โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

‘เอกนิติ’ โชว์วิสัยทัศน์เวที IMF-World Bank ชูไทยรับมือโลกแบ่งขั้ว

ไทยโพสต์

อัพเดต 13 ตุลาคม 2569 เวลา 22.35 น. • เผยแพร่ 38 นาทีที่แล้ว

“เอกนิติ” ขึ้นเวที IMF–World Bank ชูไทยรับมือโลกแตกขั้ว ดึง FDI ครึ่งปีแรกโต 47% การลงทุนเอกชนโตเกิน 10% สองไตรมาส เดินหน้า Trusted Connector เชื่อมทุน เทคโนโลยี ยกระดับคนไทย
13 ตุลาคม 2569 - เวลา 13.30 น. นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ร่วมเวที “Thai MOF Flagship Event: Building Resilience in a Fragmented World” ในการประชุมประจำปี IMF–World Bank Group 2026 ที่ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ กรุงเทพฯ
บนเวทีดังกล่าวมีผู้นำเศรษฐกิจโลกเข้าร่วม ได้แก่ นางคริสตาลินา กอร์เกียวา กรรมการผู้จัดการ IMF นายอาเจย์ บังกา ประธานกลุ่มธนาคารโลก และนางรีอิกกา ปูร์รา รัฐมนตรีคลังฟินแลนด์ โดยบนเวทีได้เปิดประเด็นตรงมาที่ประเทศไทย ถึงการรับมือเศรษฐกิจโลกที่กำลังแยกส่วน
นายเอกนิติ กล่าวว่า โลกธุรกิจเปลี่ยนจากการแข่งขันด้วยต้นทุนและประสิทธิภาพ ไปสู่การให้ความสำคัญกับความมั่นคงและความปลอดภัยมากขึ้น ไทยจึงต้องรับแรงกระแทกผ่าน 3 ช่องทางสำคัญ ทั้งการค้า ตลาดการเงิน และการลงทุน พร้อมปรับตัวให้เร็วกว่าเดิม
ด้านการค้า ไทยซึ่งนำเข้าพลังงานสุทธิและเคยพึ่งน้ำมันจากตะวันออกกลางมากกว่า 50% ได้กระจายแหล่งนำเข้าไปยังแอฟริกาตะวันตกและละตินอเมริกาในช่วง 7–8 เดือนที่ผ่านมา ช่วยลดความเสี่ยงและรักษาเสถียรภาพด้านพลังงานภายในประเทศ
นายเอกนิติ กล่าวว่า ในส่วนตลาดการเงิน ช่วง 8 เดือนที่ผ่านมา อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลไทยอายุ 10 ปีเพิ่มขึ้นเพียง 60 basis points ขณะที่พันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ เพิ่มขึ้น 120 basis points สะท้อนมุมมองเชิงบวกของตลาดต่อวินัยการคลังไทย
ด้านการลงทุน ถือว่าไทยได้รับประโยชน์จากกระแสกระจายความเสี่ยงของนักลงทุนต่างชาติ โดยคำขอรับการส่งเสริมการลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศ หรือ FDI ในช่วงครึ่งแรกของปีเพิ่มขึ้นถึง 47% ขณะที่การลงทุนภาคเอกชนขยายตัวมากกว่า 10% ต่อเนื่อง 2 ไตรมาส หลังรัฐเร่งลดขั้นตอนอนุมัติให้นักลงทุนได้รับความสะดวกยิ่งขึ้น
นายเอกนิติ ได้ย้ำถึงบทบาทไทยในการเป็น Trusted Connecto หรือตัวเชื่อมที่ได้รับความไว้วางใจ เชื่อมประเทศใหญ่กับประเทศเล็ก ยึดระบบพหุภาคีและกติกาสากล พร้อมใช้ความหลากหลายของอาเซียนสร้างความยืดหยุ่นให้เศรษฐกิจภูมิภาค
ตัวอย่างหนึ่งคือการเชื่อมระบบสายส่งไฟฟ้าจาก สปป.ลาว ผ่านไทยและมาเลเซียไปสิงคโปร์ เพื่อเพิ่มความมั่นคงด้านพลังงาน ขณะที่ในประเทศ ไทยเดินหน้าโครงการ Skill Bridge เชื่อมภาคเอกชนกับมหาวิทยาลัย เพื่อผลิตแรงงานรองรับ AI และเทคโนโลยีแห่งอนาคต
นายเอกนิติ กล่าวว่า การลงทุนใหม่จากต่างประเทศเข้ามายังประเทศไทยจะไม่หยุดอยู่ที่เม็ดเงิน แต่จะนำไปสู่การถ่ายทอดเทคโนโลยีและยกระดับทักษะคนไทย เปลี่ยน FDI ให้กลายเป็นขีดความสามารถของประเทศ และทำให้แรงงานไทยได้ประโยชน์จากอุตสาหกรรมใหม่ในระยะยาว
นอกจากนี้ การเป็นเจ้าภาพจัดประชุมประจำปี IMF- World Bank 2026 ได้ถูกใช้สะท้อนภาพการเป็นเจ้าภาพที่กระจายประโยชน์ลงสู่ฐานราก โดยไทยดึงชุมชนกว่า 37 แห่งทั่วประเทศมาร่วมจัดทำสิ่งทอประดับห้องประชุม เชื่อมงานระดับโลกกับฝีมือและรายได้ของชุมชนในประเทศ
ทั้งนี้ นางกอร์เกียวา ได้กล่าวถึงผ้าทอในห้องประชุมว่า เป็นภาพสะท้อนการนำประชาชนฐานรากเข้ามาอยู่ในศูนย์กลางของอำนาจทางเศรษฐกิจ พร้อมย้ำว่าความร่วมมือระหว่างประเทศต้องเดินหน้าเพื่อสร้างอนาคตที่ดีขึ้นให้ประชาชนทุกคน
นายเอกนิติ กล่าวในช่วงท้ายว่า ไทยต้องสร้างความเชื่อมั่นทั้งในระดับโลกและระดับท้องถิ่น พร้อมร่วมมือกับสถาบันการเงินระหว่างประเทศและประเทศต่าง ๆ เพื่อยกระดับผลิตภาพ และพาเศรษฐกิจไทยก้าวสู่อนาคตอย่างมั่นคงท่ามกลางโลกที่เปลี่ยนแปลงรวดเร็ว

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...