โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

นายกฯ สั่งเร่งช่วยน้ำท่วมพื้นที่ตัดขาด เตรียมรับฝนระลอกใหม่ 4-5 ต.ค.

TNN ช่อง16

เผยแพร่ 2 ชั่วโมงที่ผ่านมา
นายกฯ สั่งผู้ว่าฯ ทุกจังหวัด-กทม. ดูแลผู้ประสบภัยครบทุกมิติ ตั้งแต่อาหาร ยา การอพยพ ไปจนถึงการฟื้นฟูพื้นที่น้ำลด พร้อมเร่งสูบน้ำและทำความสะอาดบ้านเรือน

นายกฯ สั่งเร่งช่วยผู้ประสบภัยน้ำท่วม

ณ ห้องบัญชาการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยแห่งชาติ อาคาร 3 ชั้น 5 กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย และผ่านระบบวิดีโอคอนเฟอเรนซ์ นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เป็นประธานการประชุมกองบัญชาการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยแห่งชาติ (บกปภ.ช.) เพื่อติดตามสถานการณ์อุทกภัยและการให้ความช่วยเหลือประชาชน โดยมีหัวหน้าส่วนราชการ ผู้ว่าราชการจังหวัด และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมประชุม

นายกรัฐมนตรีกล่าวว่า การประชุมวันนี้เป็นการติดตามสถานการณ์อุทกภัยต่อเนื่องเป็นวันที่ 2 หลังหลายพื้นที่ยังได้รับผลกระทบจากน้ำท่วมขัง น้ำหลาก และมีความเสี่ยงจากมวลน้ำที่จะส่งผลกระทบต่อพื้นที่ปลายน้ำ จึงขอให้กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) รายงานข้อมูลล่าสุด

ทั้งสถานการณ์น้ำ พื้นที่ได้รับผลกระทบ การอพยพประชาชน การบริหารจัดการน้ำ และผลการให้ความช่วยเหลือ เพื่อนำมาประเมินสถานการณ์ ปรับแผนการปฏิบัติงาน และอุดช่องว่างในการทำงานให้สามารถตอบสนองต่อสถานการณ์ได้อย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพ

นายกรัฐมนตรีเน้นย้ำให้ทุกหน่วยงานบูรณาการการทำงานอย่างใกล้ชิด โดยให้ความสำคัญสูงสุดกับความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน ทั้งการแจ้งเตือนล่วงหน้า การดูแลกลุ่มเปราะบาง การบริหารศูนย์พักพิง และการฟื้นฟูพื้นที่ที่สถานการณ์น้ำเริ่มลดลง รวมถึงเร่งจัดการขยะมูลฝอย น้ำเสีย และรักษาความสะอาดและสุขอนามัยในพื้นที่ เพื่อป้องกันผลกระทบต่อสุขภาพของประชาชน

นายกรัฐมนตรีกล่าวว่า จากการลงพื้นที่ติดตามสถานการณ์ที่ผ่านมา ยืนยันว่าไม่มีพื้นที่ใดที่เจ้าหน้าที่รัฐเข้าไปไม่ถึง โดยทุกหน่วยงานได้เร่งดำเนินการช่วยเหลือและดูแลประชาชนอย่างต่อเนื่อง พร้อมกำชับให้ทุกหน่วยงานรายงานผลการปฏิบัติงาน ปัญหา อุปสรรค และความต้องการสนับสนุนเพิ่มเติม เพื่อให้รัฐบาลสามารถระดมทรัพยากรเข้าแก้ไขปัญหาได้ตรงจุดและช่วยเหลือประชาชนได้อย่างรวดเร็วทั่วถึง

สำหรับข้อสั่งการของนายกรัฐมนตรี มีดังนี้

1. จัดลำดับความสำคัญในการช่วยเหลือประชาชนตามระดับความเดือดร้อน โดยให้เร่งเข้าถึงพื้นที่ที่มีความจำเป็นก่อน ได้แก่ พื้นที่ถูกตัดขาด พื้นที่ที่ระดับน้ำเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว และพื้นที่ที่ประชาชนไม่สามารถช่วยเหลือตนเองได้ เพื่อให้ทรัพยากรของรัฐถูกส่งไปยังจุดที่มีความจำเป็นสูงสุด

2. จัดระบบ “ทีมปฏิบัติการที่เข้าถึงประชาชน” โดยเฉพาะชุมชนที่ถูกตัดขาด ซึ่งจำเป็นต้องใช้เรือ รถยกสูง หรือรถทหาร พร้อมวางแผนการนำส่งอาหาร น้ำดื่ม ยารักษาโรค และสิ่งของจำเป็นให้สามารถเข้าถึงประชาชนได้อย่างทั่วถึง

3. จัดระบบการสื่อสารกับประชาชนแบบ “หนึ่งพื้นที่ หนึ่งข้อมูล” หากมีการเปลี่ยนแปลงข้อมูลระดับน้ำหรือการระบายน้ำให้หน่วยงานในพื้นที่ใช้ข้อมูลชุดเดียวกันในการสื่อสาร เพื่อป้องกันความสับสนและลดความคลาดเคลื่อนของข้อมูล

