โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

อดีตรองผู้ว่าฯกทม. จี้ กทม.เปิดผลศึกษาแก้มลิงคู้บอน-บางชัน ถามไม่คุ้มตรงไหน?

ไทยโพสต์

อัพเดต 13 ตุลาคม 2569 เวลา 22.59 น. • เผยแพร่ 24 นาทีที่แล้ว

ดร.สามารถ ท้า กทม.เปิดหลักฐานยกเลิกโครงการแก้มลิงคู้บอน-บางชัน วงเงิน 1.1 หมื่นล้านบาท จี้แจงต้นทุน ผลประโยชน์ และค่า EIRR เชื่อหากประเมินความเสียหายจากน้ำท่วมครบถ้วน โครงการมีโอกาสผ่านเกณฑ์ความคุ้มค่า ย้ำประชาชนมีสิทธิรู้เหตุผลก่อนยกเลิก

13 ตุลาคม 2569 - นายสามารถ ราชพลสิทธิ์ อดีตรองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก หัวข้อ “ถ้าอ้างว่า ‘คู้บอน-บางชัน’ ไม่คุ้ม ก็เปิดผลศึกษาออกมาเลย!” ระบุว่า

กทม.อ้างว่า เหตุที่ยกเลิกโครงการแก้มลิงคู้บอน-บางชัน ก็เพราะศึกษาแล้วพบว่าไม่คุ้มค่า

ผมจึงอยากถามว่า คำว่า “ไม่คุ้ม” กทม.ศึกษาอย่างไร? ใช้หลักเกณฑ์อะไรในการพิจารณา? คำนวณต้นทุนและผลประโยชน์ไว้อย่างไร? และที่สำคัญ ผลตอบแทนทางเศรษฐกิจ หรือ EIRR ผ่านเกณฑ์ที่กำหนดหรือไม่?

ถ้ามีผลการศึกษาที่ชัดเจนจริง ผมก็ขอให้ กทม.เปิดเผยออกมาให้ประชาชนตรวจสอบกันอย่างตรงไปตรงมา

1. เงินลงทุน 11,000 ล้านบาท มีต้นทุนอะไรบ้าง?

จากข้อมูลที่ กทม.ชี้แจง เงินลงทุนโครงการแก้มลิงคู้บอน-บางชันประมาณ 11,000 ล้านบาท ประกอบด้วย ค่าเวนคืนที่ดิน 3,650 ล้านบาท ค่าขุดบึงและสร้างอาคารควบคุมการระบายน้ำที่คู้บอน 324 ล้านบาท ค่าขุดบึงและสร้างอาคารที่บางชัน 172 ล้านบาท ค่าก่อสร้างสถานีสูบน้ำและระบายน้ำ 450 ล้านบาท และค่าปรับปรุงคลองหลัก 6,404 ล้านบาท รวมประมาณ 11,000 ล้านบาท

แต่การคำนวณต้นทุนไม่ได้มีเพียงเงินลงทุนก่อสร้างเท่านั้น ยังต้องรวมค่าดำเนินงานและบำรุงรักษา หรือ O&M (Operation and Maintenance) ตลอดอายุโครงการด้วย

ผมจึงขอให้ กทม.เปิดเผยรายละเอียดค่าใช้จ่ายทั้งหมด รวมถึงสมมติฐานและระยะเวลาที่ใช้ในการคำนวณ เพื่อให้ประชาชนเห็นต้นทุนที่แท้จริง

2. แล้วแก้มลิงจะช่วยลดความเสียหายจากน้ำท่วมได้เท่าไร?

การสร้างแก้มลิงมีเป้าหมายสำคัญเพื่อช่วยลดปัญหาน้ำท่วม โดยเฉพาะความเสียหายที่เกิดขึ้นกับชีวิตความเป็นอยู่และทรัพย์สินของประชาชน

น้ำท่วมทำให้บ้านเรือนและทรัพย์สินเสียหาย ธุรกิจหยุดชะงัก การจราจรติดขัด ประชาชนไปทำงานไม่ได้ นักเรียนไปโรงเรียนลำบาก ผู้ป่วยไปโรงพยาบาลไม่สะดวก รวมถึงกระทบต่อสุขภาพกายและสุขภาพจิต

ความเสียหายเหล่านี้มีมูลค่าทางเศรษฐกิจ และควรนำมาประกอบการประเมินความคุ้มค่าของโครงการด้วย

คำถามคือ กทม.ประเมินหรือไม่ว่า หากก่อสร้างแก้มลิงคู้บอน-บางชันแล้ว จะช่วยลดพื้นที่น้ำท่วม ลดระยะเวลาน้ำท่วมขัง และลดความเสียหายของประชาชนได้มากน้อยเพียงใด?

ประเมินผลประโยชน์ที่จะเกิดขึ้นในแต่ละปีไว้เท่าไร? ใช้ข้อมูลน้ำท่วมในอดีตและแบบจำลองทางวิศวกรรมมาคำนวณอย่างไร?

