ยังแฮปปี้ ผนึก สสส. และกทม. ปลุกพลัง Active Silver วัย 50+ สู่เศรษฐกิจ 3.5 ล้านล้านบาท
ประเทศไทยกำลังก้าวเข้าสู่การเป็นสังคมสูงวัยระดับสุดยอด(Super-Aged Society) อย่างรวดเร็วที่สุดประเทศหนึ่งในภูมิภาคเอเชียภายในปี2572 และคาดว่าภายในปี2583 ผู้สูงอายุจะมีสัดส่วนเกือบ1 ใน3 ของประชากรทั้งหมด โดยปัจจุบันไทยมีผู้สูงอายุวัย60 ปีขึ้นไปเกือบ14 ล้านคน(ร้อยละ21.6) อย่างไรก็ตาม การเปลี่ยนแปลงโครงสร้างประชากรครั้งนี้ไม่ได้เป็นเพียงความท้าทายทางสังคม แต่ยังถือเป็น“โอกาสครั้งใหญ่” ของประเทศ จากมูลค่าการใช้จ่ายของผู้บริโภครุ่นใหญ่ หรือ“Silver Economy” ที่คาดว่าจะเติบโตก้าวกระโดดจาก2.18 ล้านล้านบาท ในปี2566 สูงสุดถึง3.5 ล้านล้านบาท ภายในปี2576
เพื่อรับมือและต่อยอดโอกาสดังกล่าว ยังแฮปปี้ ธุรกิจเพื่อสังคมที่พัฒนาแพลตฟอร์มคอมมูนิตี้เพื่อการเชื่อมต่อและสร้างสรรค์พื้นที่สำหรับผู้สูงวัยยุคใหม่(Active Silver Generation) ได้ผนึกกำลังร่วมกับสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ(สสส.) และกรุงเทพมหานคร(กทม.)จัดงาน“Eldergy Festival: LIFE FOR LONGEVITY อยู่ให้ดีอยู่ให้ยาว” เทศกาลสุดสนุกของวัยเก๋าสุขภาพดี นับเป็นการรวมตัวครั้งใหญ่ของคนวัย50+ ที่จะถ่ายทอดพลังActive Ageing ในชีวิตจริง ผ่านการรวมตัวของผู้สูงวัยนับพันคนที่ยังคงเรียนรู้ ทำงาน มีส่วนร่วมกับสังคม และพึ่งพาตนเองได้อย่างมีความสุข พร้อมสะท้อนบทบาทของคนรุ่นนี้ในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจและสังคม และสร้างมิติใหม่ผ่านแพลตฟอร์มและระบบนิเวศของยังแฮปปี้
นางภรณีภู่ประเสริฐ ผู้ช่วยผู้จัดการกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพและรักษาการผู้อำนวยการสำนักสนับสนุนสุขภาวะประชากรกลุ่มเฉพาะ(สำนัก9) เปิดเผยว่า“ประเทศไทยกำลังเผชิญการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างประชากรครั้งสำคัญ สสส. จึงมุ่งขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ส่งเสริมให้ผู้สูงอายุเป็นActive Ageing ที่สามารถพึ่งพาตนเองได้ เราไม่เพียงแต่มองเรื่องการป้องกันโรคหรือดูแลสุขภาพกาย แต่เราเน้นการป้องกันความโดดเดี่ยวในจิตใจ ซึ่งการสร้างชุมชนและการเชื่อมโยงคนต่างวัยจะช่วยเสริมสร้างความแข็งแกร่งทางสุขภาวะของสังคมไทยในระยะยาว”
นายศานนท์หวังสร้างบุญ รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครกล่าวว่า“การเปลี่ยนแปลงสู่สังคมสูงวัยคือโจทย์สำคัญของเมือง การส่งเสริมและสร้างโอกาสการจ้างงานผู้สูงอายุในเมืองใหญ่ จึงเป็นหนึ่งในนโยบายสำคัญที่ กทม. มุ่งมั่นขับเคลื่อน เพื่อเปลี่ยนวัยเก๋าให้เป็นพลังขับเคลื่อนเมืองทั้งในมิติเศรษฐกิจและการพัฒนาสังคม เพราะคนวัย50+ ไม่ได้เป็นเพียงประชากรกลุ่มใหญ่ แต่เป็นกำลังสำคัญที่มีศักยภาพ ประสบการณ์ และภูมิปัญญา ที่สามารถสร้างคุณค่าและรายได้ให้กับตนเอง พร้อมนำพลังอันมหาศาลกลับมาขับเคลื่อนเศรษฐกิจและสังคมของกรุงเทพฯ ต่อไป”
นายชาคิตพรหมยศ ประธานกรรมการบริหารยังแฮปปี้ กล่าวเสริมว่า“การนิยามผู้สูงวัยในยุคปัจจุบันต้องวัดกันที่‘เป้าหมายชีวิต‘ ไม่ใช่เพียง‘ตัวเลขของอายุ‘ การเปลี่ยนผ่านเข้าสู่สังคมสูงวัยของไทยไม่ใช่ภาระที่ต้องบริหารจัดการ แต่คือโอกาสที่ยิ่งใหญ่ที่สุดครั้งต่อไปของประเทศ สมาชิกของเราได้พิสูจน์ให้เห็นแล้วว่า ผู้สูงวัยกลุ่มActive Silver Generation เป็นกลุ่มที่มีทั้งประสบการณ์ เวลา ความรู้ กำลังซื้อ และ‘ยังแฮปปี้กับการใช้ชีวิต’ โดยยังแฮปปี้เราพยายามส่งเสริมให้พี่ๆ ผู้สูงอายุสามารถสนุก มีคุณค่า และพึ่งพาตัวเองได้ ส่วนการขยับจุดเริ่มต้นจาก60 มาที่50 ปี เพราะช่วงอายุนี้ยังเปลี่ยนเส้นทางได้ทั้งสุขภาพ ทักษะ การเงิน และความสัมพันธ์”
