อนแม่กลอง หลังระดับน้ำในแม่น้ำแม่กลองเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง จากการระบายน้ำของเขื่อนวชิราลงกรณ์และเขื่อนแม่กลอง โดยนายกรัฐมนตรีสั่งการผู้ว่าราชการจังหวัดกาญจนบุรี ราชบุรี และสมุทรสงคราม เตรียมพร้อมรับมือพื้นที่ลุ่มต่ำริมแม่น้ำแม่กลองตลอด 24 ชั่วโมง พร้อมเร่งแจ้งเตือนและอพยพกลุ่มเปราะบางก่อนมวลน้ำมาถึง

สถานการณ์น้ำในแม่น้ำแม่กลองยังเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง โดยบริเวณเขื่อนแม่กลอง อำเภอท่าม่วง จังหวัดกาญจนบุรี ยังคงระบายน้ำท้ายเขื่อนอยู่ที่ 2,200 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที และตามแผนจะปรับเพิ่มเป็น 2,300 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที ในเวลา 06.00 น. วันที่ 30 กันยายน

ช่วงกลางดึกที่ผ่านมา นายนภินทร ศรีสรรพางค์ รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี พร้อมด้วย นายเจเศรษฐ์ ไทยเศรษฐ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย ลงพื้นที่จังหวัดราชบุรี เพื่อติดตามสถานการณ์น้ำและเตรียมความพร้อมรับมือพื้นที่ลุ่มต่ำตลอดแนวแม่น้ำแม่กลอง รวมถึงตรวจสอบระบบแจ้งเตือนภัยผ่าน Cell Broadcast ของกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย หรือ ปภ. ซึ่งเริ่มส่งข้อความแจ้งเตือนประชาชนในพื้นที่ท้ายเขื่อนตั้งแต่ช่วงเที่ยงวันที่ผ่านมา

ด้านนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย สั่งการด่วนให้ผู้ว่าราชการจังหวัดกาญจนบุรี ราชบุรี และสมุทรสงคราม เตรียมรับมือสถานการณ์น้ำท่วมท้ายเขื่อนแม่กลอง หลังเขื่อนวชิราลงกรณ์มีปริมาณน้ำเกินร้อยละ 90 และจำเป็นต้องเร่งระบายน้ำลงสู่แม่น้ำแม่กลอง ส่งผลให้ระดับน้ำมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นประมาณ 1–1.5 เมตร และอาจกระทบพื้นที่ลุ่มต่ำ

นายกรัฐมนตรีกำชับให้ทั้ง 3 จังหวัดคำนวณระยะเวลาที่มวลน้ำจะเดินทางถึงแต่ละชุมชน พร้อมประสานข้อมูลให้เป็นไปในทิศทางเดียวกัน โดยกำหนดภารกิจสำคัญในการรับมือสถานการณ์ คือ การเคลื่อนย้ายกลุ่มเปราะบาง ทั้งผู้สูงอายุ ผู้ป่วยติดเตียง และเด็ก ไปยังพื้นที่ปลอดภัยก่อนน้ำมาถึง โดยต้องไม่มีผู้ป่วยติดเตียงตกค้างในพื้นที่เสี่ยง

ขณะเดียวกัน ให้เร่งเคลื่อนย้ายรถยนต์และยานพาหนะออกจากพื้นที่ลุ่มต่ำ เพื่อป้องกันความเสียหาย รวมทั้งตรวจสอบความพร้อมของศูนย์บัญชาการเหตุการณ์ หากศาลากลางจังหวัดอยู่ในพื้นที่เสี่ยงน้ำท่วม ต้องมีแผนสำรองสำหรับย้ายสถานที่ปฏิบัติงาน เพื่อให้การบัญชาการเหตุการณ์ดำเนินต่อเนื่อง

ส่วนการช่วยเหลือประชาชนที่อพยพ รัฐบาลกำชับให้เตรียมอาหารปรุงสุกพร้อมรับประทาน 3 มื้อ เนื่องจากในช่วงแรกประชาชนอาจยังไม่สามารถประกอบอาหารเองได้ ขณะที่การแจกถุงยังชีพให้ดำเนินการในลำดับถัดไป

สำหรับวันนี้ (30 กันยายน) นายกรัฐมนตรีเตรียมเป็นประธานประชุมติดตามสถานการณ์ด้วยตัวเองในเวลา 08.00 น. ขณะที่นายอรรษิษฐ์ สัมพันธ์รัตน์ ปลัดกระทรวงมหาดไทย ได้ประชุมหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เตรียมรับมืออุทกภัยในพื้นที่กาญจนบุรี ราชบุรี และสมุทรสงคราม โดยเน้นให้จังหวัดราชบุรีวางแผนรับมือเส้นทางน้ำจากจังหวัดกาญจนบุรีให้สอดคล้องกัน ทั้งการแจ้งเตือน การจัดตั้งศูนย์พักพิง และการบริหารจัดการน้ำ พร้อมสื่อสารให้ประชาชนเตรียมอพยพล่วงหน้า

ส่วนจังหวัดสมุทรสงคราม ซึ่งเป็นพื้นที่ปลายน้ำของแม่น้ำแม่กลอง ขอให้เตรียมพร้อมตั้งแต่ระดับชุมชน โดยเฉพาะการระบุกลุ่มเปราะบางเป็นรายบุคคล และเร่งแจ้งเตือนให้ประชาชนมีเวลาเตรียมตัว

ขณะที่ ปภ. ทั้ง 3 จังหวัด ต้องนำแผนป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยมาวางแผนร่วมกัน พร้อมวิเคราะห์เส้นทางน้ำและเตรียมแผนรองรับกรณีสถานการณ์รุนแรง ทั้งเส้นทางคมนาคม การเคลื่อนย้ายรถยนต์ การอพยพประชาชน และการจัดเตรียมอาหาร เพื่อให้การช่วยเหลือเป็นไปอย่างต่อเนื่อง

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...