ผมขอให้ กทม.เปิดเผยผลการประเมินเหล่านี้ด้วย เพราะหากคำนวณเฉพาะเงินลงทุน แต่ประเมินผลประโยชน์ที่ประชาชนจะได้รับไม่ครบถ้วน ก็อาจทำให้ข้อสรุปเรื่องความคุ้มค่าคลาดเคลื่อนได้

3. EIRR เท่าไร? ผ่านเกณฑ์หรือไม่?

การลงทุนของภาครัฐแตกต่างจากการลงทุนของภาคเอกชน ภาคเอกชนมุ่งหวังกำไรสูงสุด หรือ Maximize Profit ขณะที่ภาครัฐต้องคำนึงถึงประโยชน์โดยรวมที่ประชาชนและสังคมจะได้รับ หรือ Social Welfare โดยมีเป้าหมายเพื่อเพิ่มความอยู่ดีมีสุขของสังคมโดยรวม หรือ Maximize Social Welfare

พูดง่ายๆ คือ รัฐไม่ได้ลงทุนเพื่อหวังผลกำไรเป็นตัวเงิน แต่พิจารณาว่า เงินภาษีที่นำไปลงทุนสร้างประโยชน์ให้ประชาชนมากน้อยเพียงใด

เครื่องมือหนึ่งที่ใช้ประเมินความคุ้มค่าทางเศรษฐกิจของโครงการ คือ EIRR (Economic Internal Rate of Return) หรืออัตราผลตอบแทนทางเศรษฐกิจ

EIRR เป็นตัวชี้วัดที่นำต้นทุนทางเศรษฐกิจมาเปรียบเทียบกับผลประโยชน์ทางเศรษฐกิจตลอดอายุโครงการ ไม่ใช่กำไรที่โครงการจะได้รับเป็นเงินสด

หากการสร้างแก้มลิงช่วยลดความเสียหายจากน้ำท่วมได้ต่อเนื่องหลายปี ประโยชน์เหล่านั้นก็ต้องนำมาคำนวณเปรียบเทียบกับต้นทุนทั้งหมด ไม่ใช่พิจารณาเฉพาะเงินที่ต้องจ่ายในวันเริ่มต้นโครงการ

ผมมั่นใจว่า หากประเมินผลประโยชน์จากการป้องกันน้ำท่วมอย่างครบถ้วน โครงการแก้มลิงคู้บอน-บางชันจะมี EIRR ผ่านเกณฑ์ที่กำหนดโดยสำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) หรือที่เรียกกันทั่วไปว่า "สภาพัฒน์" อย่างแน่นอน

แต่เพื่อให้เรื่องนี้ยุติด้วยข้อมูล ไม่ใช่การโต้เถียง ผมขอให้ กทม.เปิดเผยผลการศึกษาว่า โครงการมี EIRR เท่าไร? ใช้เกณฑ์ใดในการตัดสินว่าคุ้มหรือไม่คุ้ม? คำนวณผลประโยชน์จากการลดความเสียหายจากน้ำท่วมไว้อย่างไร? ใช้สมมติฐานและระยะเวลาของโครงการอย่างไร? เหตุใดจึงสรุปว่าโครงการไม่คุ้มค่า?

หากผลการศึกษามีตัวเลขและเหตุผลชัดเจน ประชาชนก็ควรมีโอกาสได้รับทราบและตรวจสอบได้

4. ถ้าไม่คุ้มจริง ก็เปิดหลักฐานให้ประชาชนดู

ผมไม่ได้เรียกร้องให้ กทม.ลงทุนโดยไม่คำนึงถึงความคุ้มค่าต่อประชาชนและประเทศชาติ แต่การตัดสินใจยกเลิกโครงการที่มีเป้าหมายเพื่อป้องกันน้ำท่วมและลดความเสียหายของประชาชน ต้องมีเหตุผลและหลักฐานรองรับอย่างเพียงพอ

เงินลงทุน 11,000 ล้านบาทอาจดูเป็นเงินจำนวนมาก แต่ความเสียหายจากน้ำท่วมที่เกิดขึ้นซ้ำแล้วซ้ำเล่าก็มีต้นทุนทางเศรษฐกิจมหาศาลเช่นกัน

คำถามจึงไม่ใช่เพียงว่า ต้องใช้เงินสร้างแก้มลิงเท่าไร แต่ต้องถามด้วยว่า หากไม่สร้าง ประชาชนจะต้องแบกรับความเสียหายอีกเท่าไรในอนาคต

ผมจึงขอให้ กทม.เปิดเผยผลการศึกษาความคุ้มค่าของโครงการแก้มลิงคู้บอน-บางชัน ทั้งต้นทุน ผลประโยชน์ และค่า EIRR ให้ประชาชนตรวจสอบ

ถ้า กทม.มั่นใจว่าโครงการนี้ไม่คุ้มค่า ก็เปิดผลศึกษามาเลยครับ

จากประสบการณ์ของผมในการศึกษาความเป็นไปได้ของโครงการขนาดใหญ่ทั้งในและต่างประเทศ ผมมั่นใจว่า หากประเมินผลประโยชน์จากการป้องกันน้ำท่วมอย่างครบถ้วน โครงการแก้มลิงคู้บอน-บางชันมีเหตุผลเพียงพอที่จะผ่านเกณฑ์ความคุ้มค่าทางเศรษฐกิจ จึงควรได้รับการพิจารณาใหม่

อย่าปล่อยให้ชาวกรุงเทพฯ ต้องเผชิญความเดือดร้อนจากน้ำท่วมซ้ำแล้วซ้ำเล่า โดยที่โครงการซึ่งจะช่วยบรรเทาปัญหาถูกยกเลิกไปโดยที่ประชาชนไม่เคยเห็นผลการศึกษาที่ใช้ตัดสินอย่างชัดเจน

คุณคิดอย่างไรครับ? เมื่อ กทม.อ้างว่าโครงการไม่คุ้มค่า ประชาชนควรมีสิทธิได้เห็นผลการศึกษาก่อนหรือไม่?

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...