ความร่วมมือระหว่างยังแฮปปี้ สสส. และ กทม. ในครั้งนี้ ถือเป็นหมุดหมายสำคัญในการร่วมกันวางรากฐานทางสังคมและเศรษฐกิจของประเทศไทย เพื่อมุ่งสู่การเป็นประเทศที่มี“สังคมสูงวัยคุณภาพและมีสุขภาวะดี(Active & Healthy Ageing Society)” อย่างแท้จริง
เปลี่ยนโจทย์สังคมอายุยืนสู่การมีส่วนร่วมที่มากขึ้น
สำหรับยังแฮปปี้ การเติบโตของSilver Economy สะท้อนโอกาสที่กว้างไกลกว่าการมองผู้สูงวัยในฐานะเพียง“กลุ่มผู้บริโภค” แต่คือคนอีกกลุ่มที่มีทั้งประสบการณ์ เวลา ความรู้ กำลังซื้อ และความต้องการที่จะมีส่วนร่วมกับสังคมอย่างต่อเนื่อง การปลดล็อกศักยภาพดังกล่าวจึงต้องอาศัยความร่วมมือจากภาคธุรกิจ ผู้กำหนดนโยบาย ชุมชน และครอบครัว จำเป็นต้องมองข้ามข้อจำกัดเรื่อง“อายุ” แล้วร่วมกันเปิดพื้นที่และสร้างระบบนิเวศที่ตอบโจทย์คนกลุ่มนี้ จึงเป็นทั้งการส่งเสริมActive Ageing และการเปิดประตูสู่โอกาสทางเศรษฐกิจไปพร้อมกัน ซึ่งเป็นรากฐานสำคัญของHealthy Longevity Economy หรือเศรษฐกิจที่เติบโตควบคู่กับการมีชีวิตที่ยืนยาวอย่างมีคุณภาพ
เกือบหนึ่งทศวรรษที่ผ่านมา ยังแฮปปี้ทำหน้าที่เป็นธุรกิจเพื่อสังคมที่พัฒนาแพลตฟอร์มคอมมูนิตี้สำหรับผู้สูงวัยยุคใหม่ มุ่งเปลี่ยนมุมมองต่อการสูงวัยให้กลับมามีคุณค่าอีกครั้ง โดยมองเห็นคุณค่าจากประสบการณ์ เวลา ความรู้ และการมีส่วนร่วมของคนวัย50+ ปัจจุบันเข้าถึงผู้คนมากกว่า150,000 คนผ่านFacebook และLINE Official Account มีสมาชิกมากกว่า30,000 คน และต่อยอดการมีส่วนร่วมผ่านYoungHappy Plus และกิจกรรมออนไลน์ในหลากหลายมิติ โดยมีผู้เข้าร่วมกิจกรรมรวมกว่า300,000 ครั้งต่อปี
ภายใต้โมเดลB2B, B2C และB2G ยังแฮปปี้เป็นธุรกิจที่เชื่อมโยงActive Silver Generation กับภาคธุรกิจและหน่วยงานภาครัฐ ผ่านบริการSilver Insight, Silver Experience & Trial และSilver Community Partnership เพื่อช่วยให้พันธมิตรเข้าใจความต้องการของคนวัย50+ ทดลองและร่วมออกแบบสินค้า บริการ และประสบการณ์ รวมถึงสร้างความสัมพันธ์กับชุมชนในระยะยาว
ท่ามกลางความท้าทายของไทยที่มีผู้สูงวัยราว6.6 ล้านคนอยู่ในตลาดแรงงาน ขณะที่1.7 ล้านคนอาศัยอยู่เพียงลำพัง และร้อยละ30.3 รายงานว่า ประสบภาวะความเหงาในระดับรุนแรง โดยยังแฮปปี้ได้พัฒนาYoungHappy Index ร่วมกับคณะพยาบาลศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล เพื่อประเมินผลลัพธ์ของสมาชิกใน3 มิติ ได้แก่Body, Mind และCommunity จากการศึกษาผู้เข้าร่วม1,144 คน พบว่าผู้เข้าร่วมมีเพื่อนใหม่เพิ่มขึ้นเฉลี่ย18 คน และร้อยละ87 รู้สึกว่าสามารถใช้ชีวิตได้อย่างเป็นอิสระมากขึ้น สะท้อนให้เห็นว่าHealthy Longevity ไม่ได้หมายถึงเพียงการมีอายุยืน แต่คือการมีสุขภาวะ ความสัมพันธ์ และความสามารถในการใช้ชีวิตอย่างมีความหมาย
นายชาคิต กล่าวว่า เป้าหมายต่อไปของยังแฮปปี้ คือการขยายการเข้าถึงผู้สูงอายุให้ถึงเป้าหมาย200,000 คน ผ่านใช้เทคโนโลยีสร้างประสบการณ์ที่เฉพาะบุคคลยิ่งขึ้น และต่อยอดโมเดลสู่ประเทศเวียดนามและมาเลเซีย เพื่อให้การมีอายุยืนของผู้คนในภูมิภาค มาพร้อมสุขภาวะ โอกาสในการสร้างคุณค่า และการมีส่วนร่วมในเศรษฐกิจและสังคม