4. เร่งเตรียมมาตรการรองรับฝนระลอกใหม่ เนื่องจากมีแนวโน้มฝนตกเพิ่มขึ้นในช่วงวันที่ 4–5 ตุลาคม 2569 โดยให้ทุกจังหวัดที่ยังมีพื้นที่น้ำท่วมอยู่ประเมินความสามารถในการรองรับน้ำเพิ่มเติม และเร่งดำเนินการเตรียมความพร้อมก่อนฝนระลอกใหม่จะเข้าพื้นที่ ตามข้อมูลและการประเมินของกรมอุตุนิยมวิทยา

5. จัดทำบัญชีทรัพยากรทั้งกำลังพลและเครื่องจักรกล ให้พร้อมสำหรับการเคลื่อนย้ายข้ามจังหวัดได้ทันที อาทิ เครื่องสูบน้ำ เรือ รถกู้ภัย เครื่องจักรกล และกำลังเจ้าหน้าที่ พร้อมกำหนดจังหวัดต้นทางและพื้นที่ปลายทางให้ชัดเจน เพื่อให้สามารถโยกย้ายทรัพยากรได้อย่างรวดเร็ว มีประสิทธิภาพ และเพียงพอต่อการปฏิบัติงาน

ทั้งนี้ นายกรัฐมนตรีขอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องแจ้งให้ประชาชนที่อาศัยติดอยู่กับแม่น้ำสายหลัก อาทิ แม่น้ำเจ้าพระยา แม่น้ำป่าสัก แม่น้ำท่าจีน และแม่น้ำแม่กลอง เพื่อให้ประชาชนได้รับรู้สถานการณ์ทันท่วงทีและเตรียมการในการป้องกันบรรเทาภัยพิบัติจากอุทกภัยนี้ เช่น การอพยพ การยกของขึ้นที่สูงและเคลื่อนย้ายทรัพย์สิน ยานพาหนะไปในที่ปลอดภัยได้ทันเวลา

ต้องมีข้อความแจ้งให้กับประชาชนทราบ โดยให้ผู้ว่าราชการจังหวัดที่อยู่ในทางผ่านของแม่น้ำสายหลักในภาคกลาง อาทิ จังหวัดสมุทรสาคร ราชบุรี เป็นต้น ให้เตรียมความพร้อมในระดับสูงสุด และมอบหมายให้รองผู้ว่าราชการจังหวัด นายอำเภอทุกคนอยู่ในพื้นที่ตลอดเวลาและต้องมีความพร้อมการให้การช่วยเหลือแก่ประชาชน

นอกจากนี้ ให้ผู้ว่าราชการจังหวัด รวมไปถึงผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ดูแลความเป็นอยู่และการดำรงชีพของประชาชนให้ครบถ้วนทุก

มิติ โดยให้ความสำคัญกับอาหารและยารักษาโรคให้เพียงพอ รวมถึงการดูแลประชาชนที่จะต้องอพยพออกจากพื้นที่เสี่ยงอย่างต่อเนื่องจนกว่าสถานการณ์จะคลี่คลาย อีกทั้งพื้นที่ที่น้ำเริ่มลดแล้วให้เร่งสูบน้ำออกโดยเร็วที่สุด ประสานเตรียมเครื่องจักรและกำลังพลเข้าฟื้นฟูทำความสะอาดถนน บ้านเรือน และพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบทันทีเพื่อให้ประชาชนสามารถกลับมาใช้ชีวิตได้ตามปกติโดยเร็วที่สุด

ทั้งนี้ กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) รายงานการเพิ่มประสิทธิภาพการเผชิญเหตุ โดยมีการจัดทำแผนที่ความเสี่ยงภัย (Risk Map) เพื่อใช้เป็นข้อมูลประกอบการวางแผนและกำหนดแนวทางการให้ความช่วยเหลือในพื้นที่เสี่ยงภัยได้อย่างเหมาะสมและตรงจุด สำหรับพื้นที่กรุงเทพมหานครที่ระดับน้ำลดลงแล้ว ปภ. จะร่วมกับกรุงเทพมหานครและหน่วยงานภาคีเครือข่าย แบ่งพื้นที่รับผิดชอบ (Zoning) ระดมเจ้าหน้าที่และเครื่องจักรกลเข้าฟื้นฟูพื้นที่อย่างรวดเร็วและทั่วถึง

พร้อมเตรียมรถบรรทุก 6 ล้อสำหรับขนย้ายสิ่งของและเครื่องใช้ที่ได้รับความเสียหายจากน้ำท่วม อาทิ โซฟา ตู้ เตียง และสิ่งของชำรุดต่าง ๆ รวมถึงเร่งล้างทำความสะอาดบ้านเรือน จัดตั้ง Fix-it Center ให้บริการซ่อมแซมเครื่องใช้ไฟฟ้าและระบบประปา เพื่อให้ประชาชนสามารถกลับมาใช้ชีวิตได้ตามปกติโดยเร็วที่สุด

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...