โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

สว.กังขาผลสัมฤทธิ์งบ สสส. 4,000 ล้าน/ปีของ-นำไปลงทุนตราสารหนี้

Nation Online

อัพเดต 21 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 14 ชั่วโมงที่ผ่านมา

นายประพนธ์ ตั้งศรีเกียรติกุล สมาชิกวุฒิสภา ตั้งกระทู้ถามสดถึงนายกรัฐมนตรี ต่อที่ประชุมวุฒิสภา ถึงการใช้เงินของกองทุนสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ หรือ สสส.ผลสัมฤทธิ์ของกองทุน การบริหารจัดการเงิน และความชอบการนำเงินกองทุนที่มาจากภาษีสรรพสามิตไปใช้และลงทุน ซึ่ง 5 ปีที่ผ่านมา ได้รับเงินจัดสรรเข้ากองทุนกว่าปีละ 4,000 ล้านบาท เพื่อรณรงค์ด้านสุขภาพ แต่ประชาชน ยังมีข้อสงสัยต่อผลสัมฤทธิ์ รวมถึงกองทุนยังมีเงินสะสมจำนวนมากหลายปี ซึ่งยังมีการนำเงินดังกล่าวไปลงทุนผ่านบริษัทหลักทรัพย์ผ่านตราสารหนี้ และตราสารทุนมูลค่าหลายพันล้านบาท ดังนั้น เงินภาษีที่รัฐจัดสรรให้ ควรนำเงินไปใช้สำหรับภารกิจสาธารณะ แทนการนำไปลงทุนและแสวงหาผลประโยชน์ตอบแทนในตลาดเงิน ซึ่งไม่ใช่อำนาจหน้าที่ของกองทุน ที่จะนำเงินไปลงทุนในสินทรัพย์ที่มีความเสี่ยง และหากพิจารณาตามบรรทัดฐานทางกฎหมาย ที่คณะกรรมการกฤษฎีกา เคยวินิจฉัยกรณีขององค์การแพร่ภาพกระจายเสียงสาธารณะแห่งประเทศไทย หรือ ThaiPBS หากกฎหมายไม่ให้อำนาจไว้ ก็ไม่มีอำนาจนำเงินไปลงทุนได้

นายพัฒนา พร้อมพัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ในฐานะที่ได้รับมอบหมายจากนายกรัฐมนตรีให้มาตอบกระทู้ถามสด ยืนยันว่า รัฐบาลมีมาตรการในการกำกับดูแล แต่ความแตกต่างระหว่างการบริหารกองทุนหมุนเวียน ระหว่าง สสส. และ Thai PBS ซึ่ง สสส.ตั้งขึ้นเป็นกองทุน แต่ ThaiPBS จัดตั้งเป็นองค์การ แต่ สสส.ได้ขอคำยืนยันจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ถึงอำนาจในการนำทรัพย์สินที่รอการใช้ไปลงทุน และรัฐบาล ให้ สสส.ใช้ความระมัดระวังในการตีความการหาผลประโยชน์ โดยไม่ให้กองทุน สสส.ใช้สภาพคล่องไปหาผลประโยชน์อย่างเต็มรูปแบบ ซึ่งสุ่มเสี่ยงขัดกฎหมายได้ โดยให้จำกัดเฉพาะการดำเนินการของ สสส.ในการใช้งบประมาณ

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ยังเปิดเผยอีกว่า สภาพคล่องของ สสส.ที่มีอยู่ปัจจุบัน มีประมาณ 1,700 ล้านบาท โดยเป็นสภาพคล่องสำหรับใช้จ่ายให้กับโครงการ ที่ สสส.ได้อนุมัติไว้ และรอการเบิกจ่าย จึงจะต้องบริหารอย่างระมัดระวัง และให้เพียงพอ โดยให้ลงทุนในสินทรัพย์ที่มีความเสี่ยงต่ำ และมีผู้บริหารมืออาชีพในการบริหารจัดการ ซึ่งในอดีต จะมีบริษัทหลักทรัพย์ของกสิกรไทย และไทยพาณิชย์ ฯลฯ แต่ปัจจุบัน เมื่อไตรมาส 2 ที่ผ่านมา สสส.ได้ยุติการจ้างบริษัทหลักทรัพย์เหล่านี้ และนำเงินสำรองไปเข้าบัญชีออมทรัพย์ไว้กับธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร หรือ ธ.ก.ส.เพื่อให้สามารถถอนนำมาใช้ได้ทันต่อโครงการที่ สสส.อนุมัติไว้

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ยังเปิดเผยว่า เมื่อต้นปีที่ผ่านมา ตนได้พูดคุยกับ สสส.ให้มีการสำรองเงิน ให้เพียงพอต่อการใช้จ่าย 3 เดือน หรือ 1,500 ล้านบาท จากงบประมาณที่ได้รับ 4,000 ล้านบาทต่อปี และในปีงบประมาณ 2570 งบประมาณของ กระทรวงฯ ได้มีการพูดคุยกับ สสส.ควรนำตัวชี้วัด และกิจกรรมของกระทรวงสาธารณสุข ไปเป็นตัวชี้วัด สสส.ด้วย

ส่วนรัฐบาลได้มีการประเมินถึงความเหมาะสมในการจัดเก็บภาษี เพื่อจัดสรรเป็นรายได้ให้กับ สสส.มีความเหมาะสมกับภารกิจ และปัญหาสุขภาพประชาชนที่เปลี่ยนไปหรือไม่นั้น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข เปิดเผยว่า รัฐบาลมีแนวคิดในการปรับปรุงการทำงานของ สสส. ซึ่งงบประมาณที่ สสส.ได้รับ การทำงานต่าง ๆ จะต้องปรับเปลี่ยนให้เหมาะสมต่อความเสี่ยงด้านสุขภาพของประชาชน เพราะปัจจุบันมีปัญหาสังคมสูงอายุ และการดึงให้ สสส.มาทำงานร่วมกับกระทรวงสาธารณสุขมากขึ้น จะเป็นกระบวนการช่วยให้การใช้งบประมาณมีความเหมาะสมมากขึ้น และหากสามารถนำ KPI ของกระทรวงสาธารณสุข และกระทรวงอื่น ๆ ที่มีภารกิจในการดูแลสุขภาพของประชาชน มาร่วมกับ สสส.ก็จะทำให้การใช้งบประมาณ ยิ่งมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น

ส่วนมีแนวทางกำกับการใช้เงินให้มีประสิทธิภาพอย่างไร เพิ่มความโปร่งใส หรือการเปิดเผย การกำกับมีการส่วนร่วมในการตรวจสอบการใช้งบประมาณอย่างไรนั้น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ยืนยันว่า จะนำเข้าที่ประชุม สสส.เพื่อรายงาน และเปิดเผยให้ประชาชนได้รับทราบในวงกว้างมากยิ่งขึ้น